advertisement

ขอบคุณกีฬาโอลิมปิก ทำให้คนไทยรักกันอีกครั้ง

โดย ซูม 8 ส.ค. 2555 05:00

ก่อนที่จะเริ่มต้นเขียนคอลัมน์วันนี้  ผมนั่งสงบนิ่งส่งกระแสจิตไปขอบพระคุณดวงวิญญาณของนายปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง ขุนนางฝรั่งเศส เมื่อประมาณ 120 ปีก่อนโน้นเรียบร้อยแล้ว

ขอบพระคุณเพราะอ่านข่าวเจอว่าขุนนางท่านนี้แหละที่ออกแรงวิ่งเต้นผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศสำคัญๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ รวมทั้งฝรั่งเศส ด้วยให้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ขึ้น โดยเริ่มที่กรุงเอเธนส์เป็นครั้งแรก เมื่อ ค.ศ.1896 หรือเมื่อ 116 ปีที่ผ่านมา

ส่งผลให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ติดต่อกันทุกๆ 4 ปี จนถึงบัดนี้เป็นครั้งที่ 30 แล้วสำหรับกีฬาโอลิมปิกสากล

ทำไมถึงต้องขอบคุณดวงวิญญาณของนายดูเบอร์แตงด้วยล่ะ?

ต้องขอบคุณก็เพราะกีฬาโอลิมปิกที่ท่านริเริ่มขึ้นนี้ เป็นมหกรรมที่นักกีฬาทั่วโลกมาแข่งขันกีฬากันด้วยไมตรีจิตมิตรภาพและนำความสุขใจ ไปสู่ประชากรชาวโลกทุกครั้งที่มีการแข่งขัน

รวมทั้งโอลิมปิกครั้งนี้ ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นมา ได้นำความสุขสนุกสนานด้วยบรรยากาศของความสมัครสมานสามัคคีไปสู่ประเทศต่างๆกว่า 200 ประเทศ

สำหรับประเทศไทยของเรา บรรยากาศแห่งความสุขก็เริ่มมาจาก วันศุกร์ที่ 27 ก.ค.เช่นกัน สมหวังบ้างผิดหวังบ้าง...แต่ที่น่าชื่นใจก็คือบรรยากาศของการรวมใจเป็นหนึ่งเพื่อเชียร์นักกีฬาไทยได้เกิดขึ้นทั่วทุกแห่งหน

คนไทยเราแตกแยกเป็น 2 ฝ่ายมาหลายปีแล้ว เป็นความแตกแยกเพราะ “การเมือง” เป็นเหตุโดยแท้ แตกเสียจนหลายๆคนเป็นห่วงว่าจะกลับมารวมเป็นหนึ่งอีกครั้งได้อย่างไรและเมื่อใด?

แต่แล้วเราก็กลับมารวมกันได้ในกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้

แม้จะเป็นการรวมกันชั่วขณะ หรืออาจจะเป็นการชั่วคราวเท่านั้นแต่ก็น่าชื่นใจมากๆ

ภาพของความปลื้มปีติสุดๆเมื่อวันที่ “น้องแต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว คว้าเหรียญเงินยกน้ำหนักรุ่น 58 กก.หญิง มาครองได้สำเร็จ...ก็ดี

ภาพของการเชียร์ การรวมเป็นกลุ่มหน้าจอโทรทัศน์ ทั้งในระดับหมู่บ้าน ที่ทำงาน หรือในบ้านของแต่ละคน เพื่อส่งใจไปลุ้นนักกีฬาไทย...ก็ดี

ล้วนเป็นภาพที่เหือดหายไปจากประเทศไทยของเราหลายปีแล้วครับ

ประทับใจที่สุด คือวันที่ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวไทยของเราลงแข่งขันกับ หวัง ซิ่น นักแบดหมายเลข 2 ของโลก จากแผ่นดินใหญ่ ซึ่งแม้น้องเมย์จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

แต่น้องเมย์ก็สามารถชนะใจพี่น้องชาวไทยได้อย่างเด็ดขาด...เมื่อเธอทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างสู้กับนักแบดมินตันจีนจนถึงก๊อกสุดท้าย

นี่คือหัวใจที่ไม่มีวันยอมแพ้ของคนไทย...และด้วยหัวใจเช่นนี้แหละที่ทำให้ประเทศไทยของเรายืนยงมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับวันนี้ (พุธที่ 8 สิงหาคม) เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งอีกวันหนึ่ง เพราะคนไทยเราจะร่วมแรงใจกันอีกครั้งหนึ่ง

ตามคิวการแข่งขันจะเป็นวันแรกของกีฬาเทควันโด ซึ่งอาจจะมีเหรียญทองหลายเหรียญในรุ่นต่างๆ

โปรดติดตามข่าวสารและอย่าลืมส่งใจไปช่วยเชียร์นักกีฬาทั้ง 3 คนของเรา ได้แก่ เป็นเอก การะเกตุ, รังสิยา นิสัยสม และ ชนาธิป ซ้อนขำ ด้วยก็แล้วกัน

สำคัญที่สุดก็คงจะเป็นช่วงดึกๆประมาณตี 3 คืนนี้ อย่าลืมตื่นขึ้น มาเปิดทีวีเชียร์ แก้ว พงษ์ประยูร นักชกรุ่นไลต์ฟลายเวทของเรา ที่จะลุยกับนักชกบัลแกเรีย

เพราะจะมี “เหรียญทองแดง” เป็นเดิมพัน...ถ้าแก้วชนะเหรียญทองแดงอยู่ในกำมือแน่นอน พร้อมโอกาสที่จะเข้าชิงเหรียญทอง ถ้าชนะได้อีกครั้งในรอบหน้า

นึกแล้วก็เสียดายที่ผ่านวันนี้ หรืออย่างดีก็พรุ่งนี้มะรืนนี้ (ถ้าเทควันโดของเรายังแข่งไม่หมด)...คนไทยก็จะไม่มีอะไรให้เชียร์อีกแล้ว

ภาพของความสมัครสมานสามัคคีอาจจะค่อยๆเลือนไปอีกครั้ง และอาจจะกลับสู่บรรยากาศของการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายตามกระแสของกลุ่ม การเมือง 2 กลุ่มหลัก ที่ยังไม่เลิกทะเลาะกัน

จะเป็นไปได้ไหมหนอที่คนไทยส่วนใหญ่จะรู้รักสามัคคีต่อไป หาเรื่องดีๆเชียร์หรือร่วมแรงร่วมใจกันต่อไป

ปล่อยให้กลุ่มที่กำลังทะเลาะกันอยู่นี้เป็นเพียงกลุ่มน้อย...และค่อยๆเฉาไปในที่สุด

แผ่นดินไทยของเราจะได้กลับมาเป็นแผ่นดินแห่งความสงบร่มเย็น...ผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนในยุคปู่ย่าตายายของเรา.

“ซูม”

โหวตข่าวนี้