advertisement

แง้มสุขราชินีลูกทุ่ง แม่...ผ่องศรี วรนุช

โดย 6 ก.ย. 2555 05:00

สังคมเท่าที่จะทำได้” แม่ผ่องศรีบอก

ผ่องศรี วรนุช ราชินีเพลงลูกทุ่งตัวจริงเสียงจริง ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2535 หนึ่งในนักร้องที่เข้าร่วมงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบุคคลในวงการ ณ สำนักงานแม่ไม้เพลงไทย ถนนเอกชัย เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศิลปินเข้าร่วมสร้างกุศล มีทั้ง นคร ถนอมทรัพย์ วงจันทร์ ไพโรจน์ สมศรี ม่วงศรเขียว มนต์ เมืองเหนือ แดน บุรีรัมย์ และคนในวงการอีกมากนาม

สำหรับเพลงอมตะของแม่ผ่องศรี เช่น ด่วนพิศวาส กอดหมอนนอนหนาว และฝนหนาวสาวครวญ  “ยามย่างเข้าสู่เขตฤดูฝนพรำ ตกกระหน่ำเสียจนพร่างพราว ฝนก็พรมซ้ำลมก็หนาว ยิ่งคิดสาวเปลี่ยวใจ...”

บนถนนนักเพลงเกินครึ่งศตวรรษ ราชินีแห่งวงการมองการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเพลงลูกทุ่งอย่างไร

เนื้อหาเพลงมีเหตุปัจจัยหลายอย่างมากำหนด “สมัยก่อนนักร้องไม่มีค่ายเหมือนเดี๋ยวนี้ ครูเพลงแต่งเพลงตามใจตัวเอง มีอิสระในการแต่งเต็มที่ ท่านนำเอาศิลปะ วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่ ชาวนามาสะท้อนในเนื้อเพลง ฉายภาพออกมาอย่างสวยงาม” แม่ผ่องศรีบอก

แต่เดี๋ยวนี้ “ครูเพลงต้องแต่งตามความต้องการของค่าย ทำให้เนื้อหาที่เป็นชีวิตจริงๆ เจือจางลงไป”

เรื่องนี้ “แม่เห็นใจนักร้องสมัยนี้นะ ไม่ร้องก็ไม่ได้ ครูเพลงก็เหมือนกัน ทำให้เพลงสร้างสรรค์ เพลงที่มาจากชีวิตจริงๆ ไม่ค่อยมีเหมือนก่อน จริงอยู่เมื่อก่อนอาจมีเพลงไม่ค่อยดีอยู่บ้าง แต่ก็มีลักษณะแปลกๆ ออกมาให้คนได้เลือกฟัง ไม่มีกรอบบังคับจากค่ายอย่างปัจจุบัน”

แม่ผ่องศรีตั้งข้อสังเกตว่า “เพลงลูกทุ่งเก่าๆ ไพเราะมาก เพราะนักร้องจะดังได้ต้องอาศัยเนื้อเพลงดีๆ และต้องเสียงดี รูปร่างไม่เท่าไหร่ เนื้อหาเพลงต้องดี มีมนต์ตรึงคนฟังได้ จะเห็นว่า เดี๋ยวนี้มีเพลงเก่าๆ มากมาย นักร้องรุ่นใหม่ๆ นำมาร้องกัน และยังมีคนฟัง สาเหตุมาจากอะไรล่ะ ก็เพลงสมัยเก่ามีมนต์ มีชีวิต สอดแทรกวัฒนธรรม มีทุกสิ่งทุกอย่างในความเป็นลูกทุ่งแฝงไว้อย่างสนิทเนียน”

การนำเพลงเก่ามาร้อง นักร้องรุ่นใหม่ “บางคนก็ไม่ถึง เสียงไม่ได้อารมณ์เพลง บางทีก็ใช้ดนตรีกลบเสียงหมด เสน่ห์ของเสียงที่ต้องการโชว์จริงๆ ไม่เด่นออกมา ไม่เหมือนนักร้องสมัยก่อน เพลงหวานเสียงก็หวาน เพลงเศร้าเสียงก็เศร้า เพลงสนุกเสียงก็สนุก น้ำเสียงให้อารมณ์แนบเนียนไปกับเนื้อเพลง”

เรื่องความเปลี่ยนแปลงในวงการเพลง ชัยชนะ บุญนะโชติ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2541 เจ้าของเสียงเพลงอมตะ ล่องใต้ แม่แตงร่มใบ บางกอกน้อย และใจนางเหมือนทางรถ มองว่า เป็นไปตามยุคตามสมัย เก่าไปใหม่มาเป็นเรื่องธรรมดา

“เรื่องเนื้อร้อง เดี๋ยวนี้ต้องสั้นๆ ให้จำง่ายเข้าไว้ ใส่ดนตรีแล้วเต้นกัน นักร้องก็ต้องรูปร่างหล่อๆ สวยๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อน ครูเพลงแต่งเพลงยาว นักร้องต้องเสียงดีจริงๆ รูปร่างไม่เท่าไหร่”

วงการลูกทุ่งไทย “อย่างไรมันก็ต้องกลับมา แต่เนื้อเป็นไปตามยุคสมัย เพลงสนุกบ้าง เพลงชีวิตบ้าง และที่เห็นปัจจุบันก็เอาเพลงลูกทุ่งเก่าๆ มาร้องใหม่กันมาก ผมว่าแม้ยุคสมัยเปลี่ยน แต่ศิลปะของความเป็นลูกทุ่งมันไม่เปลี่ยนนะ”

ชัยชนะให้ข้อสังเกตว่า “เมื่อก่อนเราร้องเพลงประโลมโลก ร้องกล่อมให้คนมีความสุข แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นพาณิชย์ไปแล้ว”

การหายไปของวงดนตรีลูกทุ่ง ชัยชนะบอกว่า ส่วนหนึ่งมาจากพัฒนาของเทคโนโลยี “เริ่มต้นจาก นำเอาอิเล็กโทนตัวเดียวมาตั้ง แล้วร้องเพลงได้ ต่อมามีคาราโอเกะยิ่งไปกันใหญ่เลย ไม่ต้องจ้างนักร้องแล้ว”

งานของศิลปินแห่งชาติ เดี๋ยวนี้คือ หมอทำขวัญนาค แต่งเพลง และร้องเพลงในบางโอกาส “บางงานเพื่อนๆ หาไปร้องบนเวที แต่นักดนตรีบนเวทีไม่ให้ร้อง เขาอาจจะหวงเงินตกรางวัล เพราะเมื่อเราขึ้น คนจะให้รางวัลทุกครั้งไป”

เสียงของชัยชนะ แม้จะเป็นเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ก็เจือด้วยความขื่นขม

สำหรับประสบการณ์ในการทำวงดนตรีลูกทุ่งของแม่ผ่องศรี แม่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนย้อนอดีตให้ฟังอย่างมีชีวิตชีวาว่า “สมัยก่อนลำบากมาก บางทีนั่งรถไปแล้ว ยังต้องเดินทางต่อด้วยเกวียน แสดงเสร็จแล้วก็กลับไม่ได้ เพราะว่าเขาไม่ออกมาส่ง ต้องรอกลับเช้า ยิ่งหน้าฝนยิ่งลำบาก บางทีเตรียมตัวจะแสดงฝนตั้งเค้ามา เราก็มองหน้ากันเชิงปรึกษากันว่า พรุ่งนี้จะกินข้าวลิงกันหรือเปล่า คือต้องกินกล้วย เพราะไม่มีเงินซื้อข้าวกิน แต่ถ้าไปไหนแสดงปิดวิกรายได้ดี ลูกน้องก็แจ่มใสกันถ้วนหน้า”

ประสบการณ์ทำวงของผ่องศรี วรนุช ทำให้ได้นักร้องลูกทุ่งนามหนึ่งมาประดับวงการ แม่ผ่องศรีเล่าว่า “แม่ไปแสดงที่วัดราษฎร์-บำรุง จังหวัดสุพรรณบุรี เป้าเขามาร้องเพลงศรคีรี ศรีประจวบ ร้องเพราะมาก แต่แม่ยังรับไว้ไม่ได้ เพราะอายุยังน้อย ดูเหมือนยังเรียนไม่จบ ป.4 แม่เลยไล่ให้ไปเรียนให้จบ ป.4 ก่อน แล้วค่อยมาหาแม่ใหม่”

หลังจากวันนั้น 1 ปี หนุ่มน้อยจากเมืองสุพรรณก็สะพายกระเป๋าเข้ากรุง เข้าหาสำนักงานแม่ผ่องศรี วรนุช ด้วยใจมุ่งมั่น “เป้าสะพายเป้เข้ามา บอกว่าแม่ผมมาแล้ว แม่ก็ถามว่ามาทำอะไร เป้าบอกว่าก็แม่ให้มาร้องเพลงไง ที่ไปแสดงที่วัดราษฎร์บำรุงน่ะ แม่ก็บอกว่าทำไมไม่บอกกันก่อน ตอนนี้คนในวงเต็มแล้ว เป้าบอกว่าไม่ได้หรอก ผมไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน แม่ก็เลยให้เขานอนที่บ้านก่อน แล้วต่อมาก็ให้เขาเป็นนักเต้น และนักร้อง ชื่อของเขาแรกๆ คือ กำชัย ราษฎร์บำรุง เพราะพบเป้าที่วัดราษฎร์บำรุง”

วัดราษฎร์บำรุง อยู่อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นที่มาของเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงชื่อ นักเพลงคนจน ความว่า “...ผมสัญจรจากดอนเจดีย์ สุพรรณบุรีดินแดนบ้านป่า...” แต่ในชีวิตจริง สายัณห์เกิดที่อำเภอเดิมบางนางบวช

กำชัย ราษฎร์บำรุง ต่อมาได้เป็นนักร้องและนักเต้นทีมเอกในวง ผ่องศรี วรนุช “เขาอยู่ทีมเอกของแม่ ทีมของเป้าประกวดที่วังสราญรมย์ได้ที่หนึ่ง เขาได้ชนะเลิศเลย คราวนั้นเป็นที่ฮือฮากันมาก”

ต่อมา ผ่องศรีป่วย ถอดใจกับการทำวง ประกอบกับมีนักร้องนักเต้นตัวเก่งออกไปอยู่วงดนตรีอื่นด้วย แม่ผ่องศรีจึงเลิกวง กำชัยออกไปช่วงนี้ และไปดังในชื่อ สายัณห์ สัญญา ด้วยผลงานเพลงจากปลายปากกาของ ชลธี ธารทอง เป็นต้นว่า แหม่มปลาร้า และ ลูกสาวผู้การ เป็นต้น

การทำวงดนตรีต้องมีกฎ กฎเหล็กข้อหนึ่งของวงผ่องศรี วรนุช คือ ห้ามนักร้องในวงเป็นแฟนกัน สาเหตุเป็นมาอย่างไรนั้นแม่ผ่องศรีบอกว่า “แม่เป็นวงแรกเลยที่ออกกฎนี้มา ปล่อยไม่ได้หรอก เดี๋ยวท้องจะไปทำอะไรกินกัน วงแม่รับเด็กอายุตั้งแต่ 15 ถึง 25 พวกเด็กๆ พอเป็นแฟนกันเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน แม่เลยห้ามเด็ดขาด”

สิ่งที่อยากจะบอกกับนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหม่ “แม่ขอบอกว่า เวลารุ่งเรืองของเรานั้นไม่ยาวนัก สักวันหนึ่งก็ต้องร่วงโรยไปตามสมัย ขอให้รู้จักการเก็บออมเอาไว้บ้าง เมื่อถึงเวลาขาลงจะได้อยู่ได้”

สำหรับแม่ผ่องศรีปัจจุบันออกแสดงน้อย “แม่อยากไปพบแฟนๆ ทุกคน แต่เหนื่อยมากเรื่องการเดินทาง เมื่อก่อนเดินทางเราจะเลาะไปเรื่อยๆ แสดงผ่านไปทีละจังหวัด แต่เดี๋ยวนี้ เดี๋ยวไปใต้ เดี๋ยวขึ้นเหนือ เดินทางได้เร็วจริง แต่แม่เหนื่อย”

แม่ผ่องศรีเปิดใจว่า “แม่มีความสุขมากที่ได้พบแฟนๆ เรา 73 แล้ว แฟนๆ ก็ไล่เลี่ยกัน บางทีเจอกันต่างคนต่างร้องไห้ เราก็ดีใจที่มีคนนึกถึงเราอยู่ เขาก็ดีใจที่ได้พบเรา”.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement