advertisement

บันทึก "ทุ่งมะขามหย่อง"

โดย ซูม 28 พ.ค. 2555 05:00

ค่ำวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 เวลาประมาณ 6 โมงเย็นเศษๆ ไปจนเกือบถึง 2 ทุ่ม เป็นห้วงเวลาที่ผมมีความสุขอย่างยิ่ง และหากจะกล่าวว่าเป็นความสุขสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผมก็คงจะไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลยจนเกินไป

ผมและเพื่อนๆที่เข้าเวรทำข่าวหลายสิบคนและนั่งอยู่หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆของกองบรรณาธิการไทยรัฐล้วนมีความรู้สึกในทำนองเดียวกัน

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเพิ่งจะจบรายการถ่ายทอดสดการเสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เมื่อไม่กี่นาทีนี่เอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพักตร์แจ่มใส และทรงแย้มพระสรวล พร้อมทรงโบกพระหัตถ์ให้แก่พสกนิกรไปตลอดเส้นทางเข้าสู่บริเวณท้องทุ่งประวัติศาสตร์แห่งนี้

ท่ามกลาง “ธงชาติไทย” และ ธง “ภปร–สก.” ที่โบกสะบัดอย่างพร้อมเพรียงและการเปล่งเสียงถวายพระพรแด่องค์พระประมุข จากพสกนิกรเรือนแสนที่นั่งและยืนเรียงรายเป็นระยะ

และท่ามกลางปะรำพิธีที่ทางจังหวัดได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและใกล้เคียง มาร่วมเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระองค์ท่านตลอดเส้นทางเสด็จฯ

ต่อมาเมื่อมีการแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสมที่ทางจังหวัดจัดถวาย ณ เวทีริมน้ำส่วนใดส่วนหนึ่งของบริเวณสระน้ำ พวกเราที่ติดตามชมการแสดงไปด้วยก็ยิ่งปลาบปลื้มขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยมารวมอยู่ ณ ที่เดียวกัน

คนไทยเป็นคนที่รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มาแต่บรรพกาล...แม้บัดนี้ก็ยังจงรักภักดีไม่เสื่อมคลายเห็นได้จากประชาชนนับแสนในทุ่งมะขามหย่อง

ชาติไทยเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมสืบทอดกันมานานแสนนานแม้จนวันนี้วัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของเราก็ยังไม่เสื่อมสลายไปแม้แต่น้อย

เห็นได้จากการแสดงหน้าพระที่นั่งนับตั้งแต่การแสดงวิถีชีวิตในลำน้ำของพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ การพายเรือขายสินค้า พายเรือสัญจรท่องเที่ยว ฯลฯ ไปจนถึงการแสดง “เพลงเรือ”

เสียงฮ้าไฮ้ของลูกคู่ที่ประสานรับเสียงเห่ของผู้ขับร้องทั้งชายและหญิงไพเราะจับใจอย่างบรรยายแทบไม่ถูก

ตามมาด้วยการเป่าขลุ่ยของ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ประกอบการอ่านบทกวี ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ที่ได้รับการขนานนามว่า “กวีซีไรต์” และ “นักเขียนซีไรต์” อันหมายถึงความโดดเด่นที่แพร่กระจายออกไปในระดับอาเซียน

แต่วันนี้ทั้ง 2 น่าจะได้สมญาอีกอย่างหนึ่งว่า “กวีแก้ว รัชกาลที่ 9” จากบทกวีและการขับขานต่อหน้าพระที่นั่งในทำนองเดียวกับกวีเอกในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ขับขานถวายพระเจ้าอยู่หัวของเราในยุคโน้น

ที่ผมชอบอีกอย่างก็คือการแสดงของ “ช้าง” ในรูปแบบต่างๆรวมทั้งการชนช้างหรือยุทธหัตถีอันตื่นตาตื่นใจ

อย่าลืมว่า “ช้าง” ก็เป็นสัญลักษณ์อีกประการหนึ่งของประเทศไทยเรา

สำหรับเพลง “แผ่นดินทอง” ประกอบการเต้นของนาฏศิลป์ทันสมัยกลุ่มหนึ่งนั้น ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเพลงจากละคร “ทวิภพ” เดอะมิวสิกคัลของคุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ

เมื่อนำมาใช้ประกอบการแสดงบนเวทีริมน้ำและการลอยเรือในน้ำกว่า 100 ลำ ทำให้เห็นภาพแห่งความสุขความเจริญภายใต้ร่มพระบารมีอย่างเป็นรูปธรรมและสวยงามยิ่ง

ตามด้วยการขับร้องเพลง “พระผู้ปิดทองหลังพระ” โดย ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว เพื่อเทิดพระเกียรติพระราชกรณียกิจมากมายของพระองค์ท่านที่เปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระและทรงมีพระประสงค์ที่จะให้เป็นเช่นนั้น

การแสดงชุดสุดท้ายซึ่งประกอบด้วยผู้แสดงทั้งหมด รวมทั้งผู้แสดงรับเชิญอันได้แก่ท่านนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วิทยา ผิวผ่อง ตลอดจนพี่น้องประชาชนเรือนแสนที่เข้าเฝ้า ณ ทุ่งมะขามหย่อง ได้แก่ การขับร้องเพลง “สดุดีมหาราชา” พร้อมจุดเทียนถวายพระพรมงคลชัยแด่พระองค์ท่าน

เป็นบทสรุปที่สมบูรณ์ที่สุดเมื่อคำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของชนชาติไทยมารวมกันอยู่ ณ ทุ่งมะขามหย่อง อ.พระนครศรีอยุธยาจ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อค่ำวันที่ 25 พฤษภาคม 2555

แล้วจะไม่ให้ผมและคนไทยมีความสุขได้อย่างไร?

 

“ซูม”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement