อีกตำนานที่จากไป - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

อีกตำนานที่จากไป

โดย 1 พ.ค. 2552 05:00
2,669 ครั้ง


ผมเพิ่งจะมีโอกาสรื้อเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะทำงานของผมเมื่อวันวานนี่เอง จึงเพิ่งจะเจอจดหมายสั้นๆแจ้งข่าวการถึงแก่อนิจกรรม ของพลเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา

ทำให้ผมนึกได้ว่า ผมได้รับข่าวสารและเอกสารบางชิ้นที่เกี่ยวกับท่าน เฉลิมชัย ก่อนจะออกเดินทางไปฮ่องกงเพียงวันเดียว

ตั้งใจว่าเมื่อกลับมาประจำการที่โรงพิมพ์จะรีบเขียนให้ทันที ในฐานะ ที่ท่านเป็นผู้บุกเบิกและส่งเสริมกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย จากกิจการ เล็กๆจนกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทยในปัจจุบันนี้

เผอิญในช่วงสงกรานต์ได้เกิดเหตุการณ์สับสนขึ้นในบ้านเราอย่างที่ทราบๆกันดีอยู่แล้ว ทำให้ผมพลอยสับสนไปด้วย จนลืมเรื่องที่ตั้งใจว่าจะเขียนไปเสียหลายเรื่อง

รวมทั้งเรื่องของ พล.อ.เฉลิมชัย จารุวัสตร์ ดังที่เกริ่นไว้

แต่ก็คงไม่ช้าเกินไปนะครับที่จะหยิบยกมาเขียนถึงในวันนี้

ผมเองไม่รู้จักสนิทสนมกับท่านเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่านมาร่วมๆ 50 ปี ตั้งแต่ผมยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 1 เมื่อ พ.ศ.2503

หนังสือพิมพ์ใน พ.ศ.ดังกล่าวลงข่าวท่านทุกวันในฐานะมือขวาของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างจริงจัง หลังจากปฏิวัติแล้วยกให้คนอื่นๆไปหลายครั้ง

ช่วงนั้นมีการจัดเตรียมทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก มีการตั้งหน่วยงานใหม่ๆ ทางด้านเศรษฐกิจมากมายทั้งหน่วยงานที่เป็นฝ่ายวางแผน และหน่วยงานฝ่ายปฏิบัติ
สภาพัฒน์, บีโอไอ, สำนักงบประมาณ ล้วนแต่เกิดขึ้นในยุคนี้ ทั้งสิ้น...รวมถึงหน่วยงานเล็กๆหน่วยหนึ่งที่ต่อมากลายเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทอย่างมากในการช่วยหาเงินเข้าประเทศ

ครับ...องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ อสท. นั่นเอง

พันเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ (ยศขณะนั้น) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการคนแรก เมื่อปี พ.ศ.2503 และดำรงตำแหน่งนี้อยู่นานถึง 16 ปี

ท่านเคยเขียนเล่าไว้ว่า เมื่อตอนเปิดสำนักงาน อสท.ใหม่ๆ มีพนักงานเพียง 14 คนเท่านั้น และในปีเดียวกันนั้น (2503) ก็มีนักท่องเที่ยวต่าง ประเทศเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพียง 81,340 คน ทำเงินเข้าประเทศ 196 ล้านบาท จากสถิติที่ อสท.เก็บไว้

ใครจะคิดล่ะครับว่าอีก 49 ปีให้หลัง ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จะสูงถึงกว่า 15 ล้านคนในแต่ละปี และทำรายได้ให้แก่ประเทศถึงปีละ 5 แสนกว่าล้านบาท โดยประมาณ

แม้ผมจะได้ยินชื่อเสียงของท่านมานาน แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้พบท่านครั้งแรกเมื่อต้นปี 2517 หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่นานนัก

ช่วงนั้นคุณ สถาพร กวิตานนท์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาในภาคเอกชนของสภาพัฒน์ได้จัดสัมมนาร่วมกับ อสท.เพื่อเปิดตัว "พัทยา" ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยเชิญสื่อมวลชนเกือบ 100 คนไปร่วมงาน

เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังมาพัทยาไม่มาก คุณสถาพร และ พล.อ.เฉลิมชัย จึงมีความคิดที่จะนำสื่อมวลชนไทยไปรู้จักพัทยา เพื่อเขียนเชิญชวนคนไทยไปเที่ยวพัทยาให้มากขึ้น

ยังจำได้ว่าในระหว่างประชุมซึ่งส่วนใหญ่ผู้เข้าประชุมก็เป็นนักข่าวจากฉบับต่างๆ ได้เกิดการปะทะคารมระหว่างผู้สื่อข่าวอาวุโสกับผู้สื่อข่าวรุ่นน้องอย่างรุนแรง จนการสัมมนาทำท่าจะล่ม

โชคดีที่ พล.อ.เฉลิมชัยท่านนั่งเป็นประธานอยู่ สามารถใช้ความเป็นผู้ใหญ่ขอร้องให้ผู้ถกเถียงกลับเข้าสู่ความสงบ จนเรื่องยุติลงด้วยดี

จังหวะการพูดจา และลีลาการควบคุมการประชุมของท่านในวันนั้นยังอยู่ในความทรงจำของผมมาโดยตลอด

ผลงานที่ท่านริเริ่มไว้และต่อมาบุคลากรของ อสท. หรือ ททท.รุ่นหลังๆต่างก็รับช่วงกันเรื่อยมา ได้มีส่วนทำให้กิจกรรมการท่องเที่ยวกลายเป็นกิจกรรมหลักที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศไทยอย่างมหาศาล

ทุกครั้งที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็จะต้องนึกถึงการท่องเที่ยวในฐานะพระเอกที่จะมาช่วยกู้สถานการณ์ทุกครั้งไป

รวมทั้งใน พ.ศ.ปัจจุบัน การท่องเที่ยวก็ยังมีบทบาทสำคัญและได้รับการนึกถึงเป็นมาตรการแรกเช่นเคย

คงต้องกราบขอบพระคุณ? พล.อ.เฉลิมชัย? จารุวัสตร์? อีกครั้งในฐานะตำนานผู้ริเริ่มบุกเบิกกิจกรรมด้านนี้ไว้? จนเป็นสมบัติของชาติที่คนไทยยังกินยังใช้ไม่หมดตราบทุกวันนี้.

"ซูม"

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement