กลายเป็นดินแดนอันตรายไปเสียแล้ว ไทยแลนด์แดนสยามทั้ง “ฟอกเงิน-ก่อการร้าย” เข้าไปเต็มเปา รัฐบาลอย่านิ่งนอนใจต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน
อย่าให้ปั่นป่วนจนเจ๊งกันไปทั้งประเทศ
ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้สถานการณ์ประเทศไทยดูเหมือนจะเข้าสู่ภาวะ “ศุกร์เข้าเสาร์แทรก” จริงๆ เรื่องนี้ยังไม่ทันจบเรื่องโน้นผสมโรงเข้ามาอีก
พูดง่ายๆว่าตกที่นั่งลำบากจริงๆ
หลังจากเกิดเหตุระเบิดกลางเมืองหลวงยังไม่ทันสิ้นกลิ่นควัน ซึ่งหนักหนาเอาการอยู่แล้ว ก็ปรากฏว่าคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเมืองเกี่ยวกับการฟอกเงิน FATF ซึ่งมีการประชุมที่ปารีสเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว
ปรากฏผลออกมาให้ “แบล็กลิสต์” หรือ “บัญชีดำ” ประเทศไทยด้วยข้อหา “ฟอกเงิน-ก่อการร้าย” เจอเข้าไปแบบนี้ก็กระอักทันที
กลายเป็นประเทศอันตรายไปทันควัน
เมื่อมีการมองกันอย่างนี้ ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือก็มลายหายไปสิ้น จะคบค้าสมาคมกับใครก็ลำบากยากเข็ญ
ทำธุรกรรมกับชาติไหน ประเทศ ไทยก็ไม่มีใครเชื่อ
ก่อนหน้านี้ก็เกิดปัญหามาแล้วเนื่องจากเจอ “น้ำท่วมใหญ่” หมดความเชื่อถือไปกระเบื้องหนึ่งแล้ว เนื่องจากบริหารจัดการน้ำผิดพลาด
เวลานี้กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการป้องกัน แก้ไขกันอย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะ “เอาอยู่”
คือรอดูแผนงานว่างั้นเถอะ...
ขณะเดียวกับที่งบประมาณหรือเงินที่จะนำมาแก้ไขก็ยังมีปัญหา เพราะฝ่ายค้านและ ส.ว.ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐ- ธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. 2 ฉบับคือ เงิน 3.5 หมื่นล้าน ที่จะนำมาแก้ปัญหา และการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.14 ล้านล้านบาท จากคลังไป ธปท.
วันที่ 22 ก.พ. 55 ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากไม่ขัดก็จบ แต่ถ้าขัดขึ้นมาล่ะก็
ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อแน่
แม้พยายามจะออกตัวว่าถ้า พ.ร.ก.ถูกตีตกก็จะออกเป็น พ.ร.บ.แทน รัฐบาลไม่จำเป็นต้องลาออก เพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้
พูดง่ายแต่มันทำยาก เพราะจะต้องเสียเวลากว่า พ.ร.บ.จะคลอดออกมาได้ก็ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร แผนป้องกันน้ำก็ต้องช้าออกไป ความเชื่อมั่นก็จะยิ่งเหนื่อยเข้าไปอีก
ข้อสำคัญก็คือ รัฐบาลต้องแกว่งไปแกว่งมาด้วยเหตุผลที่ว่า พ.ร.ก. 2 ฉบับนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ
นักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาไทยทั้งๆที่ชื่นชอบ ชื่นชม ก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เพราะเมืองไทยกลายเป็นประเทศอันตรายเต็มพิกัด
เหตุผลสำคัญที่ไทยถูก “ใบดำ” ครั้งนี้ก็คงเนื่องมาจากไม่มีกฎหมายฟอกเงินรองรับ เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเทเงิน ทั้งๆ ที่มีการร่าง พ.ร.บ.ออกมาแล้ว แต่ยังไม่ผ่านออกมาบังคับใช้เพราะไม่ได้ให้ความสนใจหรือใส่ใจ
ปล่อยทิ้งคาเอาไว้จนเกิดเหตุจนได้
และเรื่อง “ก่อการร้าย” ก่อนหน้านี้ก็จับชาวเลบานอนที่คาดว่าจะเข้ามาก่อการร้าย แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการให้ชัดเจนและไม่ชี้แจงว่าอะไรกันแน่
ครั้นมาเจอชาวอิหร่านเตรียมลอบวางระเบิดแต่เกิดระเบิดเสียก่อนจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แม้พยายามจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ก่อการร้าย
แต่พฤติกรรมที่เห็นและเป็นอยู่มันยากที่จะปฏิเสธ โดยเฉพาะการเข้ามาเกี่ยวโยงทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และคู่อริสำคัญคือ “อิหร่าน” ที่กล่าวหาซึ่งกัน และกัน
รัฐบาลไทยก็ยังนัวเนียให้ข่าวกันไปคนละทิศละทาง มั่วกันไปหมด
“นายกฯปู” เจอมรสุมเข้าไปเต็มๆ!!!
“ลิิขิต จงสกุล”




















