advertisement

อะกีดะฮ์-อิบาดะฮ์ พลังแห่งศรัทธา

โดย 15 ก.ย. 2555 05:00

ศรัทธาก่อให้เกิดได้ทั้งผลดี...ผลร้าย ที่จะกล่าวถึงคือศรัทธาในมุมดี ศานติสุขบังเกิดจากศรัทธา... “มะนังดาลำ” ชุมชนน่าอยู่แห่งปัตตานี

...ท่วงทำนองของเสียง “อะซาน” ที่ลอยมาตามสายลมก่อนอรุณจะเบิกฟ้าถือเป็นสัญญาณแรกของวันในการทำละหมาด “ซุบฮิ” เพื่อแสดงออกถึงศรัทธา และเป็นการสื่อสารกับพระเจ้า ซึ่งเป็นวิถีที่ศาสนิกชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือปฏิบัติมาช้านาน

ทุกใบหน้าสงบนิ่ง นัยน์ตาทุกคู่เปล่งประกาย ทำให้บรรยากาศภายในอาคารไม้หลังใหญ่ของสถาบันศึกษาปอเนาะ “มะฮัดดารุลเราะห์มะห์” ตำบลมะนังดาลำ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีแห่งนี้ ขรึมขลังขึ้นทันที

ปี 2547 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบว่าด้วยสถาบันศึกษาปอเนาะ เพื่อให้ปอเนาะมาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ปอเนาะที่จดทะเบียนแล้วจะเรียกว่าสถาบันศึกษาปอเนาะ (pondok institute) ไม่ใช่โรงเรียนปอเนาะ

สำหรับ ด๊ะอารี ยูโซ๊ะ และ อาสอารี ลาเต๊ะ สถาบันศึกษาปอเนาะ...มะฮัดดารุลเราะห์มะห์ ไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง เป็นแหล่งสรรพวิชาทางจิตวิญญาณที่เติมเต็มวิถีมุสลิมของพวกเขาให้กระจ่างชัดและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

แน่นอน ความรู้สึกนี้ย่อมเป็นความรู้สึกเดียวกับนักศึกษาร่วมสถาบันอีกกว่า 250 ชีวิต

การเรียนการสอนอัลกุรอาน วิถีปฏิบัติ กฎระเบียบในการอยู่ร่วมกันอย่างน้อย 7 ปีเพื่อซึมซับหลักปฏิบัติตามที่พระคัมภีร์ได้ชี้นำเอาไว้ รวมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยในการดูแลซึ่งกันและกันของเหล่านักศึกษาทำให้สถาบันศึกษาปอเนาะมะฮัดดารุลเราะห์มะห์มีเอกลักษณ์และแตกต่างจากปอเนาะอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

“เห็นเครื่องแบบ เห็นการปฏิบัติตัว คนอื่นจะรู้ว่าเราเป็นคนของที่นี่ทันที” ด๊ะอารียืนยัน

ไม่เฉพาะหลักศาสนาที่ถูกถ่ายทอดเรียนรู้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งฝึกทักษะอาชีพสำหรับผู้คนในชุมชนที่ต้องการมีความรู้ไว้เลี้ยงชีพอีกด้วย

หลักสูตรการกัดกระจก การทำยาสมุนไพร การสกรีนเสื้อเป็นลวดลายต่างๆ เป็นหลักสูตรเสริมที่การศึกษานอกโรงเรียนได้เข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน ทำให้หลักปฏิบัติตามวิถีมุสลิมและการดำรงชีพ ได้ร่วมดำเนินไปในทางเดียวกัน

“การดำเนินการเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่คำสอนตามหลักศาสนา” มหามัติ มะจะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมะนังดาลำ กล่าวถึงความเชื่อมโยง

เพราะการสร้างศูนย์เรียนรู้เพื่อตอบโจทย์ “อาชีพ สังคม และสุขภาพ” ที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ตามแนวคิดสุขภาวะองค์รวม ทำให้ตำบลมะนังดาลำ หรือ “บือแนดาแล” ที่แปลว่า “นาลึก” สามารถปรับตัว...ดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ที่ยังไม่รู้ว่าปลายทางจะไปจบลงตรงไหน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา นี่คือพื้นที่สีแดง ที่ผู้ก่อความไม่สงบลงมือก่อเหตุรุนแรง สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ กลายเป็นรอยแผลเป็นที่เด่นชัดในความรู้สึกของชาวมะนังดาลำที่มีอยู่ทั้งหมด 1,425 ครัวเรือน

แต่เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลับไม่สามารถสั่นคลอนวิถีแห่งศรัทธาและแนวทางตามพระประสงค์ของพระเจ้าของผู้คนที่นี่ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของการสร้างสมดุลให้กับชีวิตตาม “หลักอะกีดะฮ์” ...หลักการศรัทธาและความเชื่อในศาสนาอิสลาม

และ “หลักอิบาดะฮ์”…หลักการปฏิบัติหรือดำรงตนบนวิถีอิสลาม หรือสุขภาพองค์รวมที่นายก อบต.มะนังดาลำ นำมาปรับใช้กับชุมชนของเขา เพื่อขับเคลื่อนชุมชนไปสู่ความสอดคล้องระหว่างคำว่า “สันติวิถี” และ “ความพอเพียง”

มหามัติ มะจะ นายก อบต.มะนังดาลำ ย้ำว่า การขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาจำเป็นต้องใช้คนในการขับเคลื่อน เราก็ต้องสร้างปัญญาให้กับคนของเรารู้จักจัดการท้องถิ่นตนเอง

ที่ผ่านมา...ปัญหาที่ทำให้ชุมชนไม่สามารถพัฒนาได้มากเท่าที่ควรก็คือ ภาวะการมีส่วนร่วมต่ำ ซึ่งมหามัติรู้สึกว่านั่นเป็น “ประชาธิปไตยแบบสั่งการ” ไม่ใช่... “การมีส่วนร่วม” เพราะการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนก็ต้องเริ่มแก้ที่คนในชุมชนก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีความเป็นมุสลิมที่เกี่ยวดองระหว่างการดำเนินชีวิตกับศาสนกิจเอาไว้ตั้งแต่เกิดจนตาย การร้อยเรียงหลักคิดและทำความเข้าใจ จึงเป็นการดำเนินการเพื่อเปลี่ยนทัศนคติให้เห็นว่า แท้จริงแล้วทุกเรื่องในสังคมล้วนเชื่อมโยงกัน

อันเป็นที่มาของระบบการพัฒนาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง 7 ระบบ ที่ประกอบด้วย ระบบการบริหารจัดการตำบล ระบบการศึกษา ระบบดูแลสุขภาพ ระบบเศรษฐกิจพอเพียงและส่งเสริมสัมมาชีพ ระบบสวัสดิการชุมชน ระบบพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน

“เรื่องการบริหารจัดการตำบล วันนี้เราพยายามที่จะทำเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทุกอย่าง ซึ่งการจัดการตำบลมีฐานจัดการคือมัสยิด ซึ่งทำเป็นศูนย์เรียนรู้ทั้งหมด ไม่ว่าจะการศึกษา เยาวชน สังคม หรือเรื่องต่างๆ...”

สำหรับคนมุสลิมนั้นการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด คนในพื้นที่จะมีโอกาสทางการศึกษาตั้งแต่เยาวชน ประถมปีที่ 1 เป็นต้นไป มีค่ายภาษา โรงเรียนเพื่อท้องถิ่นโดยท้องถิ่น โดยใช้หลักสูตร IBS หรือ Islamic Based management School เริ่มเรียนตั้งแต่ 06.30 น. เลิกเรียน 13.30 น. เพราะวิถีอิสลามจริงๆนั้น ต้องตื่นแต่เช้า

“อะกีดะฮ์”...คือเรื่องของจิตใจ ความเชื่อ ขณะที่ “อิบาดะฮ์”...คือการกระทำที่จะต้องเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ไม่ใช่เพียงหลักศาสนาที่ยึดถือปฏิบัติในแง่มุมเดียวเท่านั้น

หากแต่ในทุกมิติสังคมนับตั้งแต่ศาสนา การเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิต ทุกอย่างต้องสมดุลซึ่งกันและกัน

ในวันนี้ชุมชนมะนังดาลำกำลังผลักดันตัวเองเข้าสู่โครงการตำบลสุขภาวะ หรือชุมชนน่าอยู่แห่งแรกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยการสนับสนุนของ สสส. ด้วยหวังว่าจะเป็นก้าวเล็กๆ ก้าวหนึ่งที่ร่วมขับเคลื่อน นำความสงบอย่างยั่งยืนมาสู่พื้นที่ในอนาคต

มหามัติมีความเชื่อมั่นว่า การดำเนินการตามแนวคิดนี้จะนำไปสู่การสร้างสังคมพึงประสงค์ที่ทุกคนปรารถนา

“เมื่อชุมชนอยู่ได้ ชุมชนช่วยเหลือตัวเองได้ บ้านก็สงบ ทุกคนก็จะมีความสุขที่เป็นรูปธรรม เช่น เรื่องยาเสพติด การลักเล็กขโมยน้อย ก็จะช่วยแบ่งเบาได้...ความขัดแย้งในพื้นที่น้อยลงและสามารถเข้าไปพัฒนาเรื่องอื่นๆต่อไปได้”

แน่นอนว่า ทุกคนก็คงมีความคาดหวังไม่ต่างจาก มหามัติ มะจะ นายก อบต.มะนังดาลำ ที่วาดหวังให้สันติสุขบังเกิด และหวังให้ความรุนแรงในพื้นที่สูญสลายไปตลอดกาล.

โหวตข่าวนี้