advertisement

เงื่อนไขผูกติด "นายกฯปู"

โดย สายล่อฟ้า 2 ส.ค. 2555 05:00

ความเห็นที่หลากหลายในพรรคเพื่อไทย 3 เรื่อง 3 ประเด็น คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ปรองดอง และการปรับ ครม. เนื่องจากมีความเห็นที่ต่างกัน แต่ที่แน่ๆเป็นการตัดสินใจของนายกฯแล้วที่จะยังไม่ปรับ ครม. ก่อนที่ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นั่นคือต้องเตรียมพร้อมรับมือว่าฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายใครบ้าง หรือจะเฉพาะนายกฯเพียงคนเดียว แม้ยืนยันว่าพร้อมจะชี้แจงทุกข้อกล่าวหา แต่ถ้าซักฟอกเฉพาะนายกฯเพียงคนเดียวก็เป็นที่หนักพอสมควร

จึงประมาทหรือหลบเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตามในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ปรองดองนั้น แม้จะมีความเห็นกันไปคนละทิศละทาง แต่แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ซึ่งเป็นหนทางที่สะดวกที่สุด อุปสรรคน้อยที่สุด

ส่วน พ.ร.บ.ปรองดองนั้นถือว่าเป็นกรณีที่ยากที่สุด ทางออกก็คือทิ้งค้างเอาไว้ในสภาก่อนโดยไม่ถอนร่างออกไป เพื่อรอคอยจังหวะเวลาแล้วค่อยหยิบยกขึ้นมาว่ากันอีกที เมื่อสถานการณ์เปิดโอกาสให้

เพราะถ้าขืนเดินหน้าต่อไปในทันที เชื่อเลยว่าจะต้องเจอแรงต้านในวงกว้าง โอกาสที่จะประสบผลสำเร็จจึงเป็นไปได้ยาก

ดีไม่ดีจะทำให้การเมืองร้อนแรงขึ้นมาอีก

การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แม้จะมีกรอบของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้แล้ว แต่ประเมินเสียงคัดค้านนั้นไม่หนักหนาเท่าใด ดังนั้น หากทำตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที

แต่ทว่าแนวทางแก้ไขนั้นต้องการที่จะแก้ทั้งฉบับ หมายถึง ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งหมด เนื่องจากหวังจะแก้ไขในประเด็นที่เป็นเป้าหมายอย่างชัดเจน

เนื่องจากความจริงทางการเมืองเป็นอย่างนี้ การที่จะฝืนคำวินิจฉัยด้วยการลงมติวาระ 3 ทันที จึงเป็นหนทางที่สุ่มเสี่ยงเกินไป จึงต้องแก้ไขเป็นรายมาตราไปก่อน เพียงแต่จะแก้ไขในประเด็นที่เป็นอุปสรรคก่อนซึ่งน่าจะทำได้ง่ายกว่า

จากนั้นก็จะนำมาสู่วาระการแก้ไขทั้งฉบับต่อไป ซึ่งจะใช้รูปแบบประชามติหรือมีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อเข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

ทั้งหลายทั้งปวงมันขึ้นอยู่กับว่าการแก้ไขเป็นรายมาตรานั้นจะแก้ไขในประเด็นอะไรบ้าง เช่น ม.68 หรือมาตราอะไรก็ตาม

เว้นแต่ว่าจะแก้ไขในประเด็นหลักๆเช่น ม.309 หรือไปยุบเลิกองค์กรอิสระต่างๆ นั่นเท่ากับว่าไปแหย่รังแตน ซึ่งก็น่าจะเกิดแรงคัดค้านไม่ต่างไปจาก พ.ร.บ.ปรองดองเพราะมันมีสาระที่ไม่ต่างกัน

เหตุผลก็คือช่วย “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่เป็นกระแสต่อต้าน

เหนืออื่นใดบทเรียนจากการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.ปรองดองที่กระทำมาแล้วนั้น ย่อมทำให้พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลต่างก็เห็นกันแล้วว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดและไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

ตรงกันข้ามกลับทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก ดังนั้น การตัดสินใจที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.บ.ปรองดองจึงต้องรอบคอบ รัดกุมมากกว่าที่ผ่านมา เพราะมิฉะนั้นจะทำให้ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้

ยิ่งวันนี้ปัญหาของประเทศมีอยู่หลายเรื่องที่ซ้อนๆกันอยู่ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ น้ำท่วม และปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ที่ร้อนแรงขึ้นมาอีก ปัญหานโยบายประชานิยมทั้งหลาย โดยเฉพาะการรับจำนำข้าวซึ่งมีปัญหาในเรื่องการส่งออกทุจริต

ต่างๆเหล่านี้สังคมกำลังเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะตัวนายกฯจะต้องกระโดดลงมาแก้ไขด้วยตัวเอง

ทุกอย่างล้วนเป็นเงื่อนไขที่ผูกติดกันอย่างแยกไม่ออก.

“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้