หน้าข่าวเศรษฐกิจของไทยรัฐรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการแบงก์ชาติได้ลงมติคัดเลือก ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากพิจารณาอย่างเคร่งเครียดกว่า 2 ชั่วโมงว่าจะเลือกใครระหว่าง ดร.วีรพงษ์ กับ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตประธานที่เพิ่งพ้นตำแหน่งแต่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเสนอกลับมาอีกครั้ง
รายงานข่าวของหน้าเศรษฐกิจไทยรัฐระบุว่าประธานคณะกรรมการสรรหาได้นำมติมอบให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนคือนำรายชื่อ ดร.วีรพงษ์เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทูลเกล้าฯถวายทรงแต่งตั้งต่อไป
ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีต่อท่านอาจารย์โกร่ง หรือ ดร.วีรพงษ์ที่ผมมีความสนิทสนมเป็นส่วนตัวมากว่า 30 ปีเข้านี่แล้ว
ยินดีที่ท่านได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งอันสำคัญยิ่งต่อระบบและสถานะทางเศรษฐกิจและการเงินของชาติอย่างมากตำแหน่งนี้
แม้ว่าโดยลึกๆแล้วผมจะรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยก็ตาม
ในข้อเขียนของผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแม้จะมิได้ฟันธงอะไรเพราะทั้ง 2 ผู้สมัครรอบสุดท้ายไม่ว่าจะเป็น “ดร.โกร่ง” หรือ “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ล้วนแต่เป็นผู้ที่ผมรู้จักมักคุ้นและเป็นเพื่อนที่เคยร่วมทำงานมาด้วยกันทั้งคู่
ผมจึงได้แต่เขียนบอกใบ้เป็นเชิงว่าให้นำ “ปัจจัยเสี่ยง” หรือผลกระทบทางลบของทั้งคู่นี้มาพิจารณาอย่างถ้วนถี่ด้วย
ใครมีผลกระทบในทางลบต่อระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศมากกว่า ก็อย่าเลือกเลย
ซึ่งถ้าหากมองในแง่ข่าวสารและการแสดงออกที่ผ่านมาก็ต้องบอกกันตรงๆว่า ดร.โกร่งมีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า
เพราะท่านได้แสดงความเห็นทั้งนโยบายและหลักการตลอดจนวิธีดำเนินการของท่านในทางตรงข้ามกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินการอยู่ในหลายๆเรื่องด้วยกัน
เป็นการแสดงความขัดแย้งตั้งแต่ก่อนการทำงานว่าอย่างนั้นเถิด
จึงเป็นที่จับตาของผู้ที่อยู่ในแวดวงการเงิน แวดวงธุรกิจและนักวิชาการว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับแบงก์ชาติบ้างเมื่อ ดร.โกร่ง ไปดำรงตำแหน่ง
ซึ่งจะไม่ใช่ผลดีต่อประเทศชาติแน่นอนหากว่าความขัดแย้งจะยังคงมีอยู่และเป็นไปตามที่หลายๆฝ่ายมีความวิตกกังวล
แต่ก็เอาเถิด เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกท่านเลือกออกมาเช่นนี้ ก็แปลว่าท่านได้วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายแล้วอย่างถี่ถ้วน
คงจะต้องเดินหน้าต่อไปและหวังว่าสิ่งที่ผู้ติดตามสถานการณ์การเงินของประเทศมีความวิตกกังวลนั้นจะไม่เกิดขึ้น
ผมมาคิดอีกทีก็ดีเหมือนกันที่ ดร.โกร่งไปนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ว่านี้จะได้รู้ว่าแบงก์ชาติทำงานอย่างไร ข้อมูลรายละเอียดที่ลึกซึ้งเป็นอย่างไร?
คนเราเมื่อยังอยู่ข้างนอกไม่รู้อะไรไปเสียทั้งหมดก็อาจจะระแวงหรือตั้งข้อสงสัยไปต่างๆนานา ในทำนองไม่เห็นด้วย
แต่เมื่อมีโอกาสทำงานด้วยกันแล้วเข้าใจแล้วรู้แจ้งเห็นจริงแล้ว ความระแวงหรือความคลางแคลงอาจจะหมดไปก็ได้
สิ่งที่ผมหวังก็คือ ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายจงยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ตลอดจนคำนึงถึงข้อเท็จจริงและความถูกต้องโดยปราศจากอคติใดๆในการตัดสินใจทุกเรื่องและทุกครั้ง
ที่สำคัญก็คือ จะต้องเป็น “มืออาชีพ” ที่แท้จริง คือตัดสินนโยบายและมาตรการทุกมาตรการด้วยข้อมูลและความเป็นไปได้ในทางวิชาการเท่านั้นโดยไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังแอบแฝง
หากทุกฝ่ายใช้ความเป็นมืออาชีพและทำงานอย่างมืออาชีพโดยแท้จริง ไม่มีปัจจัยทางการเมืองหรือความเชื่อมั่นส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง
“ปัจจัยเสี่ยง” ที่เรากลัวกันนักหนาอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้...ในทางตรงข้ามกลับจะเป็นเรื่องที่ดีและมีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นแก่ระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศไทยเรา เมื่อได้คนเก่งของประเทศไปทำงานด้วยกัน
ผมขอภาวนาให้สิ่งที่ผมคาดหวังในแง่ดีนี้จงเกิดขึ้นเถิด...อย่าได้มีเรื่องราวในทางลบใดๆดังที่วิตกไว้เลย...สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยิ่งน่าห่วงอยู่ด้วยในขณะนี้ต้องการความรักความสามัคคีและความเข้าใจที่จะทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายครับ.
“ซูม”




















