advertisement

นาทีชีวิตที่ภูมิซรอล 2 ชม.ในหลุมหลบภัย

โดย 9 ก.พ. 2554 05:00

ค่ำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่บ้านภูมิซรอล ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังมีเสียงปืนใหญ่ สลับกับปืนเล็กดังเป็นระยะ และยังมีเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาอยู่

คนส่วนใหญ่...คงมีคำถามเดียวกัน สถานการณ์สงครามเหตุปะทะครั้งใหญ่ ครั้งนี้ จะเรื้อรังไหม?

ประมูล แสวงผล ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ที่เสียหายหนักจากอานุภาพแรงระเบิดที่ยิงมาจากฝั่งกัมพูชา บอกว่า นับตั้งแต่เที่ยงวันที่ 5 ที่ผ่านมา

ที่มีการเจรจากันระหว่างกัมพูชากับไทย แต่ ณ เดี๋ยวนี้ มีเสียงปืนใหญ่ยิงตลอดมา เป็นสิบนาทีแล้ว

จะเรื้อรัง? หรือชั่วคราว? ส่วนตัวคงให้คำตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานความมั่นคงระดับประเทศ

สภาพโรงเรียนภูมิซรอลวันนี้ ความเสียหายของโรงเรียนอย่างที่เห็นเป็นข่าวกันไปแล้ว...อาคารเรียน 3 ชั้น หลังคาพังยับเยิน ห้องเรียนยุบพังลงมา 4 ห้อง

ภาพความเสียหายถือว่าหนักทีเดียว ไม่ว่าเด็ก ครู ผู้ปกครองต่างก็กลัวกันทั้งนั้น ถามว่าจะปิดยาวไปแค่ไหน เบื้องต้นอยู่ที่ 5 วัน แต่มุมมองส่วนตัวเสียงปืนยังได้ยินอยู่ตลอดอย่างนี้ บอกตรงๆเลยว่า ในความเป็นจริงจะต้องเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยเสียก่อน

"ความเรียบร้อยที่ว่านี้ หมายความว่า ความเรียบร้อยของโรงเรียน และความสงบของบ้านเมือง ไม่สงบก็คงจะเปิดเรียนตามปกติไม่ได้"

นี่คือสงคราม มีการสู้รบ เจ็บจริง ตายจริง...ต้องยอมรับว่าทุกคนกลัวที่สุด ครูที่ต้องอยู่เวรก็ไม่กล้าเข้าไปทำหน้าที่ทั้งกลางวัน และกลางคืน

แต่...เพื่อความปลอดภัยของโรงเรียน ช่วงกลางคืนก็จะให้นักการภารโรงเข้าไปช่วยดูแล แม้ว่าจะติดต่อกันไม่ได้ในค่ำวันนี้ แต่ที่ตกลงกันไว้เพื่อความปลอดภัยส่วนตัวก็ให้ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาดูเป็นระ ยะๆ...แล้วก็ขับออกไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

"ได้เวลา...ก็ค่อยขี่ วนกลับมาดูใหม่"

สภาพความเสียหายสิ่งปลูกสร้าง เทียบไม่ได้กับความเสียหายทางจิตใจ ท่ามกลางความกลัวที่เป็นเรื่องปกติที่ใครๆต่างก็ต้องรักชีวิต ด้วยหน้าที่ผู้อำนวยการ ประมูลยังต้องเดินทางเข้าไปดูแลความเรียบร้อยทุกวัน

"ช่วงกลางวันทั้งวันที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ในโรงเรียน...เงียบเชียบไปหมด" ประมูล ว่า "วันนี้... (6 กุมภาพันธ์) มีคณะผู้ใหญ่ อธิบดีจากกรมการปกครอง ผู้ว่าฯ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้ามาเยี่ยมช่วงเที่ยงๆ ไม่นานก็มีเสียงเตือนให้เข้าในหลุมหลบภัย...เจอคำเตือนแบบนี้ ทุกคนต่างก็วิ่งขึ้นรถ รีบออกจากพื้นที่..."

เสียงปืน อาวุธหนักที่ระดมยิงเริ่มมีช่วงเที่ยงครึ่ง มีเสียงปะทะกัน คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธปืน...ปืนคอร์เอ็ม 79 ได้ยินราวๆสามครั้งเห็นจะได้

บรรยากาศวังเวง เงียบเหงาอีกครั้ง...ละแวกบ้านภูมิซรอล ไม่เฉพาะครูที่กลัว ชาวบ้านก็กลัวไม่ต่างกัน ชาวบ้านต่างหอบผ้าผ่อน ข้าวของเครื่องใช้ออกไปหาที่อยู่ปลอดภัยชั่วคราว ไม่กล้าเข้าบ้านเลย

"ส่วนตัวผม ไปอยู่โรงเรียนทั้งวัน ถึงจะกลัวแต่ก็ยังมีแรงใจจากหลายๆคน โดยเฉพาะเจ้านาย ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาก็มาให้กำลังใจ ไม่เว้นแม้แต่นักข่าว"

โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6

ประมูลเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนประถมศึกษาตำบลกุดเสลา ซึ่งเป็นโรงเรียนเล็กๆ แล้วก็มีคำสั่งให้มาอยู่ภูมิซรอลวิทยา ถึงวันนี้ก็ 1 ปีพอดี

บ้านพัก ผอ.ประมูล อยู่ห่างจากแนวชายแดนหรือห่างโรงเรียนราวๆ 30 กิโลเมตร แต่ก็ได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิดชัด น่าจะเกิดการปะทะกันหนัก บึ้มๆๆตลอด อาวุธหนักแน่ๆ คงยิงมาจากที่ไกลๆอาจจะเป็นปืนใหญ่ของฝ่ายเรา และเขายิงตอบโต้กันไปมา

ขนาดมาอาบน้ำ เสียงปืนก็ยังดังก้องในหูเหมือนอยู่ใกล้ๆ...ให้ย้อนนึกถึงวันที่ทหารกัมพูชาระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาในโรงเรียน

ย้อนความทรงจำ...เสียงสัญญาณสงครามเปิดฉาก

"วันนั้น โรงเรียนภูมิซรอลวิทยาถูกใช้เป็นพื้นที่จัดการแข่งขันกีฬาต่อต้านยาเสพติด ของท้องถิ่น ซึ่ง อบต.จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 11 แล้ว"

โรงเรียนก็ให้ครู นักเรียนเข้าร่วมจัดการแข่งขัน และร่วมแข่งขันด้วย บรรยากาศกีฬาอย่างนี้ แน่นอนว่ามีคนเข้าร่วมเยอะ...พีธีเปิดช่วงเช้า ทั้งนักเรียน นักกีฬา ชาวบ้านมีไม่ต่ำกว่า 1,000 คน

"พอแข่งขันเสร็จเรียบร้อย ราวบ่ายสาม หน่วยงานความมั่นคงก็ประกาศว่าเกิดเหตุปะทะกันให้รีบกลับบ้านโดยด่วน แล้วก็ให้อพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด"

ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นโรงเรียนก็ว่างเปล่า แต่ ผอ.ประมูลก็ยังอยู่ที่โรงเรียนกับคุณครูผู้ชาย และนักการรวมสามคน

"เป็นจังหวะเดียวกับที่จะเดินไปบ้านพักครู...เพื่อจะไปถามคณะครูว่าออกจาก บ้านพักครู เข้าหลุมหลบภัยกันหรือยัง ก็พอดีที่กระสุนดังถี่ขึ้น...ถี่ขึ้น...รู้สึกว่าเสียงมันใกล้ตัวดังมากขึ้น เรื่อยๆ...

ฟังเสียงปืน ได้ไม่นาน...ก็เหมือนกับนัดกัน ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปในหลุมหลบภัยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โรงเรียนใกล้ๆกับบ้านพักครูนั่นเอง"

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว ผอ.ประมูล ยังเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ไม่ห่างจากปากหลุม...ก็เห็นดิน ฝุ่น ฟุ้งกระจาย เพราะอานุภาพระเบิดที่ทหารกัมพูชายิงเข้ามา

"ฝุ่น...ตลบคลุ้งไปหมด จนมองไม่เห็นโรงเรียน"

จังหวะนั้น ผอ.ประมูลนอนหมอบนิ่งลงอยู่ในหลุมหลบภัย ใจก็นึกกลัวว่ากระสุนปืนจะมาตกที่หน้าหลุม "ถ้าใกล้ขนาดนั้น...ก็อันตราย"

หมอบๆ...ๆ...ๆ ทำตัวให้ติดดินเท่าที่จะทำได้ เสียงปืนก็ยังถี่ ระดมยิงทุกวินาที ต่อเนื่องไปตลอด ช่วงเวลาที่ผ่านไปทุกวินาทีต้องกลั้นใจแทบขาดเหมือนจะหยุดหายใจ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็แล้ว...ชั่วโมงก็แล้ว กระสุนก็ยังระดมยิงกันอยู่

"รวมๆแล้ว เราหลบกันอยู่ในหลุมหลบภัยสองชั่วโมงเต็ม"

แต่ละวินาทีที่ผ่านไป ในหัวใจส่วนที่กลัวตาย...ทุกคนก็กลัวทั้งนั้นแหละครับ ถามว่านึกยังไง? นึกถึงอะไรบ้างในช่วงเวลาถึงสองชั่วโมงนั้น

"ผมก็ยกมือสาธุต่อหน้าทุกคนที่ร่วมชะตากรรมอยู่ในหลุมหลบภัย  ขอให้โรงเรียนอยู่รอดปลอดภัย ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง"

ไม่เฉพาะเราสามคนที่อยู่ในหลุมหลบภัย ยังมีชาวบ้านอีกคนที่เข้ามาอยู่ก่อนหน้าแล้ว เขาจะไปเอาควายเข้าคอกซึ่งปกติแล้วเช้าเขาจะเอาไปผูก พอตกเย็นก็จะเอาเข้าคอก

ในหลุมหลบภัยจึงมีสี่ชีวิตที่แม้มีพื้นที่เพียงพอ แต่ก็ดูคับแคบในหัวใจที่ หวาดกลัว...ช่วงเวลาที่ยาวนานนี้กว่าจะผ่านพ้นไปได้ แต่ละคนก็ได้แต่ปลอบใจซึ่งกันและกัน จะเอาอย่างไรกันดี?...จะหลบหรืออย่างไร? จะนั่งหรือจะยืนกันดี?

"แต่แล้ว เมื่อทุกคนเห็นดินฟุ้งกระจายอยู่ปริ่มปากหลุมขนาดนั้น ก็หมอบกันหมด ไม่ใช่อาวุธเบาแน่...น่าจะมีทั้งจรวด ปืนใหญ่ที่ระดมยิงเข้ามา เรียกว่ายิงเข้ามาแบบตั้งตัวไม่ทัน...ครั้งแรกในชีวิตครับ ที่เจออย่างนี้"

ราวห้าโมงครึ่ง...เสียงกระสุนเริ่มสงบลง ยังไม่มีใครกล้าออกจากหลุม ยังคงรออีกเกือบครึ่งชั่วโมงจึงจะกล้าก้าวออกมา พอออกมาได้...ก็เห็นหลังคาโรงเรียนแหว่งไปแล้ว

ความรู้สึกตอนนั้น สลดใจมาก แต่ก็ไม่กล้าเดินขึ้นไปดูความเสียหายบนนั้น เพราะว่าค่ำแล้ว ต้องรีบออกไปจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด...ออกจากโรงเรียนได้เจอบ้านที่ไฟไหม้  ผู้ว่าฯ  กำนัน  นายอำเภอชุลมุนไปหมด  ส่วนชาวบ้านไม่มีใครอยู่แล้ว...ไปกันหมด

เช้าวันรุ่งขึ้น ผอ.ประมูลกลับมาดูความเสียหายของโรงเรียน เห็นภาพตรงหน้าก็คิดไปไกลถ้าเกิดว่ามีนักเรียนกำลังเรียนอยู่ล่ะก็ ยับเยินแน่นอน

ความเห็นส่วนตัว ประเด็นโรงเรียน...หมู่บ้านภูมิซรอลเป็นพิกัดการโจมตีระดมยิง ผอ.ประมูล บอกว่า ชุมชนก็โดน โรงเรียนก็โดน แต่ในส่วนที่จะรบกันหรือจะทำอะไรต่างๆก็ไม่เห็นว่าการโจมตีพลเรือน โรงเรียนจะเกิดขึ้น

เท่าที่ทราบ...เป้าหมายทหารเขาก็ไม่ได้เล็ง แต่กลับมาเล็งพลเรือน โรงเรียน ทั้งที่ทหารกัมพูชาก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจพิกัดฝั่งไทยตรงนี้ เป็นโรงเรียน...ชุมชน

"ต้องย้ำว่านี่ความคิดของผมคนเดียวเท่านั้นนะ  การยิงใส่ชุมชน โรงเรียนชาวบ้านหนัก...ปูพรมมาเลย ถ้าไม่เล็งก็คงยิงไม่ถูก ไม่เสียหายขนาดนี้"

นอกจากความเสียหายที่มีต่ออาคารเรียน ไปดูร่องรอยกระสุนที่ตกข้างโรงเรียนก็มีเยอะ เดินสำรวจหลุมที่ลึกที่สุดก็อยู่ที่ราวๆเมตรครึ่ง ส่วนความกว้างรัศมีอยู่ที่สามเมตร

ไม่ทราบว่ากัมพูชายิงด้วยปืนขนาดไหน จะเป็นจรวดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่แน่ๆกลุ่มกระสุนพุ่งมาที่โรงเรียน  ชุมชน  จะเป็นเจตนาอะไรหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

เพราะ...ความรู้สึกเดียวที่มีตอนนี้ ก็คือ "น้อยใจ...ว่าทำไมกระสุนยิงใส่มาเข้าโรงเรียน ชาวบ้านอย่างนี้".

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement