advertisement

ไชโย!แกงมัสมั่นไทย อาหารอันดับ 1 ของโลก

โดย ซูม 25 ก.ค. 2554 05:00

ในท่ามกลางข่าวเศร้าๆ และข่าวที่ชวนให้หนักใจหลายๆข่าวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเราขณะนี้...ปรากฏว่ามีข่าวดีสอดแทรกออกมาข่าวหนึ่งครับ

แม้จะเป็นเพียงข่าวเล็กๆที่แฝงอยู่ในข่าวใหญ่ๆระดับโลก แต่เมื่อเป็นข่าวดีของประเทศไทย และได้รับการยกย่องกล่าวขวัญโดยสำนักข่าวระดับโลกอย่างซีเอ็นเอ็น

ผมก็ขออนุญาตทำหน้าที่หยิบมาบันทึกไว้เพื่อความชื่นใจ และความสุขใจของคนไทยเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมา

นั่นก็คือข่าว “แกงมัสมั่น” จากประเทศไทย ได้รับการยกย่องจากเครือข่ายโทรทัศน์  ซีเอ็นเอ็น ให้เป็นอาหารสุดอร่อย (Most delicious) อันดับ 1 ของโลก เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว

เครือข่ายโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นโดยฝ่ายข่าวท่องเที่ยวบันเทิงแจ้งให้ทราบว่า ผลจากการโหวตของสมาชิกและนักท่องเที่ยวเดินทาง ตลอดจนจากประสบการณ์ในการทำข่าวของซีเอ็นเอ็น...สามารถประกาศอันดับอาหารสุดอร่อยของโลกได้แล้ว 50 อันดับ

ปรากฏว่า “แกงมัสมั่น” จากประเทศไทยได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับที่ 1 เฉือน “พิซซ่า” จากอิตาลี ซึ่งได้คะแนนนิยมเป็นอันดับที่ 2...อย่างน่าภาคภูมิใจ

แถมยังมีอาหารไทยโด่งดังติดอันดับ “ท็อป 50” อีก 3 อย่าง ได้แก่ “ต้มยำกุ้ง” (อันดับ 8), “หมูน้ำตก” (อันดับ 19) และ “ส้มตำ” (อันดับ 46)

เขาใช้วิธีประกาศจากอันดับ 50 ซึ่งเป็นอันดับยอดนิยมสุดท้ายขึ้นไปหาอันดับ 1 อ่านแล้วต้องลุ้นแทบแย่ว่าอาหารไทยของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง?

นึกว่าเราคงไม่ได้แชมป์อะไรหรอก เพราะอ่านมาถึงอันดับ 8 ปรากฏว่าเป็น ต้มยำกุ้ง อาหารยอดนิยมของไทยที่ฝรั่งทั่วโลกรู้จักไปเสียแล้ว

ขนาดต้มยำกุ้งยังอยู่ที่ 8 เราจะไปมีเมนูอาหารไทยเมนูไหนไปแข่งกะเขาได้อีกละเนี่ย?

ที่ไหนได้ “แกงมัสมั่นไทย” มาจากไหนไม่รู้ แซงพรวดขึ้นเป็นอันดับ 1 อย่างชนิดพลิกล็อกถล่มทลาย

ผมขออนุญาตทบทวน 10 อันดับแรก ของซีเอ็นเอ็นอีกครั้งหนึ่งโดยไล่จากอันดับ 10 ไปหาอันดับ 1...ดังนี้

10.ชิคเก้น มวมบ้า (ไก่อะไรซักอย่างก็ไม่รู้) ของกาบอง, 9 ไอศกรีมจากสหรัฐอเมริกา, 8.ต้มยำกุ้งประเทศไทย, 7.ปีนังแอสซัม เจียกคา (อะไรก็ไม่ทราบ) จากมาเลเซีย, 6.แฮมเบอร์เกอร์ จากเยอรมนี, 5. เป็ดปักกิ่ง จากจีน, 4.ซูชิ จากญี่ปุ่น, 3.ช็อกโกแลต จากเม็กซิโก, 2.นีอาโพลิ- แทนพิซซ่า จากอิตาลี และแอ่นแอ้น... 1. แกงมัสมั่นจากประเทศไทย (Massaman Curry, Thailand)

รายการข่าวท่องเที่ยวและบันเทิงของซีเอ็นเอ็นเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางของนักเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก

นอกจากจะประกาศในเว็บไซต์ของข่าวท่องเที่ยวโดยเฉพาะแล้ว เขายังนำมาพาดหัวไว้ในเว็บไซต์ใหญ่ของซีเอ็นเอ็นอีกด้วย

ในการบรรยายสรรพคุณตอนหนึ่ง ซีเอ็นเอ็นระบุว่าอาหารซึ่งมีรสเผ็ดไม่มาก แต่มีรสหวาน และใส่กะทิด้วยนี้ รวมทุกรสชาติและอรรถประโยชน์ไว้ครบครัน สมกับเป็น “ราชา” แห่งอาหารเลยทีเดียว

“แม้แต่มัสมั่นที่บรรจุไว้ในกล่องอาหารสำเร็จรูปที่มีขายในซุปเปอร์-มาร์เกต ก็จะทำให้อาหารมื้อคํ่าของคุณเอร็ดอร่อยอย่างวิเศษสุด”

อ่านแล้วก็รู้สึกน้ำลายสอขึ้นมาติดหมัด อยากจะวิ่งไปซุปเปอร์มาร์เกต หาซื้อมัสมั่นไก่สำเร็จรูปมารับประทานกับข้าวร้อนๆสักกล่องนึง

ในหนังสือ “สำรับไทยสู่ครัวโลก” ซึ่งมี 3 ภาษา ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น อาจารย์ วันดี ณ สงขลา แนะนำ แกงมัสมั่นไก่ เป็นอันดับที่ 3 โดยยกพระราชนิพนธ์ ร.2 มาเกริ่นไว้เป็นเบื้องต้นว่า

“มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลิ่นแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา”

จากนั้นอาจารย์ก็อธิบายว่า แกงมัสมั่นต้นตำรับเดิมเป็นของอินเดีย แต่เข้ามาอยู่ในทำเนียบอาหารไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 2 หรือ 230 กว่าปีมาแล้ว

ตำรับเดิมนิยมทำด้วยเนื้อวัว ปัจจุบันนอกจากจะใช้เนื้อสัตว์ได้ตามใจชอบแล้ว ยังปรับปรุงปริมาณเครื่องเทศให้น้อยลงเพื่อให้เหมาะสมกับลิ้นคนไทยด้วย

ขอบคุณท่านอาจารย์ วันดี ณ สงขลา ที่กรุณาบันทึกไว้ เพราะถ้าเผื่อจะมีใครมาบอกว่าแกงนี้เป็นของอินเดียต่างหากล่ะ เราจะได้มีข้ออ้างในการถกเถียง
อีนี้ อาหารอินเดียมาอยู่เมืองไทยกว่า 200 ปี ยังไงๆก็เป็นอาหารไทยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วจ้านาย!


"ซูม"

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement