จ่าเพียรขาเหล็ก วีรบุรุษ..เขาบูโด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

จ่าเพียรขาเหล็ก วีรบุรุษ..เขาบูโด

โดย 15 มี.ค. 2553 05:00
30,160 ครั้ง


หลายคนที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มายาวนาน คงเคยได้ยินชื่อพันตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา กันดีอยู่แล้ว

และน่าจะรู้ลึกไปถึงเกียรติประวัติอันน่าเกรงขาม จนได้รับฉายาว่า... "จ่าเพียรนักสู้แห่งเทือกเขาบูโด"

และอีกฉายาที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้.... "จ่าเพียรขาเหล็ก" ฉายานี้...พันตำรวจเอกสมเพียรได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการยึด...การลาดตระเวนด้วยเท้าเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ เป็นข่าวดังสะท้านวงการตำรวจไทย ก็ "จ่าเพียรขาเหล็ก" คนนี้อีกนั่นแหละ ที่เดินทางไปร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล

กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ-สารวัตร



ชนวนต้นเรื่องมีว่า...พันตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ได้ยื่นขอพิจารณาโยกย้ายไปเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกันตัง จังหวัดตรัง พื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่...เพื่อใช้ชีวิตสุขสงบในบั้นปลายกับครอบครัว

ซึ่ง...ปีนี้เป็นปีสุดท้ายก่อนที่ "จ่าเพียรขาเหล็ก...นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด" จะเกษียณราชการในปี 2553

นี่คือความต้องการสุดท้ายในชีวิต ก่อนที่จ่าเพียรจะอำลาชีวิตราชการตำรวจในพื้นที่เสี่ยง...สามจังหวัดชายแดนใต้ที่ตั้งใจทำมายาวนานเป็นเวลา 40 ปีเต็ม

ท้ายที่สุด...ความหวังสุดท้ายก็เป็นแค่ความหวัง ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงใดๆในทางปฏิบัติ และดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการพิจารณาใดๆจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

ปูมประวัติที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการตำรวจไทย...

พ.ต.อ.สมเพียร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "จ่าเพียร" เริ่มชีวิตตำรวจด้วยยศต่ำสุดเพียงแค่ "พลตำรวจ" เขาทุ่มเททำงานในพื้นที่สีแดง จนกระทั่งได้รับการเลื่อนขั้นเป็นถึง "ผู้กำกับการ" ยศ "พันตำรวจเอก"

พ.ต.อ.สมเพียรเข้ารับราชการ พ.ศ.2513 ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยต่อกรกับกลุ่มที่ยืนตรงข้ามกับรัฐแทบทุกกลุ่ม...โจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) ขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ กล่าวได้ว่าจ่าเพียร...เคยผ่านการยิงปะทะมาแล้วนับร้อยครั้ง...เคยถูกยิง ถูกลอบวางระเบิดได้รับบาดเจ็บถึง 8 ครั้ง

ปี 2519 จ่าเพียรเปิดฉากยิงปะทะกับขบวนการโจรก่อการร้าย กลุ่มนายลาเตะ เจาะปันตัง ที่จับตัวตำรวจและครอบครัวไปเรียกค่าไถ่ที่เทือกเขาเจาะปันตัง อ.บันนังสตา ผลจากการปะทะเขาถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาซ้ายและหน้าอก อาการสาหัสแทบพิการ

วันเวลาผ่านไป...ปี 2526 จ่าเพียรก็ยิงปะทะกับขบวนการโจรก่อการร้าย กลุ่มนายคอเดร์ แกแตะ กับพวกประมาณ 30 คนที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ถูกยิงที่ต้นขาขวากระสุนฝังใน

นี่คือช่วงชีวิตเพียงเสี้ยวหนึ่ง ของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้โชกโชนในยุทธจักรความรุนแรงและเสี่ยงอันตราย กระทั่งได้รับประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานต่างๆมาแล้วมากมาย

แต่...รางวัลชีวิตที่จ่าเพียรปลาบปลื้มอย่างที่สุดคือ...การได้รับพระมหากรุณาธิคุณ   พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นสอง  ประเภทหนึ่ง

อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ก่อนถูกระเบิดเสียชีวิตไม่ถึง 10  วัน...ยิ่งสะท้อนให้เห็นตัวตนและจุดยืนในการทำงาน ท่ามกลางพื้นที่เสี่ยงอันตรายทุกวินาที

การรวมใจเป็นหนึ่ง คือวิธีการทำงานของจ่าเพียร...นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด

"ทีมงานของผมที่เคยร่วมงานกันในพื้นที่ อ.บันนังสตา ไม่ว่าจะเป็น ดอเลาะ เซ็งมะสู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ที่ชาวบ้านรู้จักในนามผู้ใหญ่เลาะแห่งตะโล๊ะเว หรือ ยะผา ยะโก๊ะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา

คนเหล่านี้เมื่อทราบข่าวว่า ผมจะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ อ.บันนังสตาอีกครั้ง ก็มาเสนอตัวว่าจะเข้ามาช่วยงาน เพราะขณะนั้นสถานการณ์ในบันนังสตารุนแรงมาก เป็นพื้นที่สีแดงจัด...มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บล้มตายกันแทบทุกวัน"

จ่าเพียร นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด บอกว่า ที่ผ่านมาปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหลายครั้ง มีกองกำลังภาคประชาชน ทั้งเยาวชน คนแก่ที่ญาติพี่น้อง ต้องได้รับผลกระทบ...สูญเสีย ลุกขึ้นมาจับปืนสู้ด้วยกัน ทำให้ผมภาคภูมิใจมาก



"ส่วน...การใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหานั้น เราอยู่ในพื้นที่บันนังสตามาหลายปี ใช้เงินงบประมาณของรัฐที่ให้เพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น ส่วนใหญ่จะใช้เงินของตัวเองเป็นหลัก"

แนวทางการแก้ปัญหาไฟใต้ที่ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงโดยง่าย พ.ต.อ. สมเพียรไม่ได้แค่ทำงานแก้ปัญหาเหตุร้ายรายวัน แต่ยังสร้างคนเอาไว้รองรับอนาคต

เด็กวัยรุ่นที่มาเป็นอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติงานร่วมกันอยู่ในขณะนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครจับปืนมาก่อนเลย...แต่เด็กเหล่านี้ตั้งใจ ก็พยายามขอร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบรรจุตำแหน่งให้

"บางคนไม่มีความรู้แต่มีผลงานก็ต้องบรรจุ แม้จะทำงานมาหลายปี แต่ทีมงานอีกหลายคนยังไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าจ้าง ไม่มีค่าตอบแทน พวกเราทำงานกันด้วยใจจริงๆ สู้เพื่อแผ่นดินตรงนี้จริงๆ" พ.ต.อ.สมเพียร ว่า

"ผม...รู้จักจ่าเพียรเป็นอย่างดี  ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นสารวัตรปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่  ต.โกตาบารู  อ.รามัน  จ.ยะลา...เคยต่อสู้กับกลุ่มบีอาร์เอ็น"

ยะผา ยะโก๊ะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา หนึ่งในทีมเฉพาะกิจที่ผู้กำกับฯสมเพียรระบายความในใจ

ปัจจุบันนี้กลุ่มบีอาร์เอ็นไม่มีอีกแล้ว เริ่มมามีชุดใหม่คือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ผู้ใหญ่ยะผาก็ตั้งใจเข้ามาช่วยปฏิบัติงานเป็นชุดเฉพาะกิจของจ่าเพียรอีกครั้ง

ยะผา บอกว่า ช่วงแรกๆ ก็กลัวว่าจะมีปัญหาเหมือนกัน เพราะอยู่ต่างพื้นที่ ต่างอำเภอ แต่จ่าเพียรได้เดินเรื่องขอผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาให้เปิดโอกาสในการทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ หากมีเหตุใน อ.บันนังสตา และจ่าเพียรต้องการกำลังเสริม ผมพร้อมลูกน้องจะเดินทางไปสมทบทันที

"สิ่งที่เราทำร่วมกันมา ผมอยากบอกว่า...วันนี้ไม่ว่าจ่าเพียรจะอยู่หรือไปจากบันนังสตา ทั้งผมและลูกน้องก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ เราจะดูแลรักษาความสงบในพื้นที่นี้ต่อไป เพราะรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานกับจ่าเพียร"

ส.ต.ต.ธีรพล ท้าวแพทย์ ผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (ผบ.หมู่ นปพ.)  ประจำสถานีตำรวจยุทธศาสตร์บ้านกาจะลากี  หมู่  2  ต.บาเจาะ  อ.บันนังสตา เป็นอีกคนที่รักและตั้งใจทุ่มเททำงานกับจ่าเพียร เสริมว่า...ผมตัดสินใจมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บันนังสตา เพราะอยากให้เกิดความสงบสุข

"แต่...ยอมรับว่า เมื่อครั้งที่ลงมาใหม่ๆ ก็รู้สึกกลัว แต่ผู้กำกับฯ สมเพียร ท่านเมตตา...ช่วยชี้แนะ มักจะย้ำเสมอว่า...เราอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องระมัด

ระวังตัว อาวุธปืนต้องพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา อย่าประมาท"

ส.ต.ต.ธีรพล บอกว่า ที่ผ่านมาผู้กำกับฯ สมเพียร ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี ช่วยเหลือทุกอย่าง ฉะนั้นผมกับเพื่อนๆจะปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ต่อไปให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ผู้กำกับฯเคยดูแลพวกเรา

ย้อนบันทึก พ.ต.อ.สมเพียร ทำเรื่องขอย้ายจาก สภ.บันนังสตา ไปเป็นผู้กำกับการ สภ.กันตัง จ.ตรัง เขาให้เหตุผลกับผู้บังคับบัญชาว่า...ทำงานด้วยความลำบากตรากตรำในพื้นที่เสี่ยงอันตรายมาหลายสิบปี



น่าจะได้พักบ้างในช่วง 18 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ

"บอกตรงๆ หลังจากเกษียณราชการแล้ว ผมอยากนั่งกินน้ำชา นั่งนินทาเพื่อน แล้วก็กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวบ้าง เพราะผมไม่ได้อยู่กับครอบครัวมานานถึง 40 ปี...เวลาที่อยู่กับครอบครัวมีน้อยมาก ผมโดดเดี่ยว อยู่คนเดียวมาตลอด"

ถ้าย้อนวันเวลาไปได้...ถ้านักรบผู้หาญกล้าคนนี้ได้รับความยุติธรรมสักนิด บั้นปลายชีวิตของ "จ่าเพียรนักสู้แห่งเทือกเขาบูโด" คงมีความสุขกับครอบครัวอย่างที่เขาเฝ้าฝันเอาไว้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement