advertisement

เขตพิเศษเชียงรายรับกระแสอาเซียน

โดย 23 พ.ค. 2555 05:00

“เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเชียงราย เรามีศักยภาพพอที่จะทำ โดยไม่คิดจะแข่งกับใคร” นายชวลิตบอก

นายชวลิต สุธรรมวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เกริ่นโครงการฝัน พลางอธิบายศักยภาพของจังหวัดเชียงรายว่า มีการค้าชายแดนสำคัญ 3 จุด นั่นคือ ที่อำเภอแม่สาย เขตติดต่อกับท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ที่อำเภอเชียงแสน ติดกับแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว และที่อำเภอเชียงของ ติดกับแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว

พร้อมอธิบายด้วยว่าโครงการนี้ เคยเคลื่อนไหวผลักดันให้เกิดขึ้นมา ตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร “แม้นายกฯทักษิณจะเห็นดีด้วย แต่ต่อมารัฐบาลก็ได้แต่นั่งเทียน เราเสนออะไรไปก็ไม่สนใจ”ทำให้กลายเป็นโครงการฝันเรื่อยมา

ในปี พ.ศ.2558 ไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน จะเกี่ยวก้อยกันเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทำให้เชียงรายผุดโครงการฝันนี้ขึ้นมาอีก ด้วยคิดว่าศักยภาพของเชียงรายทำได้ เป็นต้นว่ามีจุดค้าชายแดนใหญ่ๆ ทั้ง 3 จุด และยังมีปัจจัยเอื้ออื่นๆอีก เช่น การคมนาคมในแม่น้ำโขง สะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงของ ท่าเรือแห่งใหม่ที่เชียงแสน เป็นต้น

ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ 2 เปิดใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำกก ตำบลบ้านแซว อ.เชียงแสน ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 1,546.4 ล้านบาท บนเนื้อที่เกือบ 400 ไร่ รองรับเรือสินค้าจากจีน และประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง

นอกจากนี้ เชียงรายยังมีถนนเชื่อมระหว่างประเทศสายสำคัญอีกคือ อาร์สามเอ ลากจากจีน ผ่านลาวสู่ไทยที่เชียงของ และอาร์สามบี ลากเส้นจากจีน ผ่านพม่า เข้าไทยที่แม่สาย

บริเวณถนนอาร์สามเอ ผ่านลาวเข้ามาเชียงของนั้น มีสะพานข้ามโขงเชื่อมโยง จุดนี้นักธุรกิจไทยเข้าไปจับจองพื้นที่ทำธุรกิจกันคับคั่ง

ไม่ว่าจะเป็นสหฟาร์มที่เข้าไปตั้งโกดังซื้อข้าวโพดผลิตอาหารสัตว์ และโครงการนาคราชนคร ของ ดร.สิชา สิงห์สมบุญ เข้าไปเช่าพื้นที่ฝั่งลาว

ระยะยาว พัฒนาเป็นแหล่งสินค้าปลอดภาษี โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ศักยภาพด้านการเกษตรของเชียงรายนายสุเทพ ทิพย์รัตน์ เกษตรจังหวัด บอกว่า สินค้าเกษตรจังหวัดเชียงรายอันดับ 1 คือข้าว มีประมาณ 1.4 ล้านไร่ แยกเป็นข้าวเหนียว 60 เปอร์เซ็นต์ ข้าวหอมเจ้า 40 เปอร์เซ็นต์ อันดับสองเป็นผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย ส่วนพืชอื่นๆ เช่น ชา กาแฟ และส้มโอเวียงแก่น ที่ส่งออกไปยังประเทศต่างๆในยุโรป

เค้าโครงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จังหวัดเชียงรายเป็นอย่างไร ในการประชุมเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ณ ห้องจอมกิตติ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอย่างเป็นทางการ สาระสำคัญที่ได้คือ เชียงรายตั้งอยู่ตอนเหนือของประเทศ มีหลายเส้นทางผ่าน นับเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม เพราะเป็นเมืองหน้าด่าน ใช้เป็นประตูเศรษฐกิจจากประเทศเพื่อนบ้านได้ง่าย

เมืองที่อยู่ในเป้าหมายพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจมีเมืองอยู่ 4 เมือง คือ แม่สาย พัฒนาให้เป็นเมืองการค้าชายแดน และเมืองท่องเที่ยว เชียงแสน พัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ การขนส่ง และการท่องเที่ยวเส้นทางแม่น้ำโขง เชียงของ พัฒนาให้เป็นเมืองขนส่งสินค้า และพักท่องเที่ยว ส่วนอำเภอเมืองเชียงราย พัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่ เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ การศึกษา และแหล่งที่อยู่อาศัย

นอกจากพัฒนาสถานที่แล้ว ยังต้องพัฒนาด้านกฎหมาย เป็นต้นว่า ต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการเป็นเมืองเศรษฐกิจ เป็นต้นว่า พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.เขตปลอดอากร ลดภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน มาตรการการใช้แรงงานต่างด้าว และการให้บริการแบบจุดเดียวจบ ลดขั้นตอนการเยิ่นเย้อตามระเบียบของราชการ

ชาวเชียงรายหวังเห็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อรองรับการกดปุ่มเปิดประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ.2558 สำหรับประเทศเพื่อนบ้าน ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายบอกว่า ความเคลื่อนไหวของประเทศลาว จีน พม่า “พวกเขาเข้ามาบ้านเราเป็นทีม เป็นประเทศ แต่ของเรายังเป็นจังหวัด เป็นทีมใหญ่อย่างเขายังไม่มี”

และที่สำคัญ “การไปตกลงอะไรกันกับประเทศเพื่อนบ้านของรัฐบาล เมื่อไม่มีคนพื้นที่เข้าไปก็จะเกิดปัญหาตามมา อย่างเรื่องค้าขายกับจีนที่ผ่านมา พลังเขามากกว่า และเขาคิดทะลุลงไปสิงคโปร์โน้นแล้ว แต่เรายังต่างคนต่างไป และยังติดเงื่อนไขเรื่องกฎกติกาของจีนอีก จีนเขามีพลังในการส่งสินค้าสูง และรัฐบาลเขาก็หนุนเต็มที่”

ส่วนของเรา “เนื่องจากกติกาที่ไปทำกับเขาไว้ อย่างธนาคารของเราก็เข้าไปเปิดในจีน แต่เรารู้กันก่อนหรือไม่ว่า จีนไม่ให้คนของเขากู้เงินจากธนาคารต่างชาติ เท่ากับรับฝากได้ แต่ให้คนจีนกู้ออกไปไม่ได้ และยังเรื่องกฎระเบียบของแต่ละมณฑลต่างกันอีก ทำให้เราจะสู้เขาไม่ได้”

กับลาว “เราก็มีปัญหาเรื่องการทำงานไม่เต็มเวลา และค่าธรรมเนียม บางทีเกิดปัญหาเรื่องการกักรถสินค้าไว้ ทำให้สินค้าเราเสียหาย และพม่า รัฐฉานอยู่ใกล้เชียงรายที่สุด คนของเขามีไทยใหญ่ ไทเขิน ไทลื้อ มีวัฒนธรรมคล้ายเรา จีนพยายามจะเข้ามา แต่พวกเขาไม่อยากได้ ไทยเราก็ยังอ้างความมั่นคงอยู่ตลอด ทั้งๆที่ชนกลุ่มน้อยพึ่งพาไทย และแรงงานของคนเหนือก็มาจากชนกลุ่มนี้ มาทดแทนงานบางอย่างที่คนไทยไม่ทำ เราเป็นเมืองเกษตรกรรม ถ้าขาดแรงงานก็จบ”

ด้านนายวิรุณ คำภิโล อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย บอกว่า การเตรียมความพร้อมรับประชาคมอาเซียน ต้องคำนึงว่าเรื่องเทคโนโลยีเราสู้เขาไม่ได้ แต่เรามีวัฒนธรรมเข้มแข็ง เราจะจับเอามาขับเคลื่อนสังคมได้อย่างไร

“อย่างยุโรปเขาเอาไปเป็นการค้าได้ เราจะทำอย่างไร อาจจะเอาไปเป็นการค้า การท่องเที่ยวได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะให้เขามาย่ำยี แต่ต้องให้เขามาเรียนรู้ การเตรียมพร้อมคนในจุดนี้คือ เราต้องส่งเสริมให้ชาวบ้านที่มีภูมิรู้อยู่แล้ว พัฒนาจากรากฐานของวัฒนธรรมที่เรามีอยู่แล้วขึ้นมา”

ดังนั้น “ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติ การค้าข้ามแดน การท่องเที่ยว และการศึกษา เราอาจจะหาคนที่มีความสนใจอย่างจริงจัง เอาเป็นฐานในการเผยแพร่วัฒนธรรม อย่างเกาหลีที่เขามา แต่สิ่งเดียวกันนี้ เราอาจจะทำให้เขาเห็นเราในพม่า ในลาว เพราะเมื่อคนมีวัฒนธรรมคล้ายกัน หรือเข้าใจวัฒนธรรมซึ่งกันและกันก็จะเกิดความเข้มแข็งขึ้นมา หลักในการเตรียมความพร้อม เราต้องให้เขารู้สึกว่า เขามีส่วนได้ส่วนเสียในชีวิตความเป็นอยู่ของเขา ที่ผ่านมา เรารอแต่งบประมาณรัฐ ทำให้เราได้ผลน้อย เมืองเราเป็นประตูการค้า ถ้าเราทำได้ดีก็จะช่วยระดับประเทศได้ และการพัฒนานี้ เราไม่อยากให้ประชาชนเป็นเหยื่อของการพัฒนา”

แน่นอนว่า “ไม่ใช่พัฒนาไป แล้วผลประโยชน์ไปตกกับคนอื่นที่เข้ามากอบโกยหมด ชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย” วิรุณทิ้งท้าย

กระแสประชาคมอาเซียน ท่ามกลางวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจ อาจทำให้ไม่แรงเท่าที่ควร แต่เราต้องไม่ลืมว่า ก่อนถึงวันนั้นเราจะเตรียมตัวอย่างไร.

 

โหวตข่าวนี้