advertisement

คาราวานตรวจเต้าเอกซเรย์หนีมะเร็ง

โดย 28 ก.ค. 2555 05:00

มูลนิธิกาญจนบารมี โดยพระราชานุญาต สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดตัว...

“โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammography) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555”

วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หนึ่งในหัวเรือใหญ่ที่ให้การสนับสนุนบอกว่า โครงการพุ่งเป้าไปที่สตรีกลุ่มเสี่ยง...ด้อยโอกาส ปัจจุบันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมพบมากที่สุดในสตรีไทย โดยในปี 2553 พบผู้ป่วยมะเร็งเต้านม รายใหม่ 13,154 ราย และเสียชีวิต 4,665 ราย

เข้าใจง่ายๆ ทุก 2 ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งเต้านม 1 คน

สถานการณ์มะเร็งเต้านมในหญิงไทยถือว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคนส่วนใหญ่...ขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดและการป้องกันมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะวิธีการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และที่สำคัญเครื่องเอกซเรย์เต้านม ที่สามารถค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังมีไม่เพียงพอในการให้บริการ

ยิ่งในสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลไม่ต้องพูดถึง การเอกซเรย์มะเร็งเต้านมไม่ได้อยู่ในสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทำให้ผู้มีรายได้น้อย ไม่สามารถเข้าถึงได้

“คนที่มีญาติพี่น้องที่เป็นมะเร็งเต้านม คนกลุ่มเสี่ยงไม่ออกกำลังกาย ไม่กินผัก ผลไม้ ดื่มแอลกอฮอล์เยอะ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีฮอร์โมนผิดปกติ เช่น มีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยๆ 7-8 ขวบก็มีแล้ว หรือบางคนอายุมากแล้วประจำเดือนก็ยังมีอยู่...ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง หรือพวกที่กินฮอร์โมนเป็นประจำก็เสี่ยง ควรต้องตรวจ”

ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี และอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บอกอีกว่า การตรวจที่ว่านี้ควรที่จะต้องเอกซเรย์ เพราะจะได้ไปเจอตั้งแต่ก้อนเล็กๆ ขนาด 2-3 มิลลิเมตร แม้ว่าจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่โอกาสที่เจอก่อนแล้วรักษาทัน จะยับยั้งการแพร่กระจายไปยังที่อื่นได้

“เอกซเรย์จะช่วยให้วินิจฉัยได้เนิ่นๆ ถ้าเจอแรกๆ ก็รักษาได้เลย ไม่ต้องตัดเต้านมออก ไม่ต้องให้เคมีบำบัด ไม่ต้องฉายแสง...ปลอดภัยแล้วก็หายด้วย กลับกันถ้าหากเป็นก้อนโต แม้ว่าจะคลำตรวจด้วยตัวเองได้ แต่ก็มีโอกาสแพร่ไปที่อื่น การรักษาก็หายลำบาก มีโอกาสเป็นซ้ำได้”

แต่การเอกซเรย์เต้านมไม่ได้อยู่ในสิทธิประโยชน์ ทุกคนที่ทำต้องจ่ายเงินเอง โรงพยาบาลรัฐ 2,000–4,000 บาท ถ้าเป็นเอกชนก็ 5,000–6,000 บาทขึ้นไป

กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับมูลนิธิกาญจนบารมี มาร่วมกันทำโครงการนี้ คนที่มีกำลังจ่ายเอกซเรย์ก็จ่ายไป...ทำไป แต่คนที่ยากจน...ไม่มีเงิน แต่มีปัจจัยเสี่ยง เราจะเอกซเรย์ให้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ตอกย้ำกลุ่มอายุขีดวงความเสี่ยง สมมติว่ามีญาติพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านม ไม่ต้องรออายุถึง 35-40 ปี อายุ 20 กว่า... 30 กว่าก็เอกซ์เรย์ได้แล้ว หรือคนที่เป็นมะเร็งเต้านมผ่าตัดไปข้างหนึ่งแล้ว อีกข้างหนึ่งก็มีโอกาสเป็น ต้องเอกซเรย์บ่อย...ปีละครั้งหรือสองปีครั้ง

“โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” จะเป็นคาราวานเคลื่อนที่ทั้งหมด 5 หน่วย แยกกันไปแต่ละภาคทั่วประเทศไทยลงไปยังชุมชนวันละอำเภอ

ภาคเหนือ...เริ่มจากจังหวัดพิษณุโลก ภาคกลาง...จังหวัดอยุธยา ภาคอีสาน...จังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออก...จังหวัดชลบุรี และ ภาคใต้...เริ่มที่จังหวัดชุมพร
คาราวานเคลื่อนที่แต่ละหน่วย ประกอบด้วยรถประชาสัมพันธ์, รถนิทรรศการเคลื่อนที่ให้ความรู้ ถึงการป้องกัน การเฝ้าระวัง สาเหตุ...ปัจจัยเสี่ยง, รถสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ในรายที่สงสัยจะตรวจโดยแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และรถเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่

“ในหนึ่งวันจะต้องมีคนสองพันคนเป็นอย่างน้อยที่จะมารับรู้ ความร้ายแรงของมะเร็งเต้านม ก่อนไปในแต่ละพื้นที่จะประกาศล่วงหน้าเพื่อให้คนมาร่วมตรวจ มาฟังความเสี่ยง พอไปถึงก็จะมีคนรออยู่แล้ว คนเรือนพันไม่ได้เข้าเครื่องเอกซเรย์ทุกคน แต่เข้ามาดู เข้ามาหาความรู้”

สำหรับรายที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม และที่ด้อยโอกาส จะได้รับการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และหากพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ก็จะส่งต่อเข้ารักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดนั้นๆ ในระบบหลักประกันสุขภาพ

เป้าหมายคาราวานเอกซเรย์เต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส ภายใน 5 ปี จะอยู่ที่ 250,000 ราย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556–2560

หน่วยเคลื่อนที่แต่ละหน่วยมีมูลค่าในการจัดซื้ออยู่ที่ 40 ล้านบาท เฉพาะรถเอกซเรย์หนึ่งคันก็ 30 ล้านบาท...ที่เหลือเป็นรถประชาสัมพันธ์ รถนิทรรศการ รถห้องตรวจเต้านม เฉลี่ยคันละ 2 ล้านบาท

คาราวาน 5 หน่วย...200 ล้านฯ บวกค่าดำเนินการต่อเนื่อง 5 ปีอีกปีละ 10 ล้านฯ...ก็ 50 ล้านฯ คุณหมอสมยศ บอกว่า จะรองบรัฐบาลก็คงจะยาก เทียบกับความรุนแรงของมะเร็งเต้านมในผู้หญิงไทยมาเป็นอันดับหนึ่ง ป่วยปีละกว่าหมื่นคน เสียชีวิตเฉลี่ยสองชั่วโมงต่อคน

น่าสนใจว่าผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ แม้อัตราเสี่ยงน้อยกว่า... 1 ล้านคนจะเป็นสัก 2–3 คนก็ตามที แต่เมื่อเป็นแล้วจะรุนแรงกว่าผู้หญิงและรักษายากมาก

โครงการที่เป็นประโยชน์...พลังคนไทยน่าจะมีศักยภาพทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนผ่านธนาคารต่างๆ ได้ที่ บัญชีสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาแคราย เลขที่ 188–0–78577–7 ชื่อบัญชี “มูลนิธิกาญจนบารมี (คัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่)”

บัญชีเผื่อเรียก ธนาคารออมสิน สาขาแคราย เลขที่ 02-007-1817-553 รวมทั้งธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ มูลนิธิกาญจนบารมี ยังจัดสร้าง หลวงพ่อโสธร รุ่น “เบญจนวมงคล” ทำพิธีบวงสรวงและเททองเบิกฤกษ์วันเสาร์ 5 พฤษภาคม 2555 ขึ้นมาหลายรุ่น...อาทิ พระบูชาขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว เนื้อนวโลหะ (พิธีเททองนำฤกษ์) องค์ละ 19,999 บาท...หลวงพ่อโสธรหล่อลอย เนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท องค์ละ 45,999 บาท ฯลฯ
เนื่องด้วยมีจำนวนจำกัด เชิญผู้สนใจสั่งจอง...คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://sothorn.anamai.moph.go.th หรือสอบถามเพื่อร่วมทำบุญใหญ่กับมูลนิธิกาญจนบารมี (คัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่) ได้ที่ 0-2591-8185-6

มะเร็งเต้านมเป็นเรื่องใกล้ตัว ทั้งผู้ป่วย...คนใกล้ชิดมีแต่ความทุกข์ การป้องกัน รักษาแต่เนิ่นๆ เป็นทางออกที่ดีที่สุด วันนี้จะรณรงค์แค่การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองไม่พอแล้ว แต่ต้องก้าวไปอีกขั้น ในกลุ่มผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง คนที่มีเงินและอายุ 35-40 ปีต้องไปเอกซเรย์หนึ่งครั้ง เพื่อเป็นพื้นฐานไว้ แล้วพออายุ 40 กว่าปี ก็เอกซเรย์อีกครั้ง...ผ่านไปอีกสองปีก็เอกซเรย์อีกครั้ง เพื่อความต่อเนื่อง

“แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่คุณต้องจ่ายเงินเอง แต่เราต้องบอกเขาให้รู้ ถ้าคุณมีกำลังพอจะทำได้ เพื่อลดความเสี่ยง ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่รู้ ยิ่งไม่มีใครพูดก็จะทำให้เกิดความละเลย”

ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี ประธานมูลนิธิกาญจนบารมี กล่าวทิ้งท้าย.

โหวตข่าวนี้