advertisement

ผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม สิทธิประกันสุขภาพ

โดย 26 ก.พ. 2556 05:01

ทพ.อรรถพร

“ข้อเข่าเสื่อม” เป็นโรคที่ทรมานสำหรับผู้ป่วย

“โรคกระดูกข้อเข่าเสื่อม”...ในผู้สูงอายุเป็นปัญหาสำคัญเพราะข้อเข่าเป็นข้อที่ถูกใช้งานหนักตลอดเวลา...ปัจจุบันอายุโดยเฉลี่ยของประชากรไทยสูงขึ้น ยิ่งทำให้จำนวนผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น

ประเมินกันว่า...มีผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมและรอรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตที่เกือบเป็นปกติ อยู่เป็นจำนวนหลายแสนคน

สารประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล ปีที่ 16 มกราคม 2550 คาดการณ์ไว้ว่า อีก 13 ปี สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 ซึ่งเป็นแนวโน้มเหมือนกันทั่วโลก โดยผู้สูงอายุจะถูกคุกคามจากโรคต่างๆ...

ทั้งโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รวมทั้งโรคข้อเข่าเสื่อม

จำเป็นต้องเตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ...เพราะผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะมีโอกาสเกิดโรคมากกว่าวัยอื่นๆ ถึง 4 เท่า โดยเฉพาะผู้สูงอายุในวัย 80 ปีขึ้นไป ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ภายใต้ “โครงการข้อเข่าเทียม” สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)...เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดข้อเข่าเทียมได้เข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าของผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิ UC มีการเพิ่มอัตราการเข้าถึงบริการผ่าตัดที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากที่ สปสช.ได้ปรับระบบการบริหารจัดการอุปกรณ์ข้อเข่าเทียม ให้ผู้มีสิทธิสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น

และ...หน่วยบริการได้รับอุปกรณ์ไปผ่าตัดเปลี่ยนให้ผู้ป่วย โดยที่ไม่มีภาระด้านค่าอุปกรณ์ที่มีราคาแพงเกินกว่าราคากลางที่เบิกได้ตามที่ สปสช.ประกาศกำหนด

ข้อมูลการผ่าตัดข้อเข่าตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550-2554 แบ่งช่วงอายุของผู้เข้ารับบริการผ่าตัดฯ ออกเป็น 6 ช่วง...อายุน้อยกว่า 50 ปี, ช่วงอายุระหว่าง 50-59 ปี, ช่วงอายุระหว่าง 60-69 ปี, ช่วงอายุระหว่าง 70-79 ปี, ช่วงอายุระหว่าง 80-89 ปี และอายุมากกว่า 90 ปี

พบว่า ช่วงอายุที่มีการผ่าตัดมากที่สุดในแต่ละปีคือช่วงอายุระหว่าง 60-69 ปี รองลงมาเป็นช่วงอายุระหว่าง 70-79 ปี และ ช่วงอายุระหว่าง 50-59 ปี

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษก สปสช. บอกว่า สาเหตุที่ต้องถึงขั้นผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าพบว่า ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุหลักๆ 2 ประการ หนึ่งก็คือเป็นความเสื่อมจากอายุมากขึ้น จากการใช้งานหนักซึ่งโดยปกติแล้วอายุ 60 ปีขึ้นไปมักจะเป็น หมายถึงคนไข้กลุ่มที่เยอะที่สุดก็คืออายุ 60 ปีขึ้นไป

“ถ้าอายุน้อยกว่านั้น มักมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ เล่นบอล เล่นกีฬา แต่ก็มีสัดส่วนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการเสื่อมตามวัยมากกว่า”

การรักษาจะเริ่มตั้งแต่การทำกายภาพ การให้ยาโดยที่ยังไม่ผ่าตัด ถ้าให้ยาแล้วดีขึ้นก็ยังไม่ผ่า นอกจากให้ยาแล้วก็มีการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อซึ่งจะเป็นวิธีการรักษาพื้นฐาน ถ้าไม่เป็นหนักปกติก็จะทุเลา แต่ถ้าใช้ทุกวิธีแล้วไม่ได้ผล การผ่าตัดก็เป็นเรื่องสุดท้าย

ทั้งนี้ สัดส่วนการผ่าตัดจำแนกตามสาขาเขต พบว่าสำนักงานสาขาเขตราชบุรี มีการผ่าตัดข้อเข่ามากที่สุด จำนวน 1,779 ราย รองลงมาคือ สาขาเขตเชียงใหม่ 1,619 ราย โดยสาขาเขตอุบลราชธานีมีการผ่าตัดน้อยที่สุด จำนวน 473 ราย

ปี 2554 มีหน่วยบริการที่สามารถให้บริการผ่าตัดข้อเข่า 230 แห่ง เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 18 แห่ง เมื่อแบ่งตามระดับโรงพยาบาลโรงพยาบาลชุมชนผ่าตัดได้ 81 แห่ง และโรงพยาบาลทั่วไปผ่าตัดได้ 68 แห่ง

ทพ.อรรถพร บอกว่า การผ่าตัดข้อเข่าในระบบหลักประกันสุขภาพ รวมๆ ราคาข้อเข่าแล้วค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 70,000-80,000 แยกเฉพาะค่าผ่าตัดก็ประมาณ 30,000 บาท

“ราคาที่ถูกลงไม่ใช่เพราะเราผลิตข้อเข่าได้เอง แต่มาจากการบริหารจัดการที่ดี ด้วยการไปจัดหาข้อเข่าให้โรงพยาบาลแต่ละแห่ง เดิมทีโรงพยาบาลจะต้องจัดหา หรือไปซื้อเอง พอแยกกันซื้อจำนวนก็น้อยเป็นธรรมชาติที่ราคาก็เลยแพง...เมื่อรวมกันคุยกับบริษัท จำนวนรวมกันมากๆก็มีข้อได้เปรียบ เลือกได้ โดยให้บริษัทมายื่นเสนอราคากับเราว่า ถ้าบริษัทนี้ขายจะขายเท่าไหร่”

บังเอิญว่าในตลาดข้อเข่ามีเจ้าใหญ่ อยู่ 2 ราย...รายแรกซิมเมอร์ มียอดใช้ในตลาดประมาณ 70% อีกเจ้าหนึ่งเป็นของจอห์นสัน ยอดใช้ราวๆ 20% แล้วที่เหลืออีก 10% ก็จะเป็นรายเล็กรายน้อย

รายใหญ่เสนอรุ่นที่เป็นมาตรฐานใช้กันทั่วโลก มาในราคา 50,000 บาท ราคานี้เป็นราคาเท่าที่เราจ่ายได้ โดยไม่มีการเรียกเก็บเพิ่มเติม

ซึ่งปกติแล้ว ข้อเข่ามีหลายรุ่นมาก ส่วนใหญ่สนนราคาจะเกิน 50,000 บาททั้งนั้น ไล่ไปตั้งแต่ 55,000 บาท...67,000 บาท... 80,000 บาท... 90,000 บาท... 100,000 บาทก็มี

รุ่นราคาที่เสนอ 50,000 บาท ถ้าโรงพยาบาลไปแยกกันซื้อก็จะได้ราคาประมาณ 60,000 ประหยัดได้ 10,000 บาท โดยประมาณ

“ปีหนึ่งเราใช้เป็นหลายพันข้ออยู่” คุณหมออรรถพร ว่า

หลายคนอาจมีคำถาม ข้อเข่าที่ซื้อได้ในราคาที่ถูกนี้ มีคุณภาพประมาณไหน?

คุณหมออรรถพร บอกว่า คุณภาพของข้อเข่าในโครงการ ที่สปสช.ประมูลได้เป็นรุ่นยอดนิยมเป็นของบริษัทที่มีฐานการผลิตอยู่ ในอเมริกา แล้วก็ถือว่าเป็นรุ่นมาตรฐานที่ในบ้านเรา ใช้กันมานานแล้ว แล้ว ส่วนแบ่งตลาดก็มากพอสมควร

“เข่ามีหลายแบบ จะมีตั้งแต่เข่าแบบงอพับได้ เข่าหมุนได้รอบทิศทาง ในระบบหลักประกันสุขภาพ เนื่องจากใช้งบประมาณรัฐบาลทั้งหมด เพราะฉะนั้นเข่าก็จะเป็นเข่ารุ่นยอดนิยม หมายถึงว่าไม่ใช่เป็นรุ่นที่ดีที่สุดในตลาด แต่เป็นรุ่นที่นิยมใช้มากที่สุด แล้วก็คุณภาพใช้ได้...และรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในโลก”

เมื่อได้ข้อเข่าราคาประหยัดแล้ว ในแง่ขั้นตอนการรักษา ผู้ป่วยก็ไม่ต้องรอนานเหมือนแต่ก่อน หมายความว่าก่อนหน้านี้จะเกิดปัญหาที่ว่า โรงพยาบาลเมื่อต้องผ่าเข่า โรงพยาบาลจะต้องขาดทุน พอโรงพยาบาลขาดทุน โรงพยาบาลก็ไม่อยากจะผ่า

“พอไม่อยากจะผ่าคิวจะรอนานมาก ตอนนี้ผ่าแล้วข้อเข่าไม่ต้องซื้อเอง สปสช.เอาไปให้ถึงที่ เอาของไปให้ที่ห้องผ่าตัด คิวก็สามารถลัดได้เรื่อยๆ การรอคิวก็ลดลง ผู้ป่วยไม่ต้องรอนานอีกต่อไป...”

ต้องย้ำว่า ผู้ป่วยที่มีสิทธิเข้ารับการรักษาในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการรอนาน...ปัญหาค่าใช้จ่าย และข้อจำกัดอื่นๆในการผ่าตัด ถ้าไม่เปลี่ยนปัญหาใหญ่ก็คือจะปวดมาก มากจนกระทั่งนอนไม่ได้ นั่งไม่ได้ ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตลดลงมาก

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ ทิ้งท้ายว่า

คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า พอเปลี่ยนปุ๊บก็จะเป็นคนละคนเลย  คนไข้จะสามารถเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ “โครงการผ่าตัดข้อเข่าเทียม” จึงเป็นอีกโรคที่ได้รับการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้าอย่างเท่าเทียมเสมอกัน.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement