สถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดภาคใต้ อย่างต่อเนื่องจากกลุ่มก่อการความไม่สงบที่ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์จนมาถึงการไล่ยิงทหารกลางถนนอย่างอุกอาจ ถัดมาอีกวัน ยิง ชรบ.เสียชีวิตอีก พูดได้ว่าไม่ได้เกรงกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแม้แต่น้อย
แม้จะมองกันว่าระยะหลังเหตุการณ์จะสงบเงียบไประยะหนึ่งซึ่งรัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และฝ่ายทหาร มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการแก้ไขปัญหามาถูกทางแล้วจนทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น
แต่เอาเข้าจริง หาใช่ว่าจะเกิดความสงบอย่างที่คิดหรือพยายามจะปลอบใจตัวเองมากกว่า เพราะกลุ่มก่อความไม่สงบนั้นพร้อมที่จะเปิดปฏิบัติการเมื่อใดก็ได้
นั่นคือความจริงที่ยากจะปฏิเสธ
และก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ารัฐบาลยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่น่าจะคืบหน้าไปทางที่ดีมากกว่านี้ เพราะผลสำเร็จที่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทำให้ความรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
คำตอบที่ชัดเจน ณ วันนี้ ก็คือแนวทางหรือนโยบายที่นำมาปฏิบัตินั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ การปฏิบัติการที่มุ่งเน้นหนักไปทางด้านการทหารจึงไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้คลี่คลายไปในทางที่ดีได้
เพราะการแก้ไขปัญหานี้มันจะต้องมีทิศทาง แนวทาง นโยบายที่สามารถปฏิบัติเป็นรูปธรรม ซึ่งมิอาจใช้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่มันต้องเดินหน้าไปพร้อมๆกัน เพียงแต่ว่าทุกวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนกลายเป็นต่างฝ่ายต่างทำ
การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ต้องทุ่มเทงบประมาณนับแสนล้านซึ่งถือว่าสูงมาก แต่ผลงานที่ออกมายังวนอยู่ที่เดิม
ถือว่า “สอบตก” โดยสิ้นเชิง
แน่นอนว่าปัญหานี้ทุกฝ่ายต่างก็ยอมรับว่าการแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และต้องใช้เวลา เพียงแต่ว่ารัฐบาล ฝ่ายความมั่นคงและทหารจะต้องสร้างรูปแบบการจัดการปัญหาในทิศทางเดียวกัน ซึ่งความหมายก็คือเมื่อกำหนดทิศทางและรูปแบบขึ้นมาแล้วทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทุกวันนี้ดูเหมือนว่า “ทหาร” จะเข้ามามีบทบาทสูงสุดและควบคุมการนำเอาไว้ทั้งหมด กลายเป็นว่าเป็นผู้กำหนดนโยบายและทิศทางเอาโดยไม่ค่อยรับฟังแนวคิดหรือความเห็นความคิดที่แตกต่างออกไป
นี่ก็คือปัญหาหนึ่ง...
เช่นกัน รัฐบาลเอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ค่อยใส่ใจหรือเอาจริงเอาจังอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ไม่มีความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา กลายเป็นว่าโยนให้ทหารรับลูกไป รัฐบาลจึงไม่ต้องรับผิดชอบ
ปัญหาใน 3 จังหวัดภาคใต้นั้นนอกเหนือจากเรื่องศาสนา ความเชื่อแล้ว ยังผูกปมการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ยาเสพติด อิทธิพลท้องถิ่น การปกครอง ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก หากเอาการทหารมาแก้อย่างเดียวจึงไม่เพียงพอและไม่สามารถเข้าถึงปัญหาได้
มาถึงวันนี้รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังด้วยการลงมาจัดการปัญหาอย่างใกล้ชิด แม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจที่บอกว่าจะพัฒนาอย่างนั้นอย่างนี้ เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือมีรูปธรรมแต่อย่างใด
ขืนปล่อยไปอย่างนี้ ทหาร ฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องสูญทั้งชีวิตเป็นรายวัน มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก
พูดง่ายๆว่า เสียทั้งเงิน ทั้งชีวิต โดยไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย
จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หลายรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขได้แล้วยังจะปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ต่อไปอีกหรือ
ช่วยตอบให้หายข้องใจกันหน่อยได้ไหม?
“สายล่อฟ้า”




















