advertisement

ริมฝั่งเนรัญชรา

โดย ซูม 4 มิ.ย. 2555 05:01

วันนี้เมื่อ 2,600 ปีที่แล้ว ณ บริเวณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมอันอยู่ในเขตปกครอง ของกรุงราชคฤห์

เจ้าชาย สิทธัตถะ ซึ่งสละราชสมบัติออกบวชเพื่อแสวงหาความจริงได้พบกับความจริง หรือ “ทรงตรัสรู้” เป็นพระบรมศาสดาแห่งพระพุทธศาสนา

ในหนังสือว่าด้วยพุทธประวัติที่เราเคยเรียนกันมาตั้งแต่ชั้นประถม ศึกษา เมื่อหลายๆปีก่อนโน้น เขียนถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ว่า

ช่วงเช้าของวันบรรลุธรรม...ทรงรับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดาแล้วเสด็จสู่ริมแม่น้ำเนรัญชรา พร้อมกับอธิษฐานเสี่ยงถาดทอง ขอให้ลอยไป ณ สถานที่ที่จะค้นพบพระธรรม
ถาดทองนั้นก็ลอยไปที่ต้นโพธิ์ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

จึงเสด็จข้ามน้ำไปที่ต้นโพธิ์นั้นและทรงปูลาดหญ้ากุสะลงกับพื้นดิน บริเวณโคนโพธิ์

จากนั้นทรงอธิษฐานครั้งที่สองว่าหากจะตรัสรู้สำเร็จ ก็ขอให้บังเกิดรัตนบัลลังก์ขึ้น ณ บัดนี้เถิด

พลันหญ้ากุสะก็อุบัติขึ้นเป็นรัตนบัลลังก์ พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นประทับ โดยผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกของแม่น้ำ

ค่ำคืนนั้น ระหว่างนั่งสงบจิต แสวงธรรม พญามารผู้มีใจริษยาก็ได้ยกพลเหล่าเสนามารหมู่ใหญ่มาผจญ และรบกวนต่างๆนานา

แต่พระพุทธองค์ก็สามารถเอาชนะได้ด้วยพระบารมีอันแก่กล้า

ในที่สุดก็ทรงตรัสรู้ และทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่บนรัตนบัลลังก์อีก 7 วัน จึงเสด็จลง...จากนั้นรัตนบัลลังก์ก็หายวับไป

เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพุทธศาสนาที่กล่าวมานี้ เกิดขึ้นเมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี

จึงรวมเวลาทั้งสิ้น 2,600 ปี เมื่อนับมาถึงปีปัจจุบันดังที่คณะกรรมการจัดงานเฉลิมฉลอง “พุทธชยันตี” ได้แถลงไว้

ไม่น่าเชื่อเลยว่า หลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่เป็นองค์ประกอบของเหตุการณ์ในวันอันสำคัญยิ่งของมวลมนุษยชาติจะยังคงอยู่เพื่อเป็นประ-จักษ์พยานว่าคำบอกเล่าเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆในอดีตกาล

โดยส่วนตัวผมเองนับว่าโชคดีและมีบุญนักหนา ที่มีโอกาสไปกราบสักการะสถานที่แห่งนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง

มีอยู่ครั้งหนึ่งทัวร์ที่ผมไปด้วย นำคณะไปตั้งต้นที่คฤหาสน์ของนางสุชาดา ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงเนินดินสีแดงกองใหญ่กองหนึ่งเท่านั้น

จากนั้นหัวหน้าทัวร์ก็นำคณะของพวกเราไปดูสถานที่ที่พระพุทธองค์ ทรงอธิษฐานเสี่ยงถาดทองของนางสุชาดา ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา

ผมจึงได้ไปยืน ณ จุดที่เชื่อกันว่าเป็นที่เสี่ยงทายถาดทอง ซึ่งมอง ข้ามไปจะเห็นต้นศรีมหาโพธิ์ ตั้งตระหง่านอยู่

นี่คือ ต้นโพธิ์ ต้นที่ 4 ซึ่งถือกำเนิดมาจากต้นโพธิ์ต้นแรกในยุค สมัยของพระพุทธองค์

ผมเคยเล่าถึงประวัติและความเป็นมาของต้นโพธิ์ต้นนี้ไว้แล้วจึงขออนุญาตไม่เล่าซํ้า เพราะเกรงว่าอาจจะต้องใช้เนื้อที่เกินกว่าหนึ่งคอลัมน์

ขอกล่าวโดยสรุปแต่เพียงว่า 2,600 ปี ผ่านไป ทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็น องค์ประกอบของการตรัสรู้ยังอยู่ครบถ้วน

คฤหาสน์ของนางสุชาดายังอยู่แม้จะเหลือเพียงแค่เนินดิน..แม่น้ำ เนรัญชรายังอยู่แม้จะตื้นเขินไปมากแล้วก็ตาม

ต้นโพธิ์ก็ยังอยู่แม้จะมิใช่ต้นเดิมแต่ก็แตกหน่อก่อเมล็ดใหม่ สืบสายพันธ์ุ มาจากต้นเดียวกัน

เหนืออื่นใด พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ยังดำรงอยู่และจะอยู่ยั้งยั่งยืนไปอีกนานแสนนาน

ผมจำได้ว่าทั้ง 3 ครั้ง ที่มีโอกาสไปกราบสักการะต้นโพธิ์ และสถานที่อันเป็นองค์ประกอบแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธองค์แห่งนี้ เป็นห้วงเวลาที่ผมมีความปีติ มีความปลาบปลื้มอย่างบอกไม่ถูก

ดังนั้น ในโอกาสที่ “วันวิสาขบูชา” เวียนมาบรรจบอีกครั้งในปีนี้ สิ่งที่ผมระลึกถึงก่อนอื่นใดทั้งสิ้นก็คือ ต้นศรีมหาโพธิ์ แม่น้ำเนรัญชรา,  นางสุชาดา และตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองคยาในรัฐพิหารของประเทศอินเดีย...

เพราะถ้าไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้...ก็อาจจะไม่มีคำสั่งสอนอันแสนประเสริฐเกิดขึ้นในโลกนี้เลยก็เป็นได้

ผมขออนุญาตตั้งจิตอธิษฐานหันหน้าและประนมมือไปในทิศทางซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นศรีมหาโพธิ์และแม่น้ำเนรัญชราอีกครั้งหนึ่ง

พร้อมกับขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านให้รำลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ท่านและมุ่งมั่นในการประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนอันประเสริฐเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด...อันจะนำมาซึ่งความสุขความเจริญทั้งแก่ตัวเรา ครอบครัวเรา และประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา.


“ซูม”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement