advertisement

ยาพิษ อาวุธลับในสงครามฝิ่น 2

โดย บาราย 22 ก.ค. 2555 05:00

หนังสือ เบื้องหลังสัญญาเบาริ่ง และประวัติศาสตร์พิสดารของเซอร์จอห์น เบาริ่ง (สำนักพิมพ์มติชน มี.ค.2555) ไกรฤกษ์ นานา ค้นคว้าเอกสารเก่า ได้ข้อมูลใหม่ เรียบเรียงเรื่องราวของ เจ้าของชื่อสนธิสัญญา ที่บางคนถือว่า เป็นคุณประโยชน์ต่อสยามอย่างลึกซึ้งกว้างขวาง

บทชื่อปฐมเหตุของสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ไกรฤกษ์ นานา เขียนว่า เซอร์จอห์น เบาริ่ง ราชทูตอังกฤษคนใหม่จากลอนดอน เดินทางมารับตำแหน่งประจำ สถานทูตอังกฤษในฮ่องกงแล้วพบว่า สนธิสัญญาเทียนสิน ที่ทำกันขึ้นหลังสงครามฝิ่นครั้งแรก ยังมีปัญหาทำให้เกิดข้อพิพาทตามมามากมาย จึงเริ่มดำเนินการแก้ไข

8 ต.ค. ค.ศ.1856 เรือสินค้าลูกผสม เดิมเป็นเรือสำเภาจีน แต่ต่อเติมดัดแปลงจนเหมือนเรือสินค้าอังกฤษ ขึ้นทะเบียนเรือสินค้าอังกฤษในฮ่องกง เทียบจอดท่าเมืองกวางตุ้ง ระหว่างการบรรทุกข้าวสาร เรือรบสองลำของจีนก็เข้าขอตรวจค้น จับกุมลูกเรือ (คนจีน) 12 คน กล่าวหาว่า 3 คนเป็นพวกกบฏไต้ผิง

เซอร์จอห์นยื่นคำขาดให้จีนชดใช้ค่าเสียหาย และให้มีหนังสือขอขมาภายใน 24 ชั่วโมง แต่เย่เจิ้นหมิง ผู้ว่าการเมืองกวางตุ้ง ปฏิเสธ

23 ต.ค. ค.ศ.1856 เซอร์จอห์นสั่งเรือรบอังกฤษ ยิงปืนใหญ่ใส่เมืองกวางตุ้ง ทหารจีนตายทันที 5 คน กระสุนนัดหนึ่งตกใส่หลังคาบ้านผู้ว่าการเมืองกวางตุ้ง เย่เจิ้นหมิงสั่งทหารจีนสู้ 18 ธ.ค.1856 คนจีนเผาโกดังสินค้าและบ้านเรือนคนอังกฤษ รวมทั้งสถานกงสุลอังกฤษราบเป็นหน้ากลอง ผู้ช่วยกงสุลอังกฤษคนหนึ่งตายในกองไฟ

นับแต่นั้น คนจีนก็ฆ่าคนอังกฤษทุกคนที่พบ มีการตั้งค่าหัวแม่ทัพอังกฤษไว้ 5 พันดอลลาร์ ส่วนเซอร์จอห์นนั้นค่าหัว 3 หมื่นดอลลาร์

สงครามนี้มีผลให้ชุมชนคนจีนคนอังกฤษ ที่เคยร่วมคบร่วมค้ากันมานาน แตกแยกออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน อังกฤษระแวงถึงขั้นไม่กล้าจ้างชาวจีนที่ยากจนอาสาเป็นทหารรับจ้างรบ เซอร์จอห์นประกาศให้คนอังกฤษในฮ่องกงและเกาลูน ดูแลทรัพย์สิน

ตัวเอง และระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน

แล้วก็มาถึงวันนั้น วันที่ 15 ม.ค. ค.ศ.1857 ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นอังกฤษราว 400 คนล้มป่วยกะทันหัน ถูกหามเข้าโรงพยาบาล แพทย์ตรวจแล้วพบว่าต้นเหตุอาการป่วยมาจากยาพิษที่ใส่ไว้ในขนมปังที่วางจำหน่ายในย่านร้านเบเกอรี่

ตำรวจอังกฤษสืบสวนแล้ว จับผู้ต้องสงสัยไว้ 500 คน แต่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ ตำรวจว่า ฆาตกรน่าจะเป็นคนทำขนมปังที่ไม่สันทัดกับการใช้ยาพิษ บวกกับความแค้น หวังจะให้ยาออกฤทธิ์รวดเร็ว จึงใส่ยาพิษไว้ในอัตราส่วนมากเกินควร ผลก็คือคนที่กินเข้าไปเกิดอาคารคลื่นไส้อย่างรุนแรง จนต้องสำรอกออกมา หลายคนจึงรอดตายไปได้

แน่นอนเซอร์จอห์น ภรรยา ลูกๆ และคนในครอบครัวก็ไม่รอด เขาถูกนับเป็นเหยื่อรายแรกๆ ขณะถูกหามเข้าโรงพยาบาล เขามีอาการเพียบหนักใกล้ขั้นโคม่า แต่แพทย์ก็เยียวยารักษาชีวิตเขาและลูกๆไว้ได้

หลังเหตุการณ์นี้เซอร์จอห์นเขียนจดหมายรายงาน นายลาบูร์แชร์ เลขาฯกระทรวงอาณานิคมของ อังกฤษ ว่า “ข้าพเจ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด...มันเป็นการลอบฆ่ากันชัดๆ แม้ขณะที่เขียนจดหมาย ข้าพเจ้าก็ยังมีอาการไม่สู้ปกตินัก”

ฟ้องเจ้านายแล้ว เซอร์จอห์นก็เขียนจดหมายไปฟ้องหนังสือพิมพ์ ขอความเห็นใจให้กับตนเอง พร้อมๆกับปรักปรำชาวจีน และแสดงความอาฆาตทิ้งท้ายไว้ว่า “ประเทศอังกฤษจะได้เห็นการชดใช้ และการตอบแทนผู้ก่อการร้ายอย่างสาสมที่สุด”

จากนั้นเซอร์จอห์นก็ขอกำลังทหารอังกฤษจากอินเดียมาเพิ่มอีก 5 พันนาย เขาคาดการณ์ว่า เขาจะเผด็จศึกเมืองกวางตุ้งได้ราบคาบ มีผู้วิเคราะห์ต่อมาว่า รายได้ 10 ล้านปอนด์จากการขายฝิ่นให้คนจีน มลายหายไปกับสงครามฝิ่นครั้งที่ 2 ภาพของเซอร์จอห์นในสภาอังกฤษ จากวีรบุรุษเปลี่ยนมาเป็นผู้ร้าย ถูกกดดันให้ลาออก

แต่ภาพของเซอร์จอห์น เบาริ่งในสยาม กลับออกไปในทางดี 30 ส.ค.1867 รัฐบาลสยามติดต่อให้เขาเป็นผู้แทนรัฐบาลสยาม เจรจาการค้ากับประเทศ ต่างๆ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนับเซอร์จอห์นเป็นสหาย โปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่ง พระยาสยามานุกูลกิจ สยามมิตรมหายศ

มีผู้บันทึกว่าเซอร์จอห์น เบาริ่ง ยังไม่ทันได้ทำงานให้รัฐบาลสยาม เขาก็ป่วยตาย ด้วยโรคที่ต่อเนื่องมาจากการกินขนมปังใส่ยาพิษ อาวุธลับที่คนจีนตั้งใจทำร้าย...สมัยที่เขาทำสงคราม

ชิงเมืองกวางตุ้งนั่นเอง.


บาราย

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement