ศึกชิงเก้าอี้รองประธานวุฒิสภา คนใหม่เสียบแทน “นิคม ไวยรัชพานิช” ที่ได้รับโปรโมชั่นขึ้นเป็นประธานวุฒิสภา
ปรากฏว่า “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” ส.ว.ลากตั้ง เฉือนชนะ “สุรเดช จิรัฐิติเจริญ” ส.ว.เลือกตั้ง แค่ขนจมูก 73 ต่อ 69 คะแนน
เท่ากับรองประธานวุฒิสภา 2 คน มาจากฝ่าย ส.ว.เลือกตั้ง 1 คน และฝ่าย ส.ว.ลากตั้งแทรกเป็นยาดำ 1 คน
“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าเป็นสัดส่วนเหมาะสมดี
เพราะหัวใจสำคัญคือตำแหน่งประธานวุฒิสภาควรมาจาก ส.ว.เลือกตั้ง ตามหลักประชาธิปไตย
ส่วน ส.ว.ลากตั้ง ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่มีสถานะเป็นตัวแทนปวงชนอย่างแท้จริง การได้นั่งเก้าอี้รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่เกินไป
“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าการเปลี่ยนประมุขวุฒิสภาจาก ส.ว.ลากตั้งมาเป็น ส.ว.เลือกตั้ง จะทำให้ภาพลักษณ์ของวุฒิสภามีความสง่างาม
แต่จะไม่มีผลต่อการทำหน้าที่ของวุฒิสภาโดยรวม
เพราะ ส.ว.ทั้ง 144 คน เป็นหน้าเก่าเจ้าเดิม ยังแบ่งเป็นกลุ่มเป็นก๊วนตามเดิม มีทั้งสนับสนุนรัฐบาล และต่อต้านรัฐบาลเหมือนเดิม
ข้อสำคัญ การที่ประธานวุฒิสภามาจาก ส.ว.เลือกตั้ง จะไม่ทำให้ ส.ว.ทั้งสภาเปลี่ยนจุดยืนไปสนับสนุนรัฐบาลกลายเป็น “สภาฝักถั่ว” อย่างที่หลายฝ่ายห่วงใย
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเรื่องสำคัญที่จะพิสูจน์การทำหน้าที่ของวุฒิสภาอย่างชัดเจน...
คือการโหวตถอดถอน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ออกจากตำแหน่ง ส.ส.ตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
กรณีที่ “สุเทพ” ใช้อำนาจรองนายกรัฐมนตรี มีหนังสือส่งตัว ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน ไปช่วยราชการที่กระทรวงวัฒนธรรม
เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ที่ห้าม ส.ส.ก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ
ที่ประชุมวุฒิสภาจะพิจารณาเรื่องนี้ในวันจันทร์หน้า (27 ส.ค.)
“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ไม่ใช่ถอนกันง่ายๆเหมือนถอนขนจั๊กกระแร้นะโยม
เพราะต้องใช้เสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกวุฒิสภา
หรือต้องมี ส.ว.เห็นชอบ 87 เสียงขึ้นไป
“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงล่วงหน้าว่า
การลงมติถอดถอน “สุเทพ” จะไม่สำเร็จแน่นอน
ไม่สำเร็จแน่นอน...เพราะเสียงเห็นชอบไม่ถึง 3 ใน 5 ตามกติกา
เป็นไปไม่ได้ที่ ส.ว. 87 คน จาก 144 คน จะลงมติเห็นชอบให้ถอดถอน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ด้วยข้อหาที่จิ๊บๆแค่นี้เอง
“แม่ลูกจันทร์” โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่ ป.ป.ช.ใช้ประเด็นขี้หมูราขี้หมาแห้งมาเช็กบิลนักการเมือง
เพราะไม่ใช่กรณีความผิดทุจริตโกงกิน
เป็นแค่ความบกพร่องการบริหารเท่านั้นเอง
ข้อสำคัญ...เมื่อมีการทักท้วงว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ “สุเทพ” ได้มีหนังสือด่วนขอถอนเรื่องทันที
ถ้าเอาเรื่องจิ๊บๆแค่นี้มาเป็นเหตุถอดถอนนักการเมืองมันก็ “แรงส์” เกินไป
เช่นเดียวกับกรณีที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. แต่งตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 คน ร่วมเป็น กก.รับบริจาคถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ปีกลาย
เป็นมหาวิบัติภัยธรรมชาติที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมโหฬาร
ทุกฝ่ายไม่ว่า “ข้าราชการ” หรือ “นักการเมือง” หรือ “ผู้มีจิตอาสา” ต้องร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ
ถ้าการช่วยประชาชนในช่วงเกิดภัย
พิบัติฉุกเฉินมีความผิดฐานขัดรัฐธรรมนูญ...
ก็เพี้ยนไปแล้วประเทศไทย.
แม่ลูกจันทร์




















