advertisement

กริ่งปวเรศวัดบวรฯ...องค์ที่สอง

โดย บาราย 6 ม.ค. 2556 05:00

ชุดความรู้เดิมๆ พระกริ่งปวเรศ วัดบวรฯ สร้างไว้ไม่น้อยกว่าสองคราว รวมแล้วไม่น่าจะเกิน 30 องค์ ชุดความรู้นี้มีพระกริ่งองค์วัดบวรฯเป็นองค์ครู ไว้ให้องค์อื่นๆที่ว่ากันว่าเป็นพระกริ่งปวเรศแท้...เทียบเคียง

ส่วนกริ่งปวเรศฯ ชุดหลวงชำนาญเลขา (หุ่น) ไวยาวัจกรวัดบวรฯ...ขอประทานอนุญาตสร้าง...รูปพรรณสัณฐาน และตำหนิเมล็ดงา...เหมือนพระกริ่งปวเรศรุ่นแรกๆนั้น สร้างจำนวนเท่าใด...

จนถึงวันนี้ วงการผู้รู้ยังไม่ยอมรับ เล่นกันเป็นมาตรฐาน

หรือองค์ที่ว่าแท้และเชื่อถือกัน...อาจเป็นพระกริ่งรุ่นหลวงชำนาญฯ แต่เล่นกันเป็น “กริ่งปวเรศ” ก็ยังหาผู้รู้แยกคัดออกมาไม่ได้...องค์ไหนรุ่นหนึ่ง องค์ไหนรุ่นสอง

เพราะตามประวัติ กริ่งปวเรศรุ่นหนึ่งเอง ก็ยังไม่ชัดเจนเหมือนกันว่าสร้างในคราวเดียว สองคราวหรือมากกว่าสองคราว

ประชุม กาญจนวัติ เขียนเรื่องพระกริ่งปวเรศ ไว้ในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพคุณนาย สร้อยทอง วัฒนายากร เมื่อปี 2514 มีภาพขาวดำ พระกริ่งปวเรศ องค์หม่อมล้ำ (ม.ร.ว.ล้ำเลิศ หัสดินทร์) เป็นตัวอย่างตอนนั้น ภาพองค์หลักวัดบวรฯ ยังไม่แพร่หลาย

คุณประชุมเขียนไว้ตอนท้าย...พระกริ่งปวเรศรุ่นที่ว่าเป็นรุ่นหลวงชำนาญนั้น เหมือนของปลอมที่มีอยู่แล้วมากมาย...ประเด็นนี้ชี้ว่า พระกริ่งปวเรศปลอม ที่ตกแต่งสวยงาม...เกินองค์ครูนั้น มีกันนานกว่า 40 ปี

พระกริ่งองค์ครู ที่อยู่วัดบวรฯ ยังลี้ลับสำหรับคนภายนอก...จนราวปี 2528 ก่อนมีการสร้างพระกริ่งปวเรศรุ่น 2 พระกริ่งองค์ครูก็ถูกนำออกมาเป็น

ต้นแบบ และออกจำหน่ายในปี 2530

นับแต่วัน...ที่พระกริ่งองค์ครูถูกนำออกมา ความลับของรูปพรรณสัณฐาน ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้างซ้าย ด้านข้างขวา ด้านก้นองค์พระ และด้านพระเศียร ความตื้น ความลึก ความหนา ความบาง ฯลฯ...ก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป

นักปลอมพระเอาไปใช้เป็นแบบอย่างทำพระปลอม ออกขายได้อย่างแพร่หลาย

ข้อชี้ขาดพระกริ่งปวเรศแท้...จึงไม่ได้อยู่ที่รูปพรรณสัณฐานประการเดียว สนิม เนื้อโลหะผสม...ที่กลมกลืนกับอายุการสร้าง ราวปี 2417 ถึงปี 2434 จึงเป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณา

อีกข้อที่ยังเป็นประเด็นถกเถียง...กระบวนการหล่อ...ต้องใช้สมมติฐานให้ตรงกันเสียก่อน...ว่าพระที่หล่อออกมาติดไม่เต็มพิมพ์ ไม่คมชัด เหมือนพระกริ่งใหญ่ ต้นแบบจากเมืองจีน...พระกริ่งปวเรศทุกองค์มีการตกแต่ง แต่งมาก แต่งน้อยเท่านั้น
คุณบุญเหลือ ออประเสริฐ ผู้รู้พระกริ่งทั้งสายวัดสุทัศน์ สายวัดบวรฯ เคยมีพระกริ่งปวเรศถึง 4-5 องค์ ให้ข้อคิดว่า ฝีมือแต่งมาจากช่าง 2 คน สอดคล้องกับพระกริ่งปวเรศองค์แท้ ที่ปรากฏโฉมออกมาไม่น่าเกิน 20 องค์

ทุกองค์ดูผิวเผินเหมือน แต่ดูให้ลึกๆแล้ว แม้ช่างตั้งใจให้เหมือน แต่มือก็ยังแต่งได้ไม่เหมือน

ยึดหลักนี้ พระกริ่งปวเรศจึงใช้หลักการดู“จุดตาย” เหมือนดูตำหนิเหรียญไม่ได้ ทุกเส้นสาย ที่ช่างขุด ขัด เซาะหรือตอก ฯลฯ ตั้งแต่ตา จมูกปาก วชิระ นิ้วมือ นิ้วเท้า ลูกประคำ...จึงไม่ลงรอยเดียวกัน...จากตัวแปรฝีมือ และอารมณ์ช่าง

แต่ก็นั่นแหละ ชั่วชีวิตของผู้สนใจพระกริ่งปวเรศ ทุกคน มีน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ดูพระองค์ครู

ที่วัดบวรฯด้วยตาตัวเอง ส่วนใหญ่ก็ได้ดูจากภาพถ่าย...นอกนัั้น ก็ต้องใช้ประสบการณ์เติมต่อ

ภาพพระกริ่งปวเรศ องค์วัดบวรฯ เท่าที่ตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ชุดแรก น่าจะถ่ายเมื่อกว่า 25 ปีที่แล้ว สนิมองค์พระยังบาง...รอยเมล็ดงาด้านหลังยังคม

ภาพชุดต่อมา สนิมองค์พระหนา...มันวาว รอยเมล็ดงาตื้นขึ้นมาหน่อย...ท่านเจ้าคุณผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ให้ข้อมูลว่า ภาพชุดหลังนี้ เล้ง ท่าพระจันทร์ ถ่ายเมื่อราว 3—4 ปีที่แล้ว

เหตุเพราะความต่าง...ระหว่างเวลาการถ่ายที่ยาวนานกว่า 25 ปี จึงมีนายตำรวจใหญ่เผลอเอาภาพถ่ายพระชุดหลังออกไปตีพิมพ์ บอกว่าเป็นองค์ของตัวเอง เล่นเอาคนที่ตามเรื่องพระกริ่งปวเรศสงสัย

หรือว่ามีนักเลงดีใช้วิชามารฉก  หรือสับเปลี่ยนองค์วัดบวรฯ ไปเสียแล้ว

ข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ด้วยสายตา เมื่อวันเข้าพรรษาที่ผ่านมา...พระกริ่งปวเรศองค์วัดบวรฯ...องค์ครู ยังอยู่กับที่กับทางของท่าน เพียงแต่สนิมองค์พระ ที่ได้ดูในคราวหลังสุดนี้...ดูด้วยสายตา ส่องด้วยแว่นขยาย 10 เท่า...หนากว่าที่คุณเล้ง ท่าพระจันทร์ ถ่ายไว้

เมล็ดงามีคราบไคลจับ จนเหลือแต่หลุมตื้นๆ ร่องรอยขอบที่ตอกคมๆ...หายไป

และความที่พระกริ่งปวเรศองค์ครูองค์นี้ ส่วนใหญ่ท่านถูกตั้งไว้ในพิพิธภัณฑ์ โอกาสที่จะถูกนิมนต์ออกมาทำต้นแบบสร้างพระกริ่งรุ่นใหม่ หรือโอกาสที่พระผู้ดูแลจะจับ หรืออนุญาตให้คนที่สร้างสมบารมีไว้มากพอ...ได้จับส่อง ก็น้อยเต็มที...

ลองขอเขย่าอธิษฐาน...แล้ว เม็ดกริ่งไม่เดิน...ภาษานักเล่นพระกริ่งใช้ว่า “กริ่งตาย”

ข้อมูลล่า...จากหนังสือสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ชื่น นพวงศ์) (สำนักพิมพ์เอเซียแปซิฟิค มัลติมีเดีย พ.ศ.2552) ตอนหนึ่ง มีภาพถ่ายพระกริ่งสำคัญของวัดบวรฯ 5 องค์ ตั้งเป็นแถวหน้ากระดาน

องค์ที่ 1 พระกริ่งเขาบาเก็ง องค์ที่ 2 พระกริ่งปทุมสุริยวงศ์ (กริ่งใหญ่) องค์ที่ 3 และองค์ที่ 4 พระกริ่งปวเรศฯ และองค์ที่ 5 พระกริ่งสุจิตโต (กริ่งบัวรอบ)

มีภาพด้านหน้าแล้วก็ยังมีภาพด้านหลัง แถมด้านก้น

ภาพถ่ายนี้ชี้ว่า พระกริ่งปวเรศวัดบวรฯ

ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์นั้น ไม่ได้มีแค่องค์เดียว แต่ยังมีองค์ที่สอง

องค์ที่สอง รูปพรรณสัณฐานต่างกว่าองค์ครูที่รู้จักกัน คือส่วนสูงกว่า ฐานแคบกว่า และด้านก้น ก็กลมกว่า...โดยฟอร์มคล้ายไปทาง...พระกริ่งวัดสุทัศน์ ปี 2479

ภาพถ่ายขาวดำ ไม่ชัด ทั้งยังขนาดเล็ก ผู้สนใจใคร่ดู...พระกริ่งปวเรศ องค์ที่สอง หวังใช้เป็นต้นแบบเทียบเคียงองค์จริง ที่อาจจะมีต่อไป... จึงใช้ได้ไม่ถนัด

หากท่านผู้ใหญ่ในวัดบวรฯเมตตา น่าจะหาโอกาสถ่ายภาพพระกริ่งปวเรศองค์ที่ 2 ออกมาเผยแพร่ให้ดูกันชัดๆ...สักครั้ง...ได้หลักจากองค์ที่ 1 แล้ว หากมีหลักเพิ่มเติมจากองค์ที่ 2 ก็จะช่วยให้หลักเกณฑ์การดูพระกริ่งปวเรศวัดบวรฯ... กว้างขวางยิ่งขึ้น.


บาราย

โหวตข่าวนี้