advertisement

สวดมนต์ข้ามปีสติมาปัญญาเกิด

โดย 26 ธ.ค. 2554 05:00

วันที่   31 ธันวาคม    2554  โครงการ ...“สวดมนต์ข้ามปีเริ่มต้นดี ชีวิตดี” ขอเชิญคนไทยร่วมสวดมนต์ในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ท้องสนามหลวง

สำหรับต่างจังหวัด ไปร่วมสวดมนต์ข้ามปีได้ที่วัดใกล้บ้านที่ร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.thaihealth.or.th

โครงการยิ่งใหญ่ระดับประเทศนี้จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนา กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และภาคีเครือข่ายกว่า 20 องค์กร มุ่งหวังเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันสวดมนต์ เพื่อคลายความกังวลในเรื่องต่างๆ พร้อมกับตั้งสติรับกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ใช้ชีวิตในปี 2555 ได้อย่างมีความสุข

ขณะเดียวกัน ยังถือว่ากิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีจัดขึ้นเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา และฉลองปีพุทธชยันตีครบ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี 2554-2555 บอกว่า ใครที่มีความกังวล...ให้สวดมนต์ บทโพชฌงคปริตร ให้มากๆ ซึ่งเป็นบทสวดมนต์เพื่อให้หายจากการป่วย...บทสวดบทนี้พระพุทธองค์สวดให้พระมหากัสสปะและพระมหาโมคคัลลานะฟังจนหายจากเจ็บไข้ ไม่สบาย และเมื่อพระองค์ประชวรก็ได้ให้พระมหาจุนทะสวดบทนี้จนหายจากอาการประชวรเช่นกัน

“การสวดมนต์เป็นนิจ ...นั่งสมาธิ จะสามารถผ่านเหตุเภทภัยต่างๆไปได้ ...จะทำให้ใจเราเย็นลงด้วย เพราะเมื่อเราทุกข์ใจ ไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเรื่องใด ก็ตาม รวมไปถึงผู้ที่ทุกข์ใจจากปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ การสวดมนต์ดีที่สุด รวมทั้งเจริญสมาธิภาวนา แผ่ส่วนบุญส่วนกุศล จะสามารถทำให้ผ่านพ้นวิกฤติต่างๆไปได้”

นอกจากนี้ ยังมีบทสวดมนต์อีกหลายบทที่มีพลานุภาพในการป้องกัน คุ้มครอง ป้องกัน รักษา ที่พระพรหมเมธีแนะนำไว้ว่าใช้สวดเพื่อคลายความวิตกกังวลได้เช่นกัน คือ บทรัตนสูตร เป็นพระสูตรที่ใช้สวดเพื่อขจัดปัดเป่า ภัยพิบัติ 3 ประการ ให้อันตรธานหายไป คือ...

“ข้าวยากหมากแพง ภูตผีปิศาจทำอันตราย และโรคภัยไข้เจ็บ มักนิยมสวดรัตนสูตรในช่วงของการทำน้ำพระพุทธมนต์”

บทกรณียเมตตสูตร เป็นพระสูตรที่ใช้สวดเพื่อคุ้มครองภยันตราย ในกรณีที่ต้องเดินทางผ่านป่าเขา หรือไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เพื่อป้องกันภยันตรายอันจะเกิดจากอมนุษย์ ภูตผี ปิศาจทั้งหลายให้เกิดเป็นความอ่อนโยน มีเมตตา

บทอาฏานาฏิยปริตร เป็นคาถาที่ท้าวจาตุมมหาราชใช้เป็นเครื่องป้องกันเหล่าอมนุษย์ที่ไม่หวังดีต่อพระสงฆ์ที่ไปบำเพ็ญสมณธรรมตามป่าเขา ดังนั้น  อานุภาพของบทนี้คือการคุ้มครอง ป้องกัน รักษา หากใครเบียดเบียนผู้ที่เจริญพระปริตรบทนี้ จะได้รับความลำบาก จะได้รับการลงโทษจากเหล่าเทพทั้งหลาย

เชื่อไม่เชื่ออย่างไร... สสส.ก็มีข้อมูลการันตีอยู่ 6 ข้อว่า การสวดมนต์ข้ามปีเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ ให้คุณประโยชน์ด้านจิตใจ ให้เกิดความสงบ เกิดสติ ปลดปล่อยความเครียด และยังมีผลต่อสุขภาพอีกด้วย

ข้อแรก...มีจิตเป็นสมาธิ เพราะขณะสวดมนต์ผู้สวดต้องสำรวมใจแน่วแน่ มิฉะนั้นจะสวดผิดท่อนผิดทำนอง เมื่อจิตเป็นสมาธิ ความสงบเยือกเย็นในจิตจะเกิดขึ้น

ข้อสอง...เป็นการกระทำที่ได้ปัญญา ถ้าการสวดมนต์โดยรู้คำแปล รู้ความหมายก็ย่อมทำให้ผู้สวดได้ปัญญาความรู้

