advertisement

พิสูจน์การนำ "นายกฯปู"

โดย สายล่อฟ้า 2 พ.ย. 2555 05:00

ไม่มีอะไรต้องทำให้ประหลาดใจสำหรับพรรคเพื่อไทยในการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เพราะเป็นไปตามโผที่กำหนดเอาไว้ก่อน  แม้จะใช้การหย่อนบัตรก็เป็นเพียงรูปแบบที่ทำให้เห็นว่านี่คือต้นนํ้าว่าด้วยระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น

ปรากฏว่านายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รั้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แม้จะมีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนตัวแต่สุดท้ายก็ยังทำหน้าที่ต่อไป

อย่างว่าแหละครับ...พรรคการเมืองพรรคนี้ไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น แต่เป็นเรื่องเฉพาะตัวแทนที่หัวหน้าพรรคจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯกลับให้คนอื่นเป็น เพราะต้องการให้ตัวเองพ้นจากปัญหาต่างๆด้านกฎหมายเอาเข้าจริงหัวหน้าพรรคก็เป็นแค่ “นอมินี” ไม่ได้มีอำนาจสั่งการอะไรได้ นอกจากเป็นการแต่งตั้งให้เป็นไปตามกฎกติกาเท่านั้นหรือจะพูดว่าแค่เจว็ดก็ว่าได้

เพราะหัวหน้าพรรคตัวจริงคือคนแดนไกลที่อยู่นอกประเทศ

เหนืออื่นใดในสถานการณ์การเมืองที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลจะต้องเผชิญหน้าในขณะนี้มีเรื่องสำคัญๆอยู่ 2 เรื่อง คือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านและการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มพิทักษ์สยามที่มี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นแกนนำ

ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยได้เข้าชื่อร่วมกันเพื่อยื่นญัตติซักฟอกในวันที่ 9 พ.ย. 55 และจะมีการอภิปรายในวันที่ 25-26 พ.ย. และลงมติในวันที่ 27 พ.ย. แต่หากไม่เสร็จก็ไปลงมติในวันที่ 28 พ.ย. จากนั้นสภาก็จะปิดสมัยประชุม

หลังจากที่รัฐบาลได้มีการปรับ ครม.ปู 3 ดูเหมือนจะทำให้ฝ่ายค้านเกิดปัญหาเหมือนกัน เพราะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากคิดว่าจะมีปรับ ครม. หลังศึกซักฟอก แต่ปรากฏว่ารัฐบาลชิงเหลี่ยมเสียก่อนจึงต้องมีการปรับขบวนกันใหม่

แต่ทั้งหลายทั้งปวงมันอยู่ที่ประเด็นและข้อมูลมากกว่า หากมีข้อมูลดีมีทีเด็ดจริงๆก็พอจะเล่นงานรัฐบาลได้

ที่น่าสนใจก็คือฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียว หรือว่าจะมีรัฐมนตรีบางคนผสมโรงเข้าไปด้วย

หากนายกฯเพียงคนเดียวก็คงจะต้องเจองานหนักไม่น้อย เพราะรู้กันดีว่าเวทีสภานั้นนายกฯปูไม่ค่อยจะสันทัดเท่าใดนัก

อยู่ที่ว่าจะสอบผ่านสนามนี้ได้หรือไม่?

ถ้าสอบผ่านไปได้โอกาสทางการเมืองก็จะยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ยกเว้นจะตกม้าตายเพราะตัวเองก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

อีกเรื่องหนึ่งก็คือความเคลื่อนไหวของกลุ่มพิทักษ์สยาม ซึ่งมีการชุมนุมไปแล้วครั้งหนึ่งที่สนามม้านางเลิ้ง ปรากฏว่ามีผู้ร่วมชุมนุมราว 3 หมื่นกว่าคน เรียกว่าคึกคักผิดจากการคาดการณ์ของฝ่ายรัฐบาลที่ระบุว่าน่าจะมีเพียงแค่ 2-5 พันคนเท่านั้น

เล่นเอา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯที่รับผิดชอบเรื่องนี้ถึงกับควันออกหูไปเหมือนกันว่าการข่าวของตำรวจห่วยแตกสิ้นดีที่ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดมาก

ผลจากการที่มีการชุมนุมมากเกินคาดเช่นนี้ทำให้ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี หรือแม้แต่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ต้องออกมาเตือนรัฐบาลว่าอย่าประมาทเป็นอันขาด

ว่าที่จริงแล้วแกนนำกลุ่มพิทักษ์สยามนั้นล้วนแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งนั้น เพียงแต่เปลี่ยนองค์กรการนำใหม่เท่านั้น

แต่เนื้อหาสาระยังเข้มข้นเหมือนเดิม ยิ่งการชุมนุมครั้งแรกสามารถระดมคนมาได้อย่างนี้ โอกาสที่จะ “จุดติด” ก็มีความเป็นไปได้สูงและชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่ง

จังหวะก้าวจากนี้ไปจะเป็นการพิสูจน์ “การนำ” ของนายกฯคนสวยว่าจะแหลมคมแค่ไหน.

“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement