advertisement

สร้างห่วงโซ่อาหาร 1 ไร่ 1 ปี..ถึงได้ 2 แสน

โดย 4 ก.ค. 2555 05:00

1 ไร่ ได้ 1 แสน เป็นไปได้หรือ แค่นั้นยังน้อยไป

ที่บอกว่าได้เป็นแสน นั่นแค่ 5 เดือน ถ้า 1 ปี 1 ไร่ ทำ 2 ครั้ง 2 แสน

ไม่หนีไปไหน...ยิ่งเหลือเชื่อไปกันใหญ่

เพราะทำอาชีพเกษตรในบ้านเรา ไม่ว่าจะปลูกพืชอะไร พื้นที่ 1 ไร่ 1 ปี อย่าว่าแต่ 2 แสน...3 หมื่น ยังยากจะเห็นจริง

ไม่ต้องอะไรมาก ปลูกข้าว...ให้เป็นข้าวหอมมะลิด้วย พื้นที่อีสาน 1 ไร่ ให้ผลผลิต 40 ถัง ขายแบบฟลุกถูกหวย ได้เท่ารับจำนำเกวียนละ 20,000 บาท แบบไม่โดนหักความชื้น ไม่หักค่าสิ่งเจือปน และไม่โดนโกงตาชั่ง

1 ไร่ ได้ 8,000 บาท ปีหนึ่งสมมติว่า ปลูกได้ 2 ครั้ง ได้เงิน 16,000 บาท นี่ยังไม่หักต้นทุน...หักแล้วเหลือไม่ถึงหมื่น

ยกตัวอย่าง ข้าวอาจถูกไป...ยางพารา ที่ว่าเป็นพืชทองยุคนี้ พื้นที่ 1 ไร่ 1 ปี กรีดน้ำยางได้ 250 กก. ให้ราคา กก. 100 บาท (ตอนนี้ต่ำเตี้ยใกล้ 80 บาท) ได้ 25,000 บาท แต่ยังไม่หักค่าจ้างกรีดยางและต้นทุนอื่นๆ...

หักแล้ว เหลือเกือบหมื่นพอๆกัน

แล้ว 1 ไร่ 1 ปี 2 แสน เป็นไปได้ยังไง...แต่ก็เป็นไปแล้ว และลงมือทำแล้ว

เมื่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จับมือกับหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสำนักงานการปฏิรูป

ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จัดโครงการนำร่องอบรมเทคนิคการผลิตในพื้นที่แปลงนาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี...ให้เกษตรกรรุ่นแรก 85 คน สามารถสร้างรายได้ 1 แสนบาท ในที่ดิน 1 ไร่ ภายในระยะเวลา 5 เดือน

“นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเก่าที่สภาหอการค้าไทย ครั้ง นายดุสิต นนทะนาคร เป็นประธาน มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในสังคม หลังจากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปี 2553 หอการค้าเป็นหนึ่งในองค์กรที่ตกเป็นจำเลยสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงผลักดันนโยบายนี้ขึ้นมา

1 ไร่ 1 แสน เป็นหนึ่งในนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ มีการทดลองทำกันมาแล้วในหลายพื้นที่ในภาคอีสาน โดยทำครั้งแรกที่ จ.ขอนแก่น เมื่อปี 2553 ปรากฏว่า ได้ผลตอบแทนไร่ละ 1 แสนบาทจริง

และด้วย ธ.ก.ส.เรามีลูกค้าอยู่ 2.6 ล้านราย ในจำนวนนี้มีอยู่ 6 แสนรายที่ประสบปัญหาทำเกษตรไม่ประสบความสำเร็จ ไม่มีทางชำระหนี้ได้ พักหนี้ให้ก็แล้ว ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก็แล้ว ก็ยังไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ เราจึงจับมือกับสภาหอการค้าทำโครงการนี้มาช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มนี้”

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เล่าถึงที่มาของโครงการ 1 ไร่ 1 แสน มีตัวตนทำได้จริง ไม่ใช่จับฝันมาขาย เพราะมีตัวอย่างพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วในหลายพื้นที่

หลักการของโครงการ 1 ไร่ 1 แสน...ไม่มีอะไรมาก คนไทยรู้จักกันดี ทำเกษตรตามหลักทฤษฎีใหม่ของในหลวง ทำเกษตรแบบผสมผสาน ไม่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว เพียงแต่นำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ 1 ไร่

ทฤษฎีใหม่แหล่งน้ำขุดเป็นบ่อ...1 ไร่ 1 แสน ขุดเป็นคูน้ำล้อมรอบที่ดิน 1 ไร่ ที่ดินด้านนอกคูน้ำ ยกคันดินให้สูงไว้ปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงเป็ด ส่วนพื้นที่ด้านในของคูน้ำทำเป็นแปลงนาปลูกข้าว ในคูน้ำเลี้ยง ปลา กบ กุ้งฝอย หอย เท่านั้นเอง...ดูแล้วไม่น่าจะได้เงินเป็นแสน

หัวใจสำคัญของโครงการนี้ ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ แต่อยู่ตรงสิ่งที่กลุ่มนักวิชาการในทีมงาน 1 ไร่ 1 แสนให้ชื่อว่า...อะตอมมิคนาโน

จุลินทรีย์สายพันธุ์พิเศษ มีคุณสมบัติย่อยสลายสรรพสิ่งและแตกตัวขยายพันธุ์ได้รวดเร็วกว่าจุลินทรีย์ที่เกษตรกรไทยเคยใช้กัน เป็นผลงานค้นพบของ อ.กิตติ์ธเนศ รังคะวรเศรษฐ์ ที่เก็บเป็นความลับ ด้วยกลัวบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่จะมาฮุบเอาไป จึงมีไว้ให้เฉพาะเกษตรกรที่ร่วมโครงการเท่านั้น

“จุลินทรีย์ตัวนี้สำคัญมาก เพราะมีบทบาทช่วยดึงความสมดุล

ทางธรรมชาติให้กลับคืนมา ทำให้ห่วงโซ่อาหารที่ขาดหายกลับมาอุดมสมบูรณ์ ทำให้เราไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง รวมทั้งไม่ต้องพึ่งพาอาหารเลี้ยงสัตว์ให้มาก ช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล

เคยนึกถึงการทำเกษตรในสมัยก่อนหรือไม่ คนรุ่นปู่ทวด ทำยังไงถึงไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง นั่นเป็นเพราะความสมดุล ห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติยังคงอยู่ ไม่ถูกทำลาย”

ผู้จัดการ ธ.ก.ส.เผยเคล็ดลับของ 1 ไร่ 1 แสน พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นภาพของการทำเกษตรไทยในวันนี้...ทำแล้วมีแต่จนกับหนี้

เพราะทำเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกพืชชนิดเดียว เลี้ยงสัตว์ชนิดเดียว ความสมดุลทางธรรมชาติไม่มี ปลูกข้าว เก็บเกี่ยวเสร็จเผา...ไม่ได้เผาทำลายแค่ฟาง

แต่เผาทำลายห่วงโซ่อาหาร ทำลายปุ๋ย ทำลายจุลินทรีย์ ทำลายที่อยู่อาศัยของเหล่าตัวห้ำตัวเบียนที่คอยช่วยเรากำจัดแมลงศัตรูพืช

โครงการ 1 ไร่ 1 แสน...การปรับพื้นที่เพาะปลูก สารพัดใบไม้ใบหญ้า วัชพืช ฟางข้าว ไม่มีการเผาทำลายทิ้ง ถางตัดฟันแล้วเอาจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ว่า มาฉีดพ่นราดรดให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย แล้วไถกลบ
จะปลูกข้าว ต้องไม่ปลูกแบบหว่านมั่น 30 กก.ต่อไร่...โครงการนี้ใช้พันธุ์ข้าวแค่ 2 ขีดต่อไร่ แต่การปลูกต้องคัดเมล็ดพันธุ์ เลือกเอาเฉพาะที่สมบูรณ์ไปใส่กระบะเพาะพันธุ์ต้นกล้า เอาไปปลูกดำใช้วิธีโยนแบบปาเป้า

ระหว่างรอต้นกล้างอก เอาจุลินทรีย์ไปหว่านในแปลงนาเพื่อสร้างแพลงก์ตอนเกิดถือกำเนิดในผืนนา...แพลงก์ตอนเกิดและตายกลายเป็นปุ๋ย เมื่อเอาต้นกล้ามาปลูกก็เลยไม่ต้องใช้ปุ๋ย

แถมระหว่างการปลูกยังมีเทคนิคเติมปุ๋ยธรรมชาติให้ต้นข้าวตลอดเวลา...ปล่อยปลา กบ กุ้งฝอย ไม่ใช่หวังเลี้ยงเอาไว้แค่กินและขายเท่านั้น

สร้างห่วงโซ่อาหาร กบ ปลา กุ้งฝอย เข้าไปกินแพลงก์ตอน ย่อมต้องถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยอาหารของพืช

กบ ปลา โตขึ้นอาหารธรรมชาติมีไม่พอ ต้องรู้จักวิธีเอาจุลินทรีย์มาผสมไปกับอาหารสัตว์ทำเอง แบบไม่ต้องซื้อให้เถ้าแก่รวย คนเลี้ยงจน

นอกจากนั้นยังปล่อยหอยขมไว้เป็นเทศบาลคอยเก็บกวาดท้องน้ำ เก็บกินขี้กบ ขี้เป็ด เพื่อให้ท้องน้ำสะอาด ไม่เป็นที่สะสมของเสีย ที่จะทำให้เกิดก๊าซพิษขึ้นมา

เลี้ยงเป็ดก็เช่นกัน ไม่เพียงหวังแค่เก็บไข่ไว้ขาย แต่ต้องการให้ไปกินหอยเชอร์รี่ศัตรูต้นข้าว พร้อมทั้งขี้เป็นปุ๋ยและอาหารของปลา กุ้ง หอย อีกต่างหาก

พืชผักสวนครัวที่ปลูกบนคันนารอบคู จะคิดปลูกตามใจนึกไม่ได้... โครงการ 1 ไร่ 1 แสน สอนให้สำรวจตลาด ปลูกอะไรถึงขายได้ราคาต้องรู้จักวิธี

แต่มีเคล็ดลับเบื้องต้นแนะนำ...ตอนที่จะลงมือปลูก อะไรราคาถูกให้ปลูกอย่างนั้น เพราะแม่ค้าในตลาดบอกว่า ตอนนี้ถึงจะถูก อีกสักพักฤดูหน้ามันจะแพง เป็นอย่างนี้ประจำ

นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่เห็นอะไรขายได้ราคาดี มักจะสามัคคีแห่กันปลูกตามกัน ในที่สุดผลผลิตออกมามาก ขายไม่ได้ราคา เลยเข็ดไม่กล้าปลูกต่อ...ฤดูถัดมาของขาดตลาด มันก็เลยแพง เป็นไปตามกฎธรรมชาติอีกนั่นแหละ

ต้องคิด ต้องทำอย่างนี้...1 ไร่ 1 ปี ถึงจะได้ 2 แสน

แต่ถ้ายังรอเทวดามาโปรดรดน้ำให้ และคิดแบบเดิม ทำเหมือนเดิม...

1 ไร่ 1 ปี ได้หมื่นหนึ่งก็ดีถมถืดแล้ว.

โหวตข่าวนี้