ข้อสาม...เป็นการตัดความเห็นแก่ตัว เพราะในขณะนั้นอารมณ์จะไปหน่วงอยู่ที่การสวดมนต์อย่างตั้งใจ ไม่ได้คิดถึงตัวเอง ความโลภ โกรธ หลง จึงมิได้เกิดขึ้นในจิตตน

ข้อสี่...เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตตนและบริวาร

ข้อห้า...สามารถไล่ความขี้เกียจ เพราะขณะสวดมนต์ อารมณ์เบื่อ เซื่องซึม ง่วงนอน เกียจคร้านจะหมดไป และเกิดความแช่มชื่นกระฉับกระเฉงขึ้น

ข้อที่หก...เปรียบเสมือนการได้เฝ้าพระพุทธเจ้า เพราะขณะนั้น ผู้สวดมีกาย วาจาปกติ...มีศีล มีใจแน่วแน่...มีสมาธิ มีความรู้ระลึกถึงคุณความดี ของพระพุทธเจ้า...มีปัญญา

เท่ากับได้เฝ้าพระองค์ด้วยการปฏิบัติบูชา ครบไตรสิกขาอย่างแท้จริง

คำยืนยันจากผู้มีประสบการณ์ตรงส่วนหนึ่งที่ให้ทัศนะผ่านไว้ทางเฟซบุ๊ก ดร.ปาริชาติ สถาปิตานนท์ หรือ “อาจารย์โฉ” อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า การสวดมนต์เป็นการให้เวลากับตัวเองได้ตั้งสติ พูดคุยกับตัวเอง เพื่อให้เกิดความสุขสงบขึ้นภายในจิตใจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกระทำสิ่งที่ดีงามต่อไป

ถือโอกาสนี้...ชวนคนไทยร่วมกันสวดมนต์ข้ามปีค่ะ ปลุกพลังทำดีด้วยการสวดมนต์ข้ามปี ร่วมคืนสติให้กับตนเองเพื่อก้าวต่อไป ทำสิ่งดีๆ ให้กับ วันพรุ่งนี้ เติมพลังให้พร้อมสำหรับการเผชิญทุกสภาวะในปีต่อไป

ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษากองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีฯ เสริมว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนนิยมทำกัน คือ การเข้าวัด ฟังเทศน์ ฟังธรรม การทำบุญ ตักบาตร และขอพรจากผู้ใหญ่

“เชื่อกันว่า หากมีโอกาสได้สวดมนต์ต้อนรับปีใหม่ จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องจากช่วงเวลาที่ได้สวดมนต์ จะเป็นเวลาที่คนเราได้อยู่กับตนเองมากที่สุด และมีสติ

...สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่ง สิ่งใด บ่มเพาะสติปัญญาเพื่อไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ สารพัด เพราะการสวดมนต์เป็นมงคลหนึ่งในชีวิต ช่วยสร้างจิตให้เกิดกุศล จนก่อให้เกิดเป็นความสุข”

คุณหมออุดมศิลป์ ย้ำว่า การสวดมนต์จึงเป็นการช่วยสร้างพลังอำนาจทางจิตใจ ให้มีสติ สมาธิ ปัญญา และพินิจพิเคราะห์ถึงสิ่งต่างๆ หากใครได้สวดมนต์ ไม่ว่าสวดเองหรือได้ยินได้ฟังก็จักเป็นประโยชน์ต่อตนเอง

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอานุภาพของพระพุทธศาสนาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพุทธศาสนิกชน งานวิจัยความสุขในประเทศไทย กรมสุขภาพจิต สำรวจสุขภาพจิตของคนไทย ระหว่างปี 2551-2553 พบว่า...ในรอบ 3 ปีนี้แนวโน้มสุขภาพจิตของผู้นับถือศาสนาพุทธดี
ขึ้นเรื่อยๆ

โดยในปี 52 ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมีสุขภาพจิตสูงสุดร้อยละ 4.3 นอกจากนี้ ในกลุ่มชาวพุทธผู้ปฏิบัติสมาธิเป็นประจำจะมีความสุขมากกว่าผู้ที่ไม่เคยฝึกสมาธิด้วย

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่า หลักคำสอนบทสวด และวิธีฝึกปฏิบัติตนของทุกศาสนา มีบทบาทสำคัญช่วยพัฒนาสภาพจิตใจของมนุษย์เราได้

ศ.นพ.อุดมศิลป์ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า การสวดมนต์ข้ามปีเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ประชาชนเริ่มต้นทำความดีอย่างไม่มีกำแพงใดๆ ยิ่งผู้ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าวัด หรือไม่รู้จักการสวดมนต์ คิดว่าการสวดมนต์ เป็นเพียงพิธีกรรมน่าเบื่อ ยาก และล้าสมัย เหมาะกับเพียงผู้สูงอายุเท่านั้น จะมีความคิดที่เปลี่ยนไป...

“สวดมนต์ข้ามปี...ในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะเป็นการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม สร้างพลังใจ โดยยึดความเรียบง่ายตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”.

โหวตข่าวนี้