advertisement

สิ่งที่คนไทยอยากเห็น

โดย สายล่อฟ้า 8 ส.ค. 2555 05:00

ไม่รู้ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองหรือเปล่า เมื่อนายกฯปูพร้อมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้ร้องเพลง “สุขกันเถอะเรา” ในงานเลี้ยง ส.ส. ก่อนที่จะเปิดสภาอย่างสนุกสนานเป็นที่ครื้นเครง หลังรัฐบาลถอยไปตั้งหลักใหม่ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ปรองดอง

ก็แน่นอนว่าหากยังเดินหน้าต่อไป การเมืองไทยย่อมไม่สงบสุขอย่างที่คนในสังคมต้องการ เพราะล้วนเป็นเงื่อนไขที่จะสร้างความขัดแย้งทำให้ประชาชนเกิดความทุกข์ใจขึ้นมาอีก

ที่สำคัญก็คือ รัฐบาลบริหารประเทศมาครบ 1 ปี แม้จะเจอศึกนํ้าท่วมใหญ่ แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ และยังเป็นข้ออ้างสำคัญว่า เพราะปัญหานี้แหละที่ทำให้ไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยต้องเอาเวลา เอางบประมาณ เอาคนไปแก้ปัญหานี้

และอีกส่วน คือ ไปสร้างปมการเมืองจนวุ่นกันไปหมด

ประเด็นนี้ คนในรัฐบาลคงไม่หยิบเอามาพูดแน่ แต่พฤติกรรมและท่าทีต่างๆได้แสดงให้ปรากฏแล้วว่า นั่นคือความพยายามที่จะไม่สร้างเงื่อนไขทางการเมืองขึ้นมาอีก

เนื่องจากรู้ดีแล้วว่า หากดึงดันต่อไปก็มีแต่จะก่อปัญหา และไม่เป็นผลดีต่อนายกฯและรัฐบาล ซึ่งน่าจะเป็นข้อสรุปแล้วว่า หากจะอยู่บริหารประเทศต่อไปก็อย่าได้ไปทำอย่างนั้นอีก

รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศมาครบ 1 ปี แต่ก็ด้วยเงื่อนไขอย่างที่กล่าวมาแล้ว ต้องยอมรับว่าผลงานยังไม่ถึงใจชาวบ้านเท่าใดนัก อีกทั้งนโยบายประเภทประชานิยมหลายเรื่องเกิดปัญหา โดยเฉพาะการรับจำนำข้าว

แม้บางคนอาจจะมองว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร แต่เมื่อระบบการบริหารจัดการไม่ดีพอ และยังเอื้อต่อการทุจริตที่เชื่อว่ามีแน่เพียงแต่ตัวเลขจะออกมาเท่าไรเท่านั้น ยิ่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้ “มือไม่ถึง” ก็ยิ่งไปกันใหญ่

นอกจากนั้น ยังสัมพันธ์กับราคาในตลาดโลก เมื่อไทยใช้วิธีการรับจำนำข้าวด้วยตัวเลข 15,000 บาทต่อตัน จึงเกิดปัญหาในเรื่องราคาที่ต้องขยับตัวสูงขึ้นไปด้วย

มิฉะนั้น รัฐบาลก็จะต้องขาดทุนระดับ “เจ๊งยับ”...ว่างั้นเถอะ

เรื่องนี้จึงมีแนวคิดว่ารัฐบาลควรจะเปลี่ยนวิธีการใหม่ หรือมิฉะนั้นก็ต้องปรับรูปแบบการดำเนินการ มิฉะนั้นจะเกิดความผิดพลาดที่ต้องสูญเสียอย่างมหาศาล

การรับจำนำข้าวนั้นเชื่อว่า น่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่พรรคฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้ฟังข้อมูลจากทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายค้านที่บอกว่ามีข้อมูลเพียบก็จะต้องงัดออกมาแฉว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ยิ่งหากมีข้อมูลของขบวนการฉ้อฉลว่าใครเป็นใคร กลุ่มไหน ฟาดกันไปเท่าไร ด้วยวิธีการอย่างใด ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง

เพราะเรื่องนี้นอกจากจะเกี่ยวพันกับความรับผิดชอบของรัฐบาลแล้ว เม็ดเงินที่นำไปรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นภาษีของประชาชนจะได้ไม่ถูกนำไปถลุงกันง่ายๆ

ก็อยู่ที่รัฐบาลว่าจะสามารถชี้แจง ตอบคำถามได้หรือไม่ ซึ่งประชาชนจะได้ตัดสินว่านโยบายชุดนี้ยังควรเดินหน้าต่อไปหรือควรยกเลิก

รัฐบาลจะมาดื้อดึงต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

การอภิปรายไม่ไว้วางใจคงจะมีอีกหลายประเด็น แต่ยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องใดมาโจมตีรัฐบาลอีก ทั้งยังไม่รู้ว่าจะซักฟอกนายกฯคนเดียวหรือรัฐมนตรีอีกหลายคน

เหนืออื่นใด การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการเปิดซักฟอกรัฐบาลนั้น ถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญแม้จะมีน้อยกว่า หมายความว่าลงมติเมื่อใดก็แพ้รัฐบาล นั่นถือเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อสำคัญก็คือในฐานะฝ่ายค้าน ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง

จึงเป็นเครื่องวัดด้วยว่า ที่ผ่านมา 1 ปีนั้นได้ทำการบ้านด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน เพราะถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญที่จะดูแลผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ทำให้การเมืองเข้าสู่ระบบการตรวจสอบที่สร้างสรรค์

ไม่ใช่ตอบโต้กันเป็นรายวันด้วยเรื่องไร้สาระอย่างที่เห็นและเป็นอยู่.

“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement