มีรายงานข่าวจาก พรรคเพื่อไทย ว่าที่ประชุมพรรคแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ได้ออกโรงเตือนว่าเดือนตุลาคมอาจเกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง เนื่องจากคดีการใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา เข้าใกล้ความจริงทุกที อาจมีผู้ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตและความสูญเสียในครั้งนั้น
คดีสลายการชุมนุมทางการเมืองมีการสืบสวนสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โดย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นแม่งาน ซึ่งก็ถูกครหาว่าอยู่ในเหตุการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินช่วงนั้นด้วย มีการออกมาแฉจากทั้ง สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯและ ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นคนเสนอให้ใช้กำลังในการเข้ากระชับพื้นที่ด้วยซ้ำ
อันที่จริงความสำคัญของคดีนี้คือ มีการลากเอากองทัพเข้าไปเกี่ยวข้อง และ คนเสื้อแดง ญาติพี่น้องผู้สูญเสียก็ยังข้องใจกับการ ทำหน้าที่ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณอดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และกองทัพ โดยเฉพาะผู้นำกองทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.
เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะใช้หน่วยงานดีเอสไอเดินหน้าบีบให้ฝ่ายตรงกันข้ามจนมุม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกองทัพหรือฝ่ายการเมือง ก็ยิ่งจะเป็นการกดดันให้สถานการณ์ทางการเมืองเหลือทางออกน้อยยิ่งขึ้น กฎหมายไม่มีทางไป ก็ต้องใช้กำลังทั้งทางการเมืองและทางทหาร สุดท้ายการเมืองไทยก็หนีไม่พ้นความวุ่นวาย
แต่ถ้าขั้วรัฐบาลไม่จับเรื่องนี้มาเล่น ทำเป็นลืมๆ ก็จะเสียทั้งมวลชนและโอกาส ดังนั้น ในขั้วรัฐบาลเองจึงมีการมองในมุมยุทธศาสตร์เอาไว้สองด้านที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
วิธีหนึ่งคือ ดึงศัตรูมาเป็นมิตร และใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆ ประคองไว้ไม่ให้แรงเกินไป ไม่ให้กระทบกับกองทัพเป็นพอ ไม่ให้เข้าทางองค์กรอิสระเป็นใช้ได้ จะเสียมวลชนไปบ้างก็ไม่เป็นไร
อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นจังหวะและโอกาส ที่จะขุดรากถอนโคน ทั้งการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม จัดระเบียบในกองทัพและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในองค์กรอิสระใหม่ทั้งหมด เอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกลับบ้านโดยไม่มีความผิด วิธีนี้มีความเสี่ยงต่อการปฏิวัติรัฐประหารมากที่สุด
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม การเมืองเดือนตุลา มาลงล็อกหลายเรื่อง การแก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ผลการสอบสวนของดีเอสไอคดีผู้เสียชีวิต 98 ศพ รวมทั้งการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ไม่รวมน้ำจิ้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีรัฐบาล ส่งท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภานี้
ยังมีความเห็นจากคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติหรือ คอป.ที่มี คณิต ณ นคร เป็นประธานเป็นรายงานส่วนที่ 5 ที่จะส่งถึงรัฐบาลวันนี้ ระบุมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีความอ่อนไหวและทำให้ความขัดแย้งบานปลายได้ ที่สำคัญคือ ไม่ควรรีบร้อนแก้ไขมาตรา 112 ที่อาจทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางการเมือง สัญญาณการเมืองเดือนตุลายังร้อนเสมอต้นเสมอปลาย.
หมัดเหล็ก




















