advertisement

ผุดตลาดนัดใหม่ จตุจักร 2 บางแค

โดย 7 พ.ย. 2555 05:00

ข่าวกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมปั้น “ตลาดนัดสวนจำปี” ให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ย่านชานกรุง แทนที่ “ตลาดนัดจตุจักร” ซึ่งถูกการรถไฟฯเอาคืน จุดประกายความหวังครั้งล่าให้แก่คนย่านฝั่งธนฯ ที่อยากมีทำเลทองไว้ค้าขาย มีแหล่งจับจ่ายสินค้าราคาต่อรองได้ แบบเดียวกับตลาดจตุจักร

พื้นที่ซึ่งเตรียมไว้สร้างตลาดนัดแห่งใหม่ ภายใต้อุ้งปีกของ กทม. ตั้งอยู่ประมาณกลางซอยเพชรเกษม 69 ขึ้นกับแขวงบางแค เขตบางแค

ซ.เพชรเกษม 69 หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ถนนบางบอน 3 เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างถนนหลัก 2 สาย คือ ถ.เพชรเกษม กับ ถ.เอกชัย จุดที่จะสร้างตลาดนัดแห่งใหม่ อยู่ประมาณกึ่งกลางซอย คือ ห่างจาก ถ.เพชรเกษม ประมาณ 4 กม. และห่างจาก ถ.เอกชัย ประมาณ 3 กม.

โครงการตลาดนัดแห่งนี้ ดำเนินการบนที่ดินของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 122 ไร่ กรุงเทพมหานครได้ทำสัญญาเช่าเพื่อทำเป็นตลาดนัดและสวนสาธารณะ เป็นเวลา 30 ปี ในอัตราค่าเช่า บางกระแสบอกว่า ประมาณร้อยละ 2 ของมูลค่าที่ดินต่อปี บางกระแสก็ว่า เฉลี่ยประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี

การดำเนินงานในระยะต้น หรือเฟสแรก ขีดวงไว้ว่าจะใช้พื้นที่บางส่วนเพียง 22 ไร่ นำไปก่อสร้างเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วยโซนสำหรับการจับจ่ายสินค้า โซนสวนสาธารณะ ศูนย์ฝึกอาชีพ ลานกีฬา ลานกิจกรรม พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนชรา ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กอ่อนไว้อย่างครบครัน

พูดได้ว่า ตลาดนัดแห่งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต่างจากตลาดนัดทั่วไปของ กทม. กล่าวคือ ต้องการเน้นรูปแบบความเป็นทั้งตลาดนัดและสถานที่หย่อนใจของคนเมือง ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่มีความสะอาดสะดวกสบาย เป็นระเบียบเรียบร้อย และตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันอย่างกลมกลืน ซึ่งในต่างประเทศเรียกรูปแบบตลาดแนวนี้ว่า Market Green Clean Parkนั่นเอง

ดังนั้น ในวันธรรมดาจึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้ เพียงแต่ไม่มีการขายของด้วยเหมือนกับวันเสาร์-อาทิตย์

โครงการตลาดนัดสวนจำปี แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรก กรุงเทพมหานคร เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 95 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงพื้นที่ และก่อสร้างแล้วเสร็จ ภายใน 300 วัน

ส่วนโครงการระยะ 2 กทม.มีแผนเตรียมขยายพื้นที่ต่อเนื่องอีก 30ไร่โดยจะ เริ่มดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม หลังจากโครงการเฟสแรกแล้วเสร็จ

ณัชพล ภู่ยอดยิ่ง ชาวบ้านเก่าแก่ในพื้นที่ หมู่ 5 แขวงบางแค เขตบางแค มีบ้านพักอยู่บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ติดกับบริเวณซึ่งจะใช้ก่อสร้างเป็นตลาดนัดแห่งนี้ เล่าว่า

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน บริเวณซึ่งจะใช้ก่อสร้างเป็นตลาดนัด ชาวบ้านเคยเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ เพื่อทำสวน ปลูกต้นจำปี มะลิ และต้นรักไว้เก็บดอกส่งขายที่ปากคลองตลาด

“เมื่อก่อนแถวนี้โดยมากเป็นพื้นที่ร่องสวนแทบทั้งนั้น มองไปทางไหนเห็นแต่ต้นจำปี มะลิ กับต้นรัก ถนนก็มีแค่ 2 เลน นานๆจะมีรถวิ่งสวนกันสักคัน จนเมื่อระยะหลัง เริ่มมีโรงงานรุกเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น พวกที่เคยทำสวนจำปีกับมะลิ เริ่มขาดแคลนแรงงาน เพราะส่วนใหญ่เข้าไปทำงานตามโรงงานกันหมด หนักเข้าที่ดินแถบนี้เลยกลายเป็นสวนร้าง”

ปัจจุบันณัชพลเช่าแผงขายของสดและของแห้งอยู่ที่ตลาดของเอกชนแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่กำลังจะก่อสร้างเป็นตลาดนัดแห่งใหม่ของ กทม.

เขาว่า หากโครงการตลาดนัดสวนจำปีมีข้อเสนอบนเงื่อนไขที่น่าสนใจ เช่น คิดค่าทำสัญญาจองสิทธิ และค่าเช่าแผง ไม่แพงเกินไปนัก ตัวเขาเองก็มีความสนใจจะย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ค้าในตลาดนัดแห่งนี้

ทองจันทร์ ปาลา พนักงานบริหารงานทั่วไป สังกัดงานสถานที่ ฝ่ายบริหารทั่วไป กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งดูแลการก่อสร้างอาคารที่จะใช้เป็นจุดลงทะเบียนจองแผงค้า ในวันที่ 10 พ.ย.2555 นี้ บอกว่า

“เงื่อนไขคร่าวๆเบื้องต้นของผู้ที่จะเข้ามาค้าขายในตลาดนี้  อย่าง แรก ต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในการลงทะเบียนไว้ในวันที่ 10 พ.ย. 2555 เท่านั้น  ซึ่ง กทม.จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจจะเข้ามาค้าขายในตลาดนี้ ได้ไปลงทะเบียนไว้ก่อน และเป็นวันเดียวกับที่ท่านผู้ว่าฯ กทม. จะมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ”

เงื่อนไขถัดมา ทองจันทร์บอกว่า หลังจากได้ลงทะเบียนไว้แล้ว ทางกองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ทำหน้าที่พิจารณาสิทธิเป็นรายบุคคล

หากคณะกรรมการพิจารณาสิทธิได้ผ่านความเห็นชอบว่าผู้ใดควรได้รับสิทธิในการจองแผงค้า ซึ่งเบื้องต้นมีอยู่ประมาณ 1,500 แผง ก็จะเรียกผู้ที่ผ่านการพิจารณาดังกล่าวเข้าไปทำสัญญาจองสิทธิ โดยกำหนดค่าจองสิทธิไว้เป็นเงินจำนวน 60,000 บาท ต่อระยะเวลาการเช่า 30 ปี

“เพื่อให้คนทุกระดับมีโอกาสเข้ามาเป็นผู้ค้าที่ตลาดนัดแห่งนี้ได้ ทางผู้บริหาร กทม.ได้กำหนดอัตราค่าจองสิทธิไว้เพียง 6 หมื่นบาท โดยผู้จองสิทธิที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก สามารถแบ่งผ่อนชำระได้เป็น 2 งวด งวดละ 30,000 บาท เงินค่าจองสิทธิก็ไม่ได้เอาไปไหน นำไปใช้ทำแผงค้าให้ผู้ค้านั่นเอง”

ทองจันทร์บอกว่า หลังจากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้ซึ่งได้รับสิทธิในการมีแผงค้า และได้ชำระค่าจองสิทธิเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าไปทำการค้าในตลาดนัดแห่งใหม่ได้ทันที โดย กทม.คิดอัตราค่าเช่าแผงรายเดือน อีกเพียงเดือนละ 900 บาท ต่อแผง

ทองจันทร์ยังบอกด้วยว่า ในแง่ของกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะไปใช้บริการตลาดนัดสวนจำปี ก็ได้มีการทำสำรวจมาแล้วก่อนหน้าเช่นกัน

“แถวนี้มีทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและหมู่บ้านจัดสรรเยอะ บางคนบอกว่า มาสร้างตลาดซะไกลขนาดนี้ใครจะมาเดิน ไม่ต้องห่วงครับ เราได้ออกสำรวจความเห็นประชาชนในละแวกนี้และใกล้เคียง ไม่ว่าผู้ที่พักอาศัยตามหมู่บ้านจัดสรร ผู้ที่ไปเดินตามห้างเซ็นทรัล ห้างบิ๊กซี พระราม 2 หรือผู้ที่ทำงานในโรงงาน เป็นต้น”

“ผลการสำรวจออกมาว่า 90% เห็นด้วยกับการที่ กทม.จะมาเปิดตลาดนัดที่นี่ มีแค่ 10% เท่านั้น ที่ไม่เห็นด้วย อ้างว่าอยู่ไกลบ้าง หรือเดินทางไม่สะดวกบ้าง”

ประเด็นอยู่ไกล ทองจันทร์บอกว่า สมัยแรกๆที่ กทม. ย้ายตลาดนัดจากสนามหลวงไปอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร ก็โดนข้อครหาเดียวกันว่า ไปสร้างเสียไกล ใครจะตามไปเดิน แล้วเดี๋ยวนี้เป็นไง ไม่มีใครบ่นว่าจตุจักรอยู่ไกลอีกแล้ว แม้แต่คนย่านฝั่งธนฯ หรือบางนา ก็ยังไปเดินตลาดนัดจตุจักร เขาว่า ดังนั้น ข้อครหานี้ตัดทิ้งไปได้

ส่วนข้อครหาที่ว่าถนนหนทางหน้าโครงการตลาดนัดสวนจำปีคับแคบและเดินทางไปไม่สะดวก เพราะปัจจุบันมีรถเมล์ สาย 7 หัวลำโพง–บางบอน เพียงสายเดียวที่วิ่งผ่าน

ทองจันทร์บอกว่า แม้ถนนหน้าโครงการจะมีเพียง 4 เลน วิ่งสวนไป-มาได้ฝั่งละ 2 เลน แต่ถ้ามีการจัดระบบจราจรบริเวณนี้ใหม่ให้ดี ซึ่งตามแผนผังได้ออกแบบทำทางเข้า-ออกรอบตลาดไว้ถึง 5 ช่องทาง นอกจากถนนด้านหน้า ยังสามารถเข้า-ออกทางด้านข้างของตลาด ซึ่งติดกับซอยจำปี ดังนั้นเขาเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา

ส่วนเรื่องรถเมล์ที่วิ่งผ่านมีเพียงสายเดียวนั้น เขาเชื่อว่าอีกไม่นาน หลังจากก่อสร้างตลาดนัดเสร็จ กทม.คงจะประสานกับ ขสมก. เพิ่มสายรถเมล์ที่วิ่งผ่านย่านนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

ประเด็นทิ้งท้ายที่หลายคนเป็นห่วง หลังจากตลาดนัดสวนจำปีเริ่มติดตลาด แบบเดียวกับที่ กทม.เคยทำสำเร็จมาแล้วที่ตลาดนัดจตุจักร จะมีปัญหาเรื่องเจ้าของพื้นที่ขอคืนพื้นที่ หรือปล่อยให้มีการเช่าช่วงกันนัวเนียจนเคลียร์ไม่ลง เหมือนกับบทเรียนที่ผ่านมาจากตลาดนัดจตุจักรหรือไม่

“ตอบได้เลยว่า กทม.เคยได้รับบทเรียนดังกล่าวมาแล้ว ประเภทคนเดียวมี 100 แผง ไปขนลูก หลาน มาลงชื่อจองไว้ แต่จริงๆแล้วเป็นของเจ้าของเพียงคนเดียว ต่อไปนี้คงไม่มีอีกแล้ว เพราะครั้งนี้เราจะมีคณะกรรมการพิจารณาสิทธิคอยสกรีน หรือกลั่นกรองอย่างเข้มงวด”

“ส่วนเรื่องเจ้าของพื้นที่ขอโก่งขึ้นค่าเช่า หลังจาก กทม.เข้ามาพัฒนาจนพื้นที่นี้ติดตลาดแล้ว ผมเชื่อว่าปัญหานี้คงไม่เกิด เพราะสำนักงานทรัพย์สินฯ คงจะมีเจตนารมณ์เดียวกับ กทม.คือ ไม่ได้มุ่งหวังที่ผลกำไรในการทำตลาดเป็นหลัก  แต่ต้องการช่วยเหลือคนกรุงชานเมือง เพื่อให้มีทั้งสถานที่ค้าและพักผ่อนหย่อนใจ” ทองจันทร์ทิ้งท้าย.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement