advertisement

มือขุดกรุเขาพระยัน คนเอาของไปจากวัด

โดย 12 มี.ค. 2556 05:00

คนขุดโบราณวัตถุในวัดเขาพระชาวบ้านรู้จักกันดี

มือขุดกรุพระระดับอาชีพมีอย่างน้อย 3 คน หนึ่งในนั้นเสียชีวิตไปเมื่อ พ.ศ.2541 เหตุการณ์ครั้งนั้นยังอยู่ในความทรงจำของผู้คน “ตอนนั้นกรุพระถ้ำเสือกำลังฮิต คนในพื้นที่ไปลักลอบขุด เข้าไปในช่องเล็กๆ ที่ชาวบ้านเอาก้อนหินมาปรับพื้นที่ไว้ พอดีหินเคลื่อนตัวมาทับ ทำให้คนขุดไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ แม้จะมีคนเข้าไปช่วย แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะมีหินอีกก้อนหนึ่งหล่นมาทับอีก เลยเสียชีวิตไป” นายภาคภูมิบอก

นายภาคภูมิ จิตต์โสภณ ผอ.สถานีวิทยุชุมชนมะขามขวัญเรดิโอ ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เล่าเหตุการณ์สลดในอดีต ครั้งมีขโมยขุดวัตถุโบราณที่วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

เหตุการณ์ขุดค้นรอบใหม่ ตกเป็นข่าวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา เกี่ยวกับการลักลอบขุดและชาวบ้านร้องเรียนว่ามีนักวิชาการ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ด็อกเตอร์” นำของไปจากวัด นายภาคภูมิกับผู้ใหญ่บ้านสมบุญ เขียวเซ็น หมู่ที่ 5 ต.อู่ทอง จึงเข้าไปสอบถามความจริงจากคนขุด

บางช่วงตอนที่ คนขุด ยืนยันว่ามีคนนำโบราณวัตถุออกไปจากวัดอย่างจริงๆ เช่น ผู้ใหญ่ถามว่า ที่ว่าทะเลาะกับด็อกเตอร์ ทะเลาะกันเรื่องอะไร

คนขุดตอบว่า “ทะเลาะกันเรื่องที่ว่า เขาจะเอากรมศิลป์มาปิดถ้ำ แล้วก็เรื่องที่ว่าเขาเอาของอะไรเนี่ย แต่ผมไม่ให้เอาไป”

ผู้ใหญ่ถามว่า “แล้วเขาเอาไปเท่าไร” คนขุดตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่า เขาเอาใส่รถไป ใส่รถไป” ของที่เอาไปนั้น “หลักสิบ คือเขาบอกว่า จะเอามาคืนก่อนงานวัด เขาบอกเอาไปซ่อมให้ แล้วก็พอดีวันนั้น ผมทวงถามเขาว่า ของที่เอาไปซ่อมเสร็จหรือยัง เขาก็เอารูปมาให้ดู ผมก็เลยบอกว่ารูปผมไม่ดู ผมจะดูของจริง เลยบอกว่าให้เอากลับคืนมาให้หมด”

งานวัดคืองานลอยกระทงในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานประจำปีวัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม นายหาญพล รูปขำดี ชาวอู่ทองบอกว่า จัดมาตั้งแต่ พ.ศ.2465 ผู้ริเริ่มคือ หลวงปู่เปี้ยน พระอาจารย์ชื่อดังวัดโพธารามหรือวัดจรเข้สามพัน พระอาจารย์รูปนี้เข้ามาบูรณะถ้ำ แล้วจัดงานฉลอง ต่อมายึดเป็นงานประเพณีสืบกันมา

หลวงปู่เปี้ยนเป็นพระอาจารย์ของนักร้องชาวจรเข้สาม-พันคือ สังข์ทอง สีใส ต้นเสียงเพลง โทน คิดถึงบ้านเกิด รักข้ามกำแพง และเดนทรชน เป็นต้น

ภาคภูมิถามคนขุดต่อว่า เมื่อเอาของไป คณะกรรมการรับรู้หรือไม่ คนขุดตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันมีหนังสือแต่งตั้งให้เขาเป็นกรรมการคนหนึ่ง”

ดังนั้น การนำของออกไป อาจจะใช้สิทธิกรรมการ ส่วนของที่หายไป สรุปแล้วมีอะไรบ้าง นายภาคภูมิบอกว่า “ผมพูดคุยกับอาจารย์พงษ์รพี ศรีคำทา เรื่องการเคลื่อนย้าย อาจารย์บอกว่าไม่มี แต่คุยไปคุยมาบอกว่ามีการเอาออกไปซ่อม 4 ชิ้น แต่ไม่ได้บอกว่าอะไร บอกว่าเอาไป 4 ชิ้นเอาเพื่อไปประกอบให้เป็นองค์ ผมก็คิดว่าต้องเป็นพระพุทธรูปแน่ เขาบอกว่าตอนนี้เสร็จแล้ว และถ่ายรูปมาให้ดูแล้ว แต่วันแถลงข่าวก็ไม่ได้ชี้แจงให้ชาวบ้านทราบ ว่าวัตถุแต่ละชิ้นเอาอะไรไปบ้าง เอาไปจากที่ไหน จะเอากลับมาให้เมื่อไร ชาวบ้านบางคนบอกว่า มีคนเอาไปซ่อมให้จะเอามาคืนเมื่อถึงงานวัด คืองานวันลอยกระทง ล่วงเลยมาหลายเดือน ก็ไม่ได้มา และไม่เห็นกรรมการชี้แจงให้ทราบ”

เกี่ยวกับคนที่ชาวบ้านเรียกว่า “ด็อกเตอร์” นายภาคภูมิให้ข้อมูลว่า “เขาอ้างว่าเป็นนักวิชาการเข้ามาเพื่อที่จะช่วยงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ผมไม่ทราบว่า เข้ามาวัดเขาพระช่วงไหน แต่ช่วงลอยกระทงชาวบ้านเห็นแล้วว่า เขามาช่วยจัดการเรื่องต่างๆ”

สรุปจากเสียงยืนยันจากคนขุด นายภาคภูมิ อาจารย์พงษ์รพีได้เค้าว่ามีการขุดพบวัตถุโบราณแน่ แต่กี่ชิ้น และอะไรบ้างนั้นยังไม่ชัดเจน

นาทีนี้แล้ว “ผมอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการพูดความจริงกับชาวบ้าน ว่ามีการพบอะไรกันบ้าง ถ้าจะเอาไปซ่อม ผมว่าชาวบ้านก็คงจะยินดีด้วย แต่คงต้องชี้แจง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น การพบวัตถุแต่ละชิ้นคณะกรรมการไม่ทราบเลย อาจจะทราบเป็นบางคนแต่ไม่ทั่วถึง ทำให้ชาวบ้านคาใจว่ามีการพบเห็น แต่เคลื่อนย้ายไปไหนไม่รู้ เขาอยากรู้ เพราะเขาเกิดความรัก ความหวงแหนสมบัติของแผ่นดิน”

เมื่อถามว่า เจ้าอาวาสวัดเขาพระฯรู้เรื่องหรือไม่ นายภาคภูมิตอบว่า “หลวงพ่อไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ ทำไมไม่แจ้งผมก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไร กรรมการบางท่านก็ไม่ทราบด้วยเหมือนกัน”

บางกระแสข่าวว่า “ด็อกเตอร์” นำของไปจากวัด จากการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา นายภาคภูมิยืนยันว่า อาจารย์พงษ์รพีผู้แถลงไม่ได้กล่าวถึงเรื่องมีคนนำเอาวัตถุโบราณออกไปจากวัดแต่อย่างใด

สำหรับวัตถุโบราณของวัดเขาพระ นอกจากที่ขุดออกมาจากถ้ำรอบใหม่แล้ว ยังมีที่ขุดมาไว้ก่อน นำมาวางเรียงรายอยู่รอบๆวิหารด้วย แทบทั้งหมดเป็นพระพุทธรูปแตก หัก ถูกปล่อยปละละเลย ทำให้มีบางคนขโมยออกไปเป็นจำนวนมาก

“ชาวบ้านมองเหมือนไร้ค่า แต่เป็นหลักฐานสมัยอยุธยาตอนต้น และอยุธยาตอนปลาย เป็นหลักฐานยืนยันว่าอู่ทองมีความเจริญรุ่งเรืองมา แต่หลักฐานเหล่านี้ถูกปล่อยปละละเลย วางไว้ บางชิ้นมีคุณค่า เมื่อคนรู้เห็นเข้าก็แอบขโมยเอาไว้” ภาคภูมิบอก

สำหรับการขุดถ้ำ ทั้งๆที่เกิดปัญหาเรื่องของหาย ทำไมถึงขุดกันอยู่ได้นั้น นายภาคภูมิบอกว่า ทางวัดได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปรับภูมิทัศน์หน้าเขาใหม่ให้สวยงาม เพื่อเปิดถ้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ระหว่างการขุดเปิดถ้ำอย่างเป็นทางการ มีการพบวัตถุโบราณจำนวนหลายชิ้น ทำให้เกิดปัญหาของหาย และการลักลอบขุดอย่างที่ตกเป็นข่าว

นายนิยม ภานุมาสวิวัฒน์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลอู่ทองแสดงทัศนะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า โบราณวัตถุของวัดเขาพระมีมาก นอกจากในถ้ำที่ขุดออกมาแล้ว ยังมีอยู่รอบๆวิหาร เรื่องนี้ ในฐานะตัวแทนชาวอู่ทองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะร่วมกันจัดเตรียมสถานที่เก็บไว้เพื่อให้คนได้ศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เห็นถึงภูมิปัญญาของบรรพชนชาวอู่ทอง อาจจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสุวรรณภูมิ โดยจะประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

และเห็นว่า “ชาวบ้านเริ่มรักเมืองอู่ทอง เขาทราบแล้วว่าโบราณวัตถุเป็นสมบัติของคนทุกคน ต้องการให้เป็นขุมทรัพย์ไว้ให้ลูกหลานต่อไป ผมดีใจที่ชาวบ้านเริ่มไม่ยอมกับการกระทำผิด และรู้สึกว่าวัตถุโบราณเป็นสมบัติของคนส่วนรวม และเริ่มเป็นหูเป็นตาให้”

วัตถุโบราณล้ำค่า ไม่มีสถานที่เก็บได้ดีเท่า ชาวบ้านเกิดสำนึกหวงแหนและช่วยกันดูแลเอง ส่วนคนที่ชาวบ้านบอกว่าเอาของไปนั้น ยังรออยู่ด้วยความหวัง.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement