advertisement

เทคโนโลยีกับการทุจริต

โดย ซูม 15 มิ.ย. 2555 05:00

ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับสำหรับการตัดสินใจของ ผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ให้ยกเลิกการสอบบรรจุนายตำรวจชั้นประทวนที่มีผู้สมัครสอบกว่า 287,000 คน ที่เพิ่งจะสอบกันไปหมาดๆทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ด้วยเหตุผลที่ว่ามีการพบการกระทำทุจริตในทุกสนามสอบ รวมทั้งที่สามารถจับผู้กระทำผิดในรูปแบบต่างๆได้ถึง 200 กว่าราย

ครั้นเมื่อนำมาสอบสวนก็พบการโยงใยไปถึงขบวนการทุจริตการสอบขบวนใหญ่ มีผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยอีกจำนวนมาก

ดังนั้น การยกเลิกการสอบครั้งนี้แม้จะทำให้ผู้สมัครสอบที่บริสุทธิ์จำนวนหลายแสนคนจะต้องสูญเสียทั้งเวลาในการเตรียมตัวสอบ ตลอดจนเงินทองและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาสู่สนามสอบ...ไปโดยใช่เหตุ

แต่ก็จำเป็นที่จะต้องยกเลิกเอาไว้ก่อน เพราะไม่แน่ว่าจะมีการใช้วิธีทุจริตในสนามอื่นๆ ที่ยังไม่สามารถตรวจสอบพบหรือจับกุมได้อีกหรือไม่?

หากจะดำเนินการต่อไปหมายถึงมีการตรวจข้อสอบหรือให้คะแนนแก่ข้อสอบทั้งหลายต่อไปก็จะไม่เป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบโดยสุจริตซึ่งมีเป็นจำนวนมาก

เพราะอาจจะมีผู้ทุจริตที่ผ่านหูผ่านตาไปได้ มีโอกาสเข้ารับราชการตำรวจเพราะย่อมจะทำคะแนนได้ดีกว่า เนื่องจากรู้ข้อสอบหรือรู้คำตอบอยู่แล้ว

“การตัดสินใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ต้องการให้การสอบเข้าตำรวจเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม และจะไม่ยอมให้คนที่ทุจริตหรือคดโกงผ่านเข้าไปรับราชการได้เป็นอันขาด” โฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงไว้ตอนหนึ่ง

ซึ่งก็เป็นถ้อยแถลงที่ผมเห็นด้วยเช่นกันว่าไม่ควรจะปล่อยให้คนคดคนโกงเข้ารับราชการเป็นอันขาด

ยิ่งเป็นข้าราชการตำรวจที่มีอำนาจในทุกระดับ แม้ระดับชั้นประทวนก็มีอยู่ไม่น้อยและสามารถใช้อำนาจในทางที่ผิดได้...จะยิ่งต้องระวังและจะยอมให้คนขี้โกงเข้ามารับหน้าที่ไม่ได้เลย

ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติลุยสืบสวนสอบสวนหาตัวแก๊งต่างๆ ต่อไป โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหลายข้อสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องกวาดล้างกันอย่างจริงจัง และเมื่อพบผู้กระทำผิดก็จะต้องจัดการอย่างไม่ไว้หน้า จึงจะสามารถเรียกศรัทธากลับคืนมาได้

ขณะเดียวกัน ก็จะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วย เพื่อไม่ให้ผู้บริสุทธิ์อีกนับแสนคนจะต้องเสียเวลารอคอยนานเกินไป

กรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าข้าราชการตำรวจ แม้จะมีตำแหน่งไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นที่มุ่งหวังของคนรุ่นใหม่

ต้องการเพียง 1 หมื่นอัตรา แต่มีผู้สมัครถึง 2 แสนกว่าคน ทำให้การแข่งขันเข้มข้น จนเป็นที่มาของการทุจริตคิดมิชอบ ที่สามารถเรียกราคาได้สูงถึงรายละ 4 แสน 5 แสนบาท

คนที่ยอมจ่ายเงินมากขนาดนี้ มีหรือจะไม่เอาคืนในอนาคต

ขณะเดียวกัน ก็ชี้ให้เห็นว่าขบวนการทุจริตของประเทศไทยเรานั้น มีอยู่ในทุกวงการ ทุกอาชีพ และใช้วิธีการ ตลอดจนใช้เครื่องมือทันสมัยไฮเทคเข้ามาช่วย อย่างชนิดประเทศที่เจริญก้าวหน้าในเรื่องนี้ต้องยอมยกนิ้วให้

นี่แหละที่เขาว่าการพัฒนาทางด้านเทคนิค ทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่ขาดการพัฒนาจิตใจ ขาดการพัฒนาจิตสำนึก ให้รู้ว่าอะไรดี อะไรเลว...ก็จะมีผลทำให้ผู้คนนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้อย่างผิดทาง

ขนาดคิดค้นเครื่องมือสั่นสะเทือนไปฝังไว้ในก้น หรือในขากางเกง หรือตามเป้ากางเกงได้ ต้องถือว่าไม่ธรรมดานะครับ...นักวิทยาศาสตร์ นักไฮเทคต่างประเทศชิดซ้ายไปเลย

ในตอนแรกๆที่มีข่าวเรื่องนี้ พรรคพวกผมที่เป็นสมาชิกชมรมข่าวฮาของไทยรัฐมีหน้าที่ในการรวบรวมข่าวฮาในแต่ละเดือน เพื่อเข้าประกวดในตอนปลายปี เดินมาบอกผมว่าเราได้ข่าวฮาอีก 1 ข่าวแล้ว

ผมเองก็เห็นด้วยว่าฮา...แต่พอเพื่อนเดินจากโต๊ะไปแล้วผมก็นั่งเงียบๆ ลองคิดดูใหม่...กลับกลายเป็นความเหี่ยวไปเสียฉิบ

เหี่ยวเพราะถ้าเราใช้ไฮเทคในทางผิดๆไปเรื่อยอย่างนี้...ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า อนาคตของประเทศไทยเราจะเป็นอย่างไร

ก็เห็นจะต้องหันมาสอนวิชาพัฒนาจิตใจให้มากขึ้น...สอนแต่วิทยาศาสตร์ สอนแต่ไฮเทค โดยไม่สอนศีลธรรม...มักจะมีผลทำให้ผู้คนใช้วิทยาศาสตร์ไปในทางผิดๆมากขึ้นทุกวัน ดังที่ทยอยออกมาเป็นข่าวแล้วหลายๆเรื่องในปัจจุบันนี้...

 

“ซูม”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement