ข่าว

วิดีโอ

คดีสำคัญ

วันนี้ (13 ธ.ค.) อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีตรอง นายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ จะเดินทางไปรับแจ้งข้อหาดีเอสไอ ฐานร่วมกันให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนา

ในคดี “พัน คำกอง” โชเฟอร์แท็กซี่เสื้อแดงที่ถูกยิงเสียชีวิตด้วยอาวุธของเจ้าหน้าที่ที่ถนนราชปรารภ เมื่อ 15 พ.ค. 2553 ในช่วงการสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง

เป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรก และกำลังจะตามมาอีกหลายคดี

“แม่ลูกจันทร์” คาดว่าวันนี้จะมีกลุ่มแฟนคลับไปให้กำลังใจกันอย่างคับคั่งแน่นอน

อนึ่ง เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

ใคร่ขอร้องกลุ่มเสื้อแดงและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนัดหมายจะไปชุมนุมขอความเป็นธรรมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในวันเดียวกัน ได้โปรดเลื่อนไปวันหลังเพื่อไม่ให้ม็อบ 2 กลุ่มเผชิญหน้ากันเองเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุบานปลาย

อย่างไรก็ตาม  การเดินทางไปรับทราบข้อหา เป็นเพียงขั้นแรกของการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ยังต้องสู้คดีกันในศาลอีกยาว

“แม่ลูกจันทร์” อ่านคำแถลงแจ้งข้อหาของอธิบดีดีเอสไอ “ธาริต เพ็ง-ดิษฐ์” แล้วก็กราบเรียนตรงๆว่าหนักเอาเรื่องทีเดียว

สรุปย่อๆว่า การสั่งใช้กำลังทหารและใช้อาวุธสงครามต่อผู้ชุมนุม ทำให้เกิดบาดเจ็บล้มตายเป็นความรับผิดชอบของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน

โดย “อภิสิทธิ์” ในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งแต่งตั้ง “สุเทพ” รองนายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.ศอฉ.

แต่ “สุเทพ” ในฐานะ ผอ.ศอฉ.มิได้สั่งการแต่ผู้เดียว

มีพยานที่ร่วมใน ศอฉ.ให้การว่า “อภิสิทธิ์” ได้ร่วมสั่งการ ร่วมรับรู้ ร่วมประชุมวอร์รูม และได้พักอยู่ใน ศอฉ.ตลอดเวลา

ส่วนเหตุผลที่ตั้งข้อหา “อภิสิทธิ์–สุเทพ” ร่วมกันให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนา

เพราะการสั่งการของบุคคลทั้ง 2 ได้กระทำอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง

“แม้เกิดการสูญเสียชีวิตประชาชนแล้วก็หาได้ระงับยับยั้ง หรือใช้แนวทางอื่นแต่อย่างใด จึงบ่งชี้เจตนาเล็งเห็นผลว่าการสั่งการเช่นนั้นย่อมทำให้เกิดการตายของประชาชนจำนวนมาก และต่อเนื่องกันหลายวัน”

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำอีกครั้งว่า นี่เป็นข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีตำรวจ ดีเอสไอ  อัยการ  ร่วมกันทำสำนวนคดี

“อภิสิทธิ์–สุเทพ” จะต้องหักล้างข้อกล่าวหาให้ครบทุกประเด็น

ถ้าอ้างว่าการที่มีคนตาย 98 ศพ บาดเจ็บสองพันคน เป็นฝีมือชายชุดดำ หรือคนเสื้อแดงฆ่ากันตายเอง ก็ต้องมีหลักฐานมายืนยัน

แต่หลักฐานที่ไม่ต้องยืนยัน เพราะเป็นข้อเท็จจริง คือ การสั่งให้ทหารใช้อาวุธสงคราม ใช้กระสุนจริงกับกลุ่มผู้ชุมนุม

การสั่งใช้สไนเปอร์ หรือพลแม่นปืนซุ่มยิง

การสั่งใช้แก๊สน้ำตาโยนจากเฮลิ-คอปเตอร์ใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

การสั่งใช้รถหุ้มเกราะกระชับพื้นที่เหมือนในหนังสงคราม

กรณีสังหาร 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน และเกิดขึ้นภายหลังการสลายการชุมนุม

ข้อสำคัญ เหยื่อที่เสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งมีนักข่าวต่างชาติโดนยิงตายไปด้วย 2 คน

ทุกรายถูกยิงตายมือเปล่าๆ ไม่พบว่ามีอาวุธแม้แต่รายเดียว

พระท่านว่า ใครทำกรรมใดไว้ กรรมนั้นย่อมเป็นสมบัติติดตัว

ใครผิดใครถูกศาลยุติธรรมจะเป็นผู้พิจารณา

“แม่ลูกจันทร์” ชื่นชม “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่แสดงความเป็นแมนเดินหน้าสู้คดีในศาลอย่างไม่สะทกสะท้าน

แถมยืดอกรับผิดชอบแทน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ทุกกรณี

วัดขนาดหัวใจกันแล้ว “สุเทพ” ได้คะแนนเต็ม.

แม่ลูกจันทร์

12 ธ.ค. 2555 09:50 12 ธ.ค. 2555 09:50 ไทยรัฐ