advertisement

ตัวอย่าง "สุนทรียสนทนา"

โดย ซูม 18 ก.ค. 2555 05:00

ผมได้รับข่าวสารเกี่ยวกับงานพระราชทานเพลิงศพบุคคลสำคัญ 2 ท่านที่มีผลงานอันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไทยของเรา ขออนุญาตนำมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่งดังนี้ครับ

พรุ่งนี้ (พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม) เวลา 18.00 น. สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นาย สถาพร กวิตานนท์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ณ เมรุ วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร

และวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคมนี้ จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นาย ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ ต.อ. 21 ณ วัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เวลา 17.00 น.

ผมได้เคยเขียนถึงผลงานของทั้ง 2 ท่านไว้แล้ว ในช่วงที่ท่านจากไปเมื่อหลายเดือนก่อนโน้น

สำหรับ “เฮียสถาพร” ผมคงไม่มีอะไรกล่าวเพิ่มเติม เพราะได้เขียนถึงผลงานที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุดคือ การสร้างระบบ “กรอ.” หรือการรวมตัวกันเป็นหนึ่งของ “ภาคเอกชน” จนแข็งแกร่งดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ควบคู่ไปกับผลงานด้านการส่งเสริมการลงทุนที่โดดเด่นกว่าเลขาธิการฯท่านใดๆไว้แล้วอย่างครบถ้วน

ที่จะเขียนเพิ่มเติมเล็กน้อยในวันนี้ เพราะได้หลงลืมไปเมื่อคราวก่อน ทั้งๆที่ควรจะพูดถึง เพราะเหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง ในปัจจุบันอย่างยิ่งก็คือ ผลงานของท่านรองฯ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ว่าด้วยวิธีการจัดประชุมสัมมนาและการพูดจาหารือต่างๆ

ในช่วงการจัดเตรียมแผนพัฒนาฉบับที่ 8 พ.ศ.2540-2554 กว่า 10 ปีมาแล้ว ท่านรองฯไพบูลย์เคยมาช่วยสภาพัฒน์จัดสัมมนา

หลายครั้งด้วยวิธีการที่ท่านถนัดมาก ที่ท่านเรียกว่า A.I.C.

การประชุมแบบ A.I.C. นั้น ถ้าจะเรียกกันให้ไพเราะโดยใช้สำนวนทันสมัยก็คงจะต้องเรียกว่า “สุนทรียสัมมนา” หรือการสัมมนากันด้วยอารมณ์อันสุนทรีนั่นเอง

ทุกวันนี้เราได้ยินคำว่า “สุนทรียสนทนา” ที่มีผู้แปลมาจากคำว่า Dialoque หรือการพูดจาอย่างเปิดอกเปิดใจของผู้เข้าร่วมประชุมต่างๆอันเป็นวิธีที่ท่านรองฯไพบูลย์ใช้มานานแล้วในการสัมมนาของท่าน

ไม่เพียงแค่การพูดจาอย่างสุภาพและมีเหตุผลเท่านั้น ท่านยังเสนอให้ใช้วิธี “วาดรูป” ก่อนเสียด้วย โดยให้แต่ละคนวาดรูป จะเป็นสไตล์ไหนก็ได้ที่ตนถนัด เช่น การ์ตูน หรือลายเส้น หรือสเกตช์ หรือยึกยือก็สุดแล้วแต่ ขอให้พอดูออกก็แล้วกัน

ให้รูปที่วาดออกมานั้น แสดงถึงลักษณะปัญหาและความต้องการในการแก้ปัญหาให้พร้อมสรรพ

เหตุผลของท่านก็คือ การวาดรูปจะทำให้คนเรามีอารมณ์สุนทรี

นำเสนออย่างอารมณ์ดี อย่างมีสติ และปราศจากอคติ และเมื่อเราใช้คำพูด

คำอธิบายอย่างสุภาพประกอบไปด้วย ในที่สุดก็จะมีผลไปสู่การสรุปที่ทุกๆฝ่ายในที่ประชุมพอใจ

นี่คือตัว A ซึ่งเป็นตัวแรกของวิธีการที่เรียกว่า APPRECIATION ซึ่งแปลว่า ความพึงพอใจ หรือความซาบซึ้งใจนั่นเอง

เคยมีผู้วิจารณ์ว่า การเสนอโครงการและแนวทางแก้ปัญหาด้วยการวาดรูปจะใช้ได้หรือ เพราะดูแล้วเป็นวิธีของเด็กๆอย่างไรก็ไม่รู้

ท่านรองฯไพบูลย์เลยได้โอกาสชี้แจงว่า เจตนาของระบบนี้ก็เพื่อจะให้ผู้ใหญ่กลับไปเป็นเด็กๆนั่นแหละ จะได้แสดงความคิดกันอย่างบริสุทธิ์และใสซื่อออกมาจากใจจริงกันเลย

ถ้าได้วิทยากรดำเนินการประชุมเก่งๆ จะสามารถทำให้ทุกๆคนในที่ประชุมนำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์ได้อย่างมากมาย

สำหรับตัวย่ออื่นๆ เช่น I กับ C ที่เหลืออยู่ ผมจำได้ว่า ย่อมาจาก Influence กับ Control แต่จำวิธีการไม่ได้แล้ว เพราะผ่านมาหลายปี ขออนุญาตทิ้งไว้ให้ผู้สนใจไปค้นหากันเอง

แต่ที่เน้นเฉพาะตัว A หรือการเสนอปัญหาแบบเป็นที่พึงพอใจทุกฝ่าย ก็เพราะเห็นว่าทุกวันนี้คนไทยเรายังถกเถียงกันอีกมาก เปิดวงไหนก็ทะเลาะกันวงนั้น ตั้งแต่ในสภากาแฟข้างบ้านไปจนถึงที่ประชุมรัฐสภา

ว่างๆหันมาใช้วิธี A.I.C. แบบที่ท่านรองฯไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เคยใช้ อาจจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น คงไม่ถึงขั้นต้องใช้วิธีวาดรูปหรอกครับ แค่พูดจากันดีๆ อย่าใช้สำนวนโวหารมากนัก ผมว่าทุกอย่างจะดีขึ้นมาทันที 80 เปอร์เซ็นต์.


“ซูม”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement