ตำนานนางฟ้า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ตำนานนางฟ้า

โดย บาราย 6 ก.ย. 2552 05:00
4,965 ครั้ง


อัปสรา หรือนางอัปสร ที่ปรากฏเรียงรายอยู่ในปราสาทนครวัดของเขมร มีจำนวนนับพันองค์ กล่าวกันว่า ทุกองค์แต่งองค์ ทรงเครื่อง กระทั่งมุ่นมวยผมต่างกัน

อัปสร หรือเทพอัปสร คือนางฟ้า คัมภีร์ รามายณะ กล่าวว่ากำเนิดในสมัยพระนารายณ์ ปางที่ 2 (กูรมาวตาร แห่งกฤตยุค) พวกเทวดาและอสูร ต่างมีบุญจำกัดเวลา ทุกตนอยากมีชีวิตอมตะอยู่ค้ำฟ้า จึงตกลงกันช่วยกันกวนเกษียร สมุทร ทำน้ำอมฤต กินแล้วไม่ตาย

พิธีกวนน้ำอมฤต เริ่มด้วยการเอาภูเขามันทคีรี (อยู่ใกล้เขาพระสุเมรุ) เป็นไม้กวน เอาพญาวาสุกรี (พญานาค) เป็นเชือกมัด พวกเทวดาเลือกชักทางหางนาค ให้พวกอสูรชักหัวนาค

ระหว่างการชัก...นาคพ่นพิษพวกอสูรก็ไหม้พองไปตามๆกัน

พระนารายณ์รับสองหน้าที่ หน้าที่แรก อวตารเป็นเต่าทองเอาหลังรองเขามันทคีรี หน้าที่ที่สองเป็นพระนารายณ์สี่กร  ถือคทา  จักร  สังข์ และดอกบัว สถิต อยู่บนยอดเขา เปล่งรัศมีโชติช่วงให้ทั้งแสงสว่าง และปัดเป่าลมฝนไม่ให้มาสัมผัสเทวดาอสูร

กระบวนการกวน...นี้ดำเนินไป จนทะเลนม (เกษียรสมุทร) งวดจนเป็นโคลนตม ในที่สุดก็เกิดแสงสว่างพวยพุ่ง มีดอกบัวโผล่ออกมา องค์ พระลักษมีประทับนั่งอยู่เหนือดอกบัว

พร้อมกันนั้น ก็เกิดนางอัปสรสวรรค์ จำนวนมากถึง 60 โกฏิ

ทุกนางอัปสรสวยสดงดงาม แต่เมื่อยกให้ใคร ทั้งฝ่ายเทวดาฝ่ายอสูรต่างก็ไม่ยอมรับ ฐานะของนางอัปสรจึงกลายเป็นของกลาง ไม่มีสามี แต่มีหน้าที่บำเรอเทวดาและอสูรทั่วไป

ชื่อ..อัปสร บอกถึงที่มา แปลว่า ผู้กระดิกในน้ำ เนื่องจากเกิดจากทะเลน้ำนม

บทบาทหน้าที่จึงทำให้ถูกเรียกอีกชื่อว่า สุรางคนาง แปลว่านางบำเรอแก่เทวดา และอีกชื่อว่า สุมทาตมชา แปลว่า สตรีผู้เต็มไปด้วยความมัวเมาและเพลิดเพลิน

คัมภีร์ปุรณะ แบ่งนางอัปสรไว้หลายพวก ในวายุปุราณ ว่ามี 14 พวก ในหริวังศะ ว่ามี 7 พวก

ทั้งยังแบ่งเป็นสองประเภท คือไทวิกา นางฟ้า และเลาลิกา นางดิน

ไทวิกา  นางฟ้ามี  10 นาง  เลาลิกา  นางดิน มี 34 นาง

ทั้งนางฟ้าหรือนางดิน ล้วนมีรูปร่างงาม มีจริตยั่วยวน มีเสน่ห์โน้มน้าวจิตใจเพศชายให้เคลิบเคลิ้มหลงใหลได้ง่าย จำแลงแปลงกายได้หลายอย่าง

แต่รักใครไม่ยั่งยืน ชอบเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ เหมือนนางโลม หรือจะเรียกว่า นางโลมของเมืองสวรรค์ก็ได้

คัมภีร์ระบุว่า เทวบุตร คนธรรพ์ วิชาธร วีรบุรุษ นักรบสมัยโบราณ จำนวนมากมาย เคยถูก นางอัปสรทำลายตบะจนเสียคน ไปจำนวนไม่น้อย

จึงเกิดฤาษีผู้หนึ่ง พยายามเขียนตำราป้องกันหรือแก้เสน่ห์อันแสนร้าย อันเป็นเภทภัยจากนางอัปสร ตำรานี้ถูกใช้กันต่อๆมา

เรียกชื่อตามชื่ออาถรรพณ์...ของฤาษีผู้เขียนตำราว่า อาถรรพ์เวท

หลักฐานที่ปรากฏในจารึกปักษีจำกรง ของเขมร...กล่าวว่า ฤาษีชื่อกัมพุ บำเพ็ญพรตจน พระศิวะ ประทานนางอัปสร ชื่อนางเมรา มาให้เป็นภรรยา ฤาษีกัมพุและนางเมราอยู่กินกันจนเกิดลูกหลานมากมาย เป็นปฐมวงศ์ของชาวเขมร

ต่อมากลายเป็นชื่อประเทศ "กัมพูชา" ออกเสียงแบบเขมรว่า กัมปูเจีย แปลว่า ผู้เกิดจากฤาษีกัมพุ.

O บาราย O

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement