advertisement

ถอยเพื่อรักษา "ขุน"

โดย สายล่อฟ้า 31 ก.ค. 2555 05:00

ก่อนเปิดสภาทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ก็ต้องเปิดฉากเกทับบลัฟแหลกช่วงชิงเกมในสภาโดยเฉพาะมุ่งไปที่ตัวบุคคลมากกว่านโยบายหรือการบริหารงานของรัฐบาล เนื่องจากในภาพรวมแล้วมีเรื่องใหญ่ 2 เรื่องรออยู่แล้ว คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ปรองดอง

ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่าที่ประเมินดูแล้วเพื่อความปลอดภัยและเดินหน้าให้ได้ก็คงจะต้องดำเนินการเพื่อให้พ้นจากอุปสรรค จึงเหลืออยู่ทางเดียวคือการแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งสามารถทำได้ทันที อยู่ที่ว่าจะแก้ตรงไหน จุดใดเท่านั้น

พ.ร.บ. ปรองดองถ้าไม่ดองเอาไว้ก็อาจจะต้องถอนร่างออกไปก่อน

เหตุผลที่เพื่อไทยต้องทำอย่างนั้น มันน่าจะเป็นเพราะว่าถ้าดึงดันหรือเดินหน้าซ่ามันลูกเดียว มันย่อมไม่ทำให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด นอกจากจะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมรุนแรงขึ้นเนื่องจากรู้กันดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากเพื่อไทย และรัฐบาลไม่ใช่ฝ่ายค้านหรือกลุ่มตรงกันข้าม

และดีไม่ดีอาจจะนำไปสู่ความผิดพลาดและล้มเหลวอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลโดยตรง

หