advertisement

ควันหลงปรับ ครม. "ปู 5"

โดย สายล่อฟ้า 1 ก.ค. 2556 05:00

ปฏิกิริยาจากการปรับ ครม. “ปู 5” ก็ต้องมีแน่ อันเป็นเรื่องปกติทั้งจากภายในและภายนอก  อันเป็นการสะท้อนมุมมองถึงความเป็นไปว่า ทำไมต้องเป็นคนนั้นคนนี้  ทำไมคนนี้ ต้องถูกปลดออก คนนั้นทำไมได้เป็น

นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกคำเดียวว่า “เพื่อความเหมาะสม”

การปรับ ครม.ครั้งนี้ นอกจากเหตุผลที่รัฐบาลอยู่ครบ 2 ปีแล้ว ก็ควรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่เหตุผลจริงๆแล้วก็รู้กันอยู่เต็มอกว่า เกิดมาจากปัญหาอะไร เพราะปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมันกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างชัดที่สุด

ขืนลากกันไปอย่างนี้โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี เห็นจะเอาตัวรอดยาก แม้ว่าหน้า ครม.ใหม่จะไม่ดีเด่อะไรมากนัก แต่ก็ยังพอไปวัดไปวาได้ อย่างน้อยก็ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นมาบ้าง ที่สำคัญคือ ปลดรัฐมนตรีที่สร้างปัญหาออกไป หรือย้ายสลับไปดูแลงานที่ไม่ค่อยสำคัญ เพื่อลดบทบาทให้น้อยลงไป

ปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยนั้นมีแน่ เพราะหลังจากรู้ตัวกัน แล้วว่าใครเป็นใคร โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีที่ถูกปลดออก ซึ่งก็รู้กันดีว่าหลายคนไม่ค่อยพอใจ นายกฯจึงต้องแก้ไขปัญหานี้ด้วยการโทร.ไปขอความเห็นใจ

“พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยน แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีมีน้อย ขอให้เห็นใจและเข้าใจกัน”

นั่นคงทำให้ดับแรงเดือดกันไปได้บ้าง

แต่ที่ดูเหมือนจะโผงผางกว่าใครก็คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ถูกโยกไปเป็นรัฐมนตรีแรงงาน จึงถือว่าถูกลดชั้น เพราะตำแหน่งเก่านั้นรับผิดชอบงานสำคัญๆ เช่น ตำรวจ ยาเสพติด และปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้

แค่คุมตำรวจก็ใหญ่คับบ้านคับเมืองแล้ว

การถูกปรับเปลี่ยน แม้เจ้าตัวจะไม่พยายามแสดงออกมากนัก แต่ก็มีนิด ทำนองว่า “ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก” นั่นก็ชัดเจนแล้วว่า เป็นการสื่อความหมายไปถึงใคร

แต่ประเด็นหลัก ร.ต.อ.เฉลิมพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ถูกเด้ง โดยอ้างว่ามีความขัดแย้งในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดใต้ ไม่ยอมรับการทำงานซึ่งกันและกัน

ร.ต.อ.เฉลิมอ้างว่า พ.ต.อ.ทวีนี่แหละ เพราะเคยท้าทายว่าหากไม่พอใจก็ไปวิ่งเต้นโยกย้ายเลย สุดท้ายก็ทำได้ อ้างว่าตั้งบ่อน ตำรวจไม่พอใจจึงเป็นที่มาของการปรับ ครม.

นอกจากนั้น ยังกล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรอง ผบ.ตร., ผบก. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ราว 300 นาย

คงเหมือนเป็นการประกาศอำลาตำรวจ...ว่างั้นเถอะ

“ผมขอสาปแช่งเลยว่า ใครเอาเรื่องนี้มาใส่ร้ายผม ขอให้มันฉิบหายเจ็ดชั่วโคตร ผมไม่กลัวโดนปรับออก ผมไม่ใส่ใจ ยินดีที่จะได้กลับไปเป็นผู้แทน ผมโตมาได้เพราะฝ่าฟันด้วยตนเอง แต่เป็นฝีมือล้วนๆ เรื่องนี้หากนายกฯไม่พอใจ ปรับผมออกอีกก็ไม่เป็นไร ในทางการเมือง ไม่มีใครอยากทะเลาะกับนาย”

นอกจากนั้น ยังมีปฏิกิริยาจากคนเสื้อแดงที่เห็นว่าทำไมคนเสื้อแดงถึงไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวใด

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ สรุปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะต่างฝ่ายต่างยังไม่ต้องการแตกหัก ใครถูกปลดถูกเปลี่ยนก็ต้องกินเลือดกันไป

แต่ที่สำคัญก็คือ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และมีผลกระทบต่อรัฐบาลโดยตรง เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องเร่งแก้ไข ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับฝีมือ ความสามารถ และความตั้งใจจริง รวมถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชันด้วย

จะช่วยกันกู้ “รัฐนาวา” ให้วิ่งฉิวได้หรือไม่...นั่นแหละคือสิ่งสำคัญ.


“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้