ผมเป็นแฟนลำตัดของศิลปินแห่งชาติคุณครู “หวังเต๊ะ” มานานมาก...ตั้งแต่ยังอายุ 15–16 ขวบ นุ่งกางเกงขาสั้นเรียน
หนังสือชั้นมัธยมอยู่ที่นครสวรรค์โน่นละครับ
คนนครสวรรค์โดยเฉพาะที่อำเภอบรรพตพิสัยบ้านเกิดผมยุคโน้นชอบดูการแสดงพื้นบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นลิเก ลำตัด เพลงฉ่อยรวมไปถึงโขนสด ฯลฯ ทำให้รุ่นเด็กๆอย่างผมและเพื่อนๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากผู้ใหญ่พลอยชอบดูไปด้วย
สำหรับลิเกนั้นน่าจะหัดง่ายกว่าจึงมีลิเกท้องถิ่นมากมาย ทั้งลิเกปากน้ำโพ ลิเกลพบุรี และลิเกชุมแสง เป็นต้น
แต่ช่วงหลังๆชักไม่ค่อยมีคนดูเพราะเริ่มมีลิเกกรุงเทพฯเดินสายไปแสดง เช่น ไปติดวิกบ้าง แสดงตามงานวัดใหญ่ๆบ้าง...รำสวยกว่า
ร้องเก่งกว่า เครื่องอะร้าอร่ามกว่า ชาวนครสวรรค์ก็เลยหันมาเป็นแฟนลิเก กรุงเทพฯแทน
ดังที่สุดก็คือคณะ บุญเลิศ ศิษย์หอมหวล หรือ บุญเลิศ นาฏพินิจ ซึ่งต่อมาได้เป็นศิลปินแห่งชาติเช่นกัน
เรื่องเอกที่พระเอกบุญเลิศนำไปแสดงจนชาวนครสวรรค์ติดงอมแงมก็คือ “ผู้ชนะสิบทิศ” ที่อาจารย์บุญเลิศรับบทเป็นจะเด็ดด้วยตนเอง
ในส่วนของลำตัดนั้น จะไม่มีลำตัดท้องถิ่น เข้าใจว่าคง หัดยากใครที่อยากดูอยากฟังจะต้องไปหาหรือไปจ้างมาจากกรุงเทพฯโดยตรงส่วนใหญ่จึงมักไปแสดงในงานวัดใหญ่ๆ หรือในปีที่จะมีการจัดงานใหญ่เป็นพิเศษเท่านั้น
คณะที่โด่งดังที่สุดก็คือ คณะ “หวังเต๊ะ” นี่แหละ จะมีคนว่าจ้างไปแสดงที่นครสวรรค์อยู่เสมอครับ สลับกับคณะ “แม่ประยูร”
ทำให้ผมรู้จักบรมครูหวังเต๊ะและแม่ประยูรมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กอย่างที่เกริ่นไว้
ถ้าถามผมว่าในบรรดาการแสดงพื้นเมืองเหล่านี้ ผมชอบอะไรที่สุด?
ก็คงต้องตอบว่าลำตัดครับ...เพราะผมสามารถที่จะนั่งดูได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่ง่วงเหงาหาวนอนเลย
อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วในการแสดงลำตัดนั้น เขาจะว่ากันถึงเรื่องรักๆใคร่ๆ หรือเรื่องของเพศศึกษาเป็นหลัก
ตอนหัวค่ำอาจจะชมนกชมไม้ไปก่อน แต่พอตกดึกก็จะเข้าเรื่องรักๆใคร่ๆ และเพศศึกษามากขึ้นไปเรื่อยๆ และตอนใกล้ฟ้าสางก็จะมันแบบสุดๆ ได้เฮได้ฮากันอย่างสะใจ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะไม่มีคำหยาบโลนใดๆทั้งสิ้น เพราะเขาจะใช้คำเปรียบเปรย เช่น ว่าวจุฬากับว่าวปักเป้าบ้าง ปลาดุก ปลาช่อน ปลาสลิด ปลาตะเพียน ปลาชะโด ฯลฯ บ้าง
สำหรับคุณลุง หวังเต๊ะ นั้น ยังมีลูกตลกโปกฮาอื่นๆด้วย มิใช่จะ 2 แง่ 2 ง่ามอย่างเดียว จึงเป็นที่ชอบของแฟนๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนหนุ่มคนสาวนะครับ ไม่ใช่คนแก่คนเฒ่าอะไรที่ไหน
ทีเด็ดอีกประการหนึ่งของ “หวังเต๊ะ” ก็คือการร่ายกลอนลำตัดใช้ภาษาที่ไพเราะปูพื้นนำไปก่อนสร้างอารมณ์ดึงอารมณ์คนฟังให้คล้อยตามทีละเล็กทีละน้อย
พอได้จังหวะก็ตบผัวะแบบทิ้งท้ายด้วย “มุก” หรือถ้อยคำที่คาดไม่ถึงเรียกเสียงฮาสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานวัด นับเป็นจุดเด่นที่ทำให้คณะหวังเต๊ะได้รับความนิยมเหนือคณะอื่นๆ
แม้ในช่วงหลังๆ ผมจะติดตามฟังท่านน้อยลง แต่ถ้ามีโอกาสก็จะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ยังจำได้มีอยู่ครั้งหนึ่งคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดๆของคุณเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ไปเชิญท่านกับแม่ประยูรมาร่วมโชว์ด้วย...เป็นการโชว์ที่ประทับใจมากและยังอยู่ในความทรงจำมาจนถึงวันนี้
เมื่อทราบข่าวว่า “หวังเต๊ะ” ศิลปินแห่งชาติ หรือคุณลุง หวังดี
นิมา จากพวกเราไปแล้วด้วยโรคมะเร็งในตับและมะเร็งปอดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ด้วยวัย 87 ปี
ผมจึงรู้สึกใจหายและเสียดายเป็นอย่างยิ่งและขออนุญาตท่าน
ผู้อ่านที่จะเขียนถึงบรมครูลำตัดผู้สร้างความสุขความบันเทิงแก่ชาวไทยในชนบทมากว่า 60 ปี ท่านนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านในวันนี้
ขอดวงวิญญาณของท่านจงสุขสงบ ณ สรวงสวรรค์เบื้องบนเถิด
ป.ล. สำหรับผู้อ่านที่ประสงค์จะพบกับผลงานของท่านโปรดเข้า
กูเกิ้ลไปที่คำว่า “หวังเต๊ะ” ได้เลยครับ จะมียูทูบที่เก็บบันทึกการแสดงสดของท่านให้ชมให้ฟังมากมาย...หายคิดถึงไปเลยทีเดียว.
“ซูม”




















