3 ปัญหาหลัก การเมือง เศรษฐกิจ น้ำท่วม ที่รัฐบาล จะต้องก้าวผ่านให้ได้ นายกฯปูผู้ถือดุลอำนาจสูงสุด จะต้องบริหารจัดการให้เข้าที่เข้าทาง สยบความเคลื่อนไหวอย่าให้บั่นทอนรัฐบาล
ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ การ เมืองไทยยังร้อนแรงว่าด้วยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขั้นลงมติวาระ 3 ที่ยังเดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้
คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเสียก่อนว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้เข้าชี้แจงเหตุผลของ แต่ละฝ่าย
ถ้าออกมาเป็นบวกก็เดินหน้าต่อไปซึ่งก็อยู่ที่ผลการวินิจฉัยว่าจะมีเงื่อนไข อย่างไรบ้าง ตรงนี้ก็น่าสนใจ
หากผลออกมาเป็นลบปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะออกมาขย่มทำให้การเมืองร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่
นี่ก็เป็นเดิมพันของประเทศอีกวาระหนึ่ง
เหนืออื่นใด ว่ากันถึงปัญหาของชาติ ณ วันนี้มีอยู่ 3 ปมใหญ่ ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องรับมือและละเลยมิได้เป็น อันขาด
1. การเมือง
2. เศรษฐกิจ
3. น้ำท่วม
ทั้ง 3 เรื่องนี้ล้วนมีความสัมพันธ์กัน อย่างแยกไม่ออก อยู่ที่รัฐบาลจะแยกแยะให้ความสำคัญก่อน–หลังต่อประเด็นอะไรมากกว่ากันเท่านั้น
“เศรษฐกิจ” นั้นแม้ในประเทศไม่มีปัญหาเนื่องจากฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ต้องกังวลและรับมือให้ดีก็คือ วิกฤติหนี้ยุโรป ซึ่งแม้จะคลี่คลายไปในทางที่ดีแต่ก็ยังไว้ใจอะไรไม่ได้
“น้ำท่วม” หากถามประชาชนคนไทยที่เคยอ่วมกันมาเมื่อปีที่แล้ว ย่อมเกิดความกังวลใจว่าจะเอาอยู่ หรือเอาไม่อยู่
บางส่วนกลัวยิ่งกว่าการเมืองเสียอีก
ไม่ต้องแปลกใจหรือประหลาดใจ แม้กระทั่งนายกฯปูและรัฐบาลก็ยังหวั่นไหวต่อเรื่องนี้ไม่ต่างกันถึงขนาดต้องเรียกประ-ชุมกันทุกสัปดาห์ เพื่อไขลานให้ทุกส่วน
ที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
เพราะเงื่อนเวลามันใกล้เข้ามาแล้ว อีกทั้งมีพายุมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง อัน
แสดงให้เห็นว่าจะต้องมีจำนวน “น้องน้ำ” ไม่น้อยแน่
ขืนชะล่าใจ ประมาท เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นมาอีก
การเมืองที่ว่าหนักหนาก็ไม่เท่าเรื่องนี้หรอก
ว่ากันถึงเรื่อง “การเมือง” ที่เป็นปัจจัยสำคัญและเกี่ยวพันกับทุกเรื่องดังที่กล่าวมาแล้ว หากไม่ทำให้สงบปัญหาอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึง
เนื่องจากรัฐบาลจะต้องพะวงจนไม่สามารถทำอะไรอย่างอื่นได้ เสถียรภาพของรัฐบาลจึงมีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ
การถอยกลับที่ตั้งไม่เปิดหน้าชนเพราะความจำเป็นที่จะต้องรักษา “ขุน” เอาไว้อย่างที่ “ขุนค้อน” เตือนสติคนทางไกลจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งหลายทั้งปวงปัญหาในส่วนนี้ย่อมเกี่ยวพันทั้งเพื่อไทย รัฐบาล คนเสื้อแดง และ “นายใหญ่” ที่จะต้องเลือกเอาว่าจะไปทิศทางไหน
ก่อนอื่นคนที่มีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจคงหนีไม้พ้น “นายกฯปู” ที่จะต้องบริหารจัดการในส่วนนี้ด้วยตัวของตัวเองให้ดีที่สุด
ต้องไม่ลืมว่าความเป็นตัวตนนั้นคือประเด็นสำคัญที่จะกำหนดสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ แม้จะก้าวผ่านการเมืองมาได้โดยที่ถูกใครต่อใครหยามหยันว่าไม่มีน้ำยาอยู่ใต้บารมีของ “พี่ชาย” มาตลอด
แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาหากตัวเลือกเป็นคนอื่นแน่ใจหรือว่าเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นอย่างนี้
นั่นแสดงว่าคะแนนนิยมส่วนตัวจึงมีส่วนสำคัญ
ฉะนั้น “อำนาจต่อรอง” ในฐานะผู้ถือดุลอำนาจสูงสุดหากใช้ให้เป็นประโยชน์ ใช้ให้เป็น จึงต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนเพื่อสยบความเคลื่อนไหวภายใน ไม่ทำให้การเมืองมันวุ่นวาย เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลให้เกิดความมั่นคงสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
ถึงเวลาที่จะต้อง “ทุบโต๊ะ” ทำให้การเมืองสงบเสียที!!!
“ลิขิต จงสกุล”




















