ของฝากจากเวียดนาม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ของฝากจากเวียดนาม

โดย ซูม 10 ธ.ค. 2552 05:00
2,447 ครั้ง


เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมาผมมีโอกาสติดตามคณะทัวร์ ของคุณหญิงประณีตศิลป์ วัชรพล ไปไหว้พระทัศนศึกษาที่นครโฮจิมินห์ หรือไซ่ง่อน เมืองหลวงในอดีตของประเทศเวียดนามใต้

ปกติแล้วคณะทัวร์ของคุณหญิงจะอยู่ในราวๆเดือนธันวาคมทำให้ในบางปีการเดินทางของเราจะตรงกับช่วงวันหยุดเฉลิมพระชนมพรรษา และทำให้การเดินทางไปทำบุญไหว้พระของพวกเรามีความหมายมากยิ่งขึ้น

ดังเช่น เมื่อหลายปีก่อน เราไปไหว้พระที่พม่าและมีอยู่วันหนึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมพอดี เราจึงขอให้บริษัททัวร์ช่วยจัดให้พวกเราไปทำบุญใส่บาตรให้เป็นกรณีพิเศษ

เขาก็จัดให้คณะของเราไปใส่บาตร พระภิกษุสามเณร จำนวน 1,200 รูป ที่วัดมหากันดายน เมืองอมรปุระ ใกล้มัณฑะเลย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจและอยู่ในความทรงจำของพวกเรา ที่มีโอกาสร่วมเดินทางเมื่อครั้งกระนั้นมาจนถึงบัดนี้

สำหรับที่นครโฮจิมินห์ แม้ประชาชนจะนับถือพุทธศาสนา แต่ก็เป็นนิกายมหายาน มีวิธีการสวดหรือการทำบุญที่ไม่เหมือนกับของเรา

จะใช้วิธีตักบาตรดังที่เคยปฏิบัติมา ไม่สะดวกแน่นอน จึงได้ปรับแผนการมาใช้วิธีร่วมจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในห้วงเวลาเดียวกับที่พี่น้องชาวไทยดำเนินการอยู่ทั่วประเทศไทย ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 5 ธันวาคม

เราขอร้องให้บริษัททัวร์จัดเตรียมพระบรมฉายาลักษณ์  ตลอดจนนำเทียนถวายพระพรไปจากกรุงเทพฯ ทำให้บรรยากาศและเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา จากนครโฮจิมินห์ของเรากว่า 80 ชีวิตดังกระหึ่มไม่น้อยหน้าพสกนิกรในประเทศไทย

ที่สำคัญก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง  พวกเราได้มีโอกาสรับชมและฟังกระแสพระราชดำรัส เนื่องในโอกาสเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ผ่านโทรทัศน์ช่อง 3 สี ซึ่งโรงแรมเวียดนามที่เราไปพักสามารถรับได้

มีความรู้สึกปลาบปลื้ม ที่ได้เห็นพระพักตร์ที่ทรงยิ้มแย้มแจ่มใสและรู้สึกซาบซึ้งในพระบรมราโชวาทอย่างหาที่เปรียบมิได้

โดยเฉพาะที่ทรงกล่าวว่า "ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยความเจริญ  มั่นคงเป็นปกติสุข" นั้นจะตราตรึงอยู่ในดวงใจของพวกเราตลอดไป

2 วันต่อมา เรามีโอกาสไปเยี่ยมชมทำเนียบรัฐบาลไซ่ง่อนในอดีตที่แตกพ่ายยอมแพ้แก่เวียดนามเหนือ เมื่อ 30 เมษายน 1975 หรือ 2518

ได้เห็นห้องพัก ห้องทำงาน ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม และห้องบัญชาการของท่านประธานาธิบดีอย่างละเอียดทุกแง่มุม

ขณะเดียวกันเราก็มีโอกาสไปเยี่ยมชมอุโมงค์กู๋จี ณ เมืองกูจี๋ ที่เคยเป็นสนามรบที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งในยุคสงครามเวียดนาม

กูจี๋เป็นเขตปลดปล่อยอยู่ในการยึดครองของฝ่ายเวียดกงร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเป็นจุดที่ทหารสหรัฐฯได้รับคำสั่งให้ทำลายมิให้เหลือซาก

ไม่เพียงสั่งกองทัพภาคพื้นดินทั้งทหารเดินเท้าและรถถังเข้ากวาดล้าง ยังส่งกำลังทางอากาศออกทิ้งระเบิดเข้าใส่วันแล้ววันเล่า

แต่ทหารเวียดกงก็อยู่กันได้ภายในอุโมงค์ใต้ดินที่มีทางเชื่อมโยงทะลุไปตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ไกลกว่า 200 กิโลเมตร

ใช้สงครามจรยุทธทำลายล้างกองทัพสหรัฐฯ จนล้มตายเหมือนใบไม้ ร่วงด้วยอาวุธอย่างง่ายๆ ที่ใช้กันมาแต่โบราณกาล

ถึงแม้ว่าลุงโฮจิมินห์ จะได้ชัยชนะและรวมชาติของท่านเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ แต่จากการต่อสู้อันยาวนาน ทำให้ต้องสูญเสียกำลังคน สูญเสียโอกาสในการพัฒนาไปอย่างมหาศาล

เมื่อวันที่สงครามสิ้นสุด  เวียดนามจึงแทบไม่เหลืออะไรเลย นอกจากความอดอยากยากจน และความบอบช้ำ

แต่ด้วยความมานะอดทน เวียดนามใหม่ค่อยๆสร้างตัวขึ้นทีละน้อย จนเดียวนี้ต้องบอกว่าเขาฟื้นขึ้นพอสมควรทีเดียว

อย่างไรก็ตาม  เท่าที่ดูด้วยสายตาผมก็ยังเชื่อว่า  เขาต้องใช้เวลาอีก 10 ปี หรือกว่านั้นด้วยซ้ำ  หากเขาจะขึ้นมามีความสมบูรณ์มั่งคั่งเทียบทันประเทศไทย

เว้นเสียแต่ว่าเราจะหยุดรอ หรือพังพาบลงไปด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง

ถามว่าโอกาสที่เราจะหยุดรอนั้นจะเกิดขึ้นไหม? ก็คงต้องตอบว่าเกิดขึ้นได้แน่นอน หากเรายังไม่เลิกทะเลาะกัน

หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นทุกวันนี้ วันหนึ่งเราก็จะต้องหยุดรอเหมือนกระต่ายที่นอนรอเต่าในนิทานอีสปอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

แต่ถ้าเราน้อมนำพระบรมราโชวาทใส่เกล้า...โดยทำให้บ้านเมืองมั่นคงเป็นปกติสุขและต่างคนต่างทำหน้าที่...ดังที่ทรงมีพระราชดำรัสไว้เมื่อวันมหามงคลที่ผ่านมาแล้วไซร้

ผมมั่นใจครับว่า เขาจะไม่มีวันไล่เราทันแน่นอน.

"ซูม"

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement