ต้นทุนราคาก๊าซเอ็นจีวี เป็นเรื่อง คาใจ...คลุมเครือยิ่งกว่าต้นทุนก๊าซแอลพีจี
ประเด็นที่ต้องพูดก่อน...รัฐไม่ได้หลอกให้ใช้แล้วก็ขึ้นราคา ยังไงก็เชื่อว่าถูกกว่าน้ำมัน เพราะรู้ว่าควบคุมราคาน้ำมันไม่ได้ ก็พยายามหาเชื้อเพลิงมาแทน
คำว่า “ถูกที่สุด”...ไม่ได้หมายความว่า คิดที่ราคา 8.50 บาท แล้วก็ให้คุณใช้ยาว ก็คงไม่ใช่ทัศนะข้างต้นเป็นของ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียม สำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน
ดร.วีรพัฒน์ บอกว่า ถึงแม้เอ็นจีวีจะขึ้นไปเป็น 14.56 บาทต่อกิโลกรัม ลองเทียบค่าความร้อนวิ่งได้ระยะทางเท่ากัน...กับแอลพีจี ถ้าไม่ได้ปรับราคาต้นทุนยังสูสีกัน เอ็นจีวียังไม่ได้แพงกว่า นี่ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระ

ประเด็นคาใจ...ต้นทุนเอ็นจีวีหมกเม็ดทำไม? คิดราคาแพง ดูราคาตลาดโลกที่ขายกันอยู่ก็ถูกกว่า? ก็ต้องบอกว่า ราคาก๊าซธรรมชาติที่จะมาเป็นเอ็นจีวีไม่มีราคาตลาดโลก
“ในอเมริกาก๊าซธรรมชาติด้วยสถานะเป็นก๊าซการขนส่งทำทางท่อเท่านั้น การจะขนส่งไปนอกแนวท่อขยายระบบก็ไม่คุ้ม ต้องทำให้เป็นของเหลวก่อนที่จะส่งไปไกลๆในรูปแอลเอ็นจี ส่วนใหญ่ก๊าซจึงอยู่ในระบบท่อ”
ประเด็นสงสัยต้นทุนก๊าซเฮนรี่ฮับถูก ทำไมก๊าซธรรมชาติของเราแพงไม่ราคาเท่านี้ “ความจริงประการแรก...ราคาเฮนรี่ฮับไม่ใช่ราคาตลาดโลก แต่เป็นราคาแค่ฮับหนึ่งจากหลายๆแห่งที่มีอยู่ในอเมริกา แต่ที่นี่ถูกโพสต์ในตลาดกลางไมเน็กซ์เป็นหลัก ซึ่งเป็นราคาขายก๊าซที่อยู่ในท่อเท่านั้น”
ปัจจุบันก๊าซอเมริกาอยู่ที่ 3-4เหรียญฯต่อล้านบีทียู ซึ่งถูกกว่าเมืองไทย ตามที่ให้ข้อมูลก็จริงอยู่ แต่ก่อนที่จะถูกขนาดนี้เขาก็ขายแพงอยู่ที่ 12-13 เหรียญฯต่อล้านบีทียู แล้วเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวอีกต่างหาก
“ตอนหลังโชคดีที่มาเจอแหล่งผลิตก๊าซที่อยู่ในชั้นหินปริมาณมหาศาลอยู่ในอเมริกาเหนือแล้วก็ขึ้นไปทางแคนาดา ปริมาณสำรองเทียบเท่ากับปริมาณสำรองก๊าซในตะวันออกกลางประเทศใหญ่ๆประเทศหนึ่งทีเดียว”
หลังจากเจอแหล่งก๊าซใหญ่ ก็เปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้า...อีก 3 ปีข้างหน้าอเมริกาจะเป็นผู้ส่งออก ปัจจุบันเนื่องจากว่าเขาส่งออกไม่ได้ แต่ปริมาณก๊าซมีเยอะมาก ระบบท่อก็มีจำกัด ก็เหมือนกับว่ามีของมาก ใช้ไม่หมด มีคนใช้น้อยราคาก็ถูก...“ราคาก๊าซเฮนรี่ฮับถูกเพราะเหตุปัจจัยที่ว่านี้ และก็ไม่ได้อิงราคาจากที่ไหน”

อย่างในยุโรป อังกฤษก็มีราคากลาง เพราะมีโครงข่ายก๊าซมีระบบท่อเชื่อมระหว่างทวีปยุโรปด้วยกัน จากรัสเซียมาอังกฤษ จากอังกฤษไปฝรั่งเศส อิตาลีเป็นโครงข่ายเดียวกัน มีตลาดกลางเรียกว่า “เอ็นบีพี”
ตลาดนี้มีการซื้อขายที่เป็นราคากลาง ซื้อขายที่ราคาผ่านท่อ อยู่ที่ 290 บาทต่อล้านบีทียู แล้วก็ญี่ปุ่น...ไม่มีโครงข่ายท่อ ใช้วิธีซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากตะวันออกกลาง มาเลเซีย ออสเตรเลีย ราคาสูงเพราะต้องทำก๊าซที่เป็นไอให้เป็นก๊าซเหลว ระบบขนส่งโรงงาน ต้องใช้ความเย็นติดลบ 160 เพื่อคุมให้เป็นของเหลวระบบจึงแพงมาก
แปลงก๊าซเป็นของเหลว เอาของเหลวขนใส่เรือ...เรือพิเศษที่ไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมันทั่วไป เมื่อมาถึงก็ต้องเอาก๊าซเหลวแปลงกลับมาเป็นก๊าซเพื่อส่งเข้าสู่ระบบท่อในประเทศ ญี่ปุ่นจึงมีต้นทุนก๊าซแพงมาก 17-18 เหรียญฯ ต่อล้านบีทียู คิดเป็นเงินไทยคูณด้วย 30...ก็อยู่ที่ 400-500 บาทต่อล้านบีทียู แพงกว่าเราขนาดไหน
คราวนี้มาถึง...ก๊าซในเมืองไทย ร้อยละ 70 มาจากอ่าวไทย ต้นทุนเฉลี่ย ราคา 200 บาทต่อล้านบีทียู...อีกแหล่งมาจากพม่า ร้อยละ 30 และมีช่วงกลางปีที่แล้วที่เริ่มนำเข้าแอลเอ็นจีเข้ามา เพราะปริมาณก๊าซเริ่มจะไม่พอ
ก๊าซในอ่าวไทย สมมติว่า ปตท.มาซื้อก๊าซจากหลุมนี้ก็ไปทำสัญญาซื้อขาย จะมีราคาขึ้นมาซึ่งเป็นราคาที่มีสูตรราคาที่คณะกรรมการปิโตรเลียมเป็นคนดู คิดจากเงินลงทุน ค่าใช้จ่าย ค่าเสื่อมต่างๆเป็นราคาฐาน แต่ราคาที่ว่านี้เป็นราคาสัญญาระยะยาว 25 ปี ที่ต้องมีดัชนีเพื่อปรับราคาให้เหมาะสมตลอดอายุสัญญาตามภาวะเศรษฐกิจ อยู่กับว่าแหล่งไหนอิงอะไรมาก อะไรน้อย...ซึ่งซื้อจากพม่าก็ใช้สูตรใกล้เคียงกัน
“ต้นทุนเอ็นจีวีที่มีปัญหา อาจจะพูดได้ว่า มีความเข้าใจไม่ตรงกัน เป็นประเด็นที่อธิบายยากจะให้เข้าใจ ความซับซ้อนมีเยอะ แต่ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องหมกเม็ด ดูกันไปตามต้นทุน”
คราวนี้เราลองมาชำแหละต้นทุนเอ็นจีวีกันดู ต้นทางเริ่มที่ราคาเฉลี่ยก๊าซในอ่าวไทย 200 บาทต่อล้านบีทียู ก๊าซจากพม่าก็ 300 กว่าบาทต่อล้านบีทียู... แอลเอ็นจีก็เหมือนกัน เมื่อเข้ามารวมอยู่ในระบบท่อ แยกไม่ได้แล้วว่าของใครเป็นของใคร วิธีการส่วนใหญ่ที่ทั่วโลกก็ทำกัน คือใช้วิธีการเฉลี่ยเป็นราคาเดียว
ราคาเฉลี่ยเดือนธันวาคม 2554 อยู่ที่ประมาณ 238.56 บาทต่อล้านบีทียู
สูตรราคาก๊าซเอ็นจีวีก็จะมีราคาเนื้อก๊าซที่ซื้อมาจากแต่ละแหล่ง อัตราค่าจัดหาและค่าส่งกำกับดูแลโดยเรกกูเรเตอร์ 1.75% แล้วก็มีค่าผ่านท่อ ซึ่งเป็นราคาคงที่
ข้อที่ติดใจกันมาก ในส่วนของค่าผ่านท่อ...มีการคิดกำไรอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ควรจะเป็นต้นทุน ดร.วีรพัฒน์ ย้ำว่า จริงๆแล้วต้องแยกธุรกิจ
เหล่านี้เป็นธุรกิจที่ต้องซื้อใบอนุญาต หมายถึงว่า ถ้าในอนาคตมีอีกบริษัทที่ไม่ใช่ ปตท.อยากมาทำ คุณจะมาบังคับให้เขาขายตามราคาที่มีอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับนึงสำหรับการลงทุน
ฉะนั้นต้องเป็นฐานเดียวกันสำหรับการขายใบอนุญาต จะมากำหนดให้ ปตท.มีใบอนุญาตเหมือนกันต้องคิดราคานี้ อันนี้ต้องคิดราคานี้ เป็นไปไม่ได้ในแง่ความเป็นธรรมในการแข่งขันเชิงธุรกิจ
“ค่าท่อ”...ถูกพูดถึงกันมาก ปตท.มันกำไรต้องตัดทิ้งออกไป แต่จริงๆเป็นเรื่องของขั้นตอนในธุรกิจ และการแข่งขันในอนาคต ราคาเนื้อก๊าซเมื่อบวกค่าโสหุ้ย ค่าผ่านท่อแล้วจะออกมาอยู่ที่ตัวเลข 264 บาทต่อล้านบีทียู...หรือเท่ากับ 9.51 บาทต่อกิโลกรัม...ราคานี้ต้องบอกว่ายังไม่ได้บวกค่าดำเนินการ ค่ารถ ค่าสถานีบริการ
“แค่นี้ก็แพงกว่า 8.50 บาทที่ขายกันอยู่แล้ว ซึ่งรัฐก็ไม่ได้ชดเชย แม้ว่าแต่ก่อนให้ 2 บาท...เป็น 10.50 บาทให้คนขาย แต่ต้นทุนก็ไปเกินกว่านั้นอยู่ดี”
ราคาค่าใช้จ่ายดำเนินการในธุรกิจเอ็นจีวี ถ้าอยู่ในแนวท่อสร้างสถานีบนแนวท่อได้ ถ้าไม่อยู่ก็ต้องมีสถานีแม่เพื่ออัดก๊าซลงรถบรรทุกกระจายให้สถานีลูก ต้นทุนขนส่งทำไมแพงอาจจะไม่ได้มองว่า...เวลาสร้างสถานี
แอลพีจี ต้นทุน 10 ล้านบาท ค่ารถอีกสัก 10 ล้านบาท...ลงทุนไม่เกิน 20 ล้านบาท รถขนขนได้เที่ยวละ 30,000 ลิตร

แต่ สถานีเอ็นจีวี (สถานีลูก) ต้นทุนแพงกว่า 3 เท่า...ใช้เงิน 30 ล้านบาท ไม่รวมค่ารถขนส่ง รถไม่ได้ใช้คันเดียว เพราะขนได้เที่ยวละ 3,000 กิโลกรัมเท่านั้น ก็ต้องขนวันละหลายเที่ยว แล้วเวลาขนก็ต้องมีเทรลเลอร์ทิ้งไว้ที่สถานี นั่งเทรลเลอร์เปล่ากลับมาเอาที่เต็มไปแทนที่ เท่ากับว่าต้องมีรถอีก 3 คัน...ค่าเทรลเลอร์ละ 8 ล้านบาท ก็อีก 24 ล้านบาท แล้วยังต้องซื้อหัวลากอีก...สร้าง สถานีลูกเอ็นจีวีแค่สถานีเดียว ต้องใช้เงิน 60 ล้านบาท
เทียบกันได้ไหม ความยากความซับซ้อน โครงสร้างทางธุรกิจก็ต่างกันพอสมควร และถ้าเป็นสถานีแม่เอ็นจีวี ต้นทุนอยู่ที่ 160-200 ล้านบาท แล้วแต่พื้นที่ ค่าอายุสถานีอยู่ที่ 20 ปี รวมกับค่าอื่นๆ เวลาคิดก็ไม่ได้ให้กำไร ปตท.เลย หมายความว่า ปตท.ทำไปจะไม่ได้กำไรเลย ปัจจุบันถึงต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ก็ปรับขึ้นไม่ได้
เพื่อให้ราคาขายเอ็นจีวีทั่วประเทศใกล้เคียงกัน มีการคิดเฉลี่ยน้ำหนัก...ดูจากปริมาณขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความเป็นธรรม เคาะต้นทุนค่าใช้จ่ายดำเนินการอยู่ที่ 5.56 บาทต่อกิโลกรัม...รวมกับต้นทุนก๊าซ (ปลายปี 2554) 9.51 บาทต่อกิโลกรัม...เป็นต้นทุนจริงของเอ็นจีวี 15.07 บาทต่อกิโลกรัม
ทั้งหมดเหล่านี้...เป็นข้อมูลจริง ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ยืนยันว่ามีที่มาที่ไปพิสูจน์ได้ ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดคิดว่ามีอะไรหมกเม็ด จนเป็นความไม่ชอบมาพากล.




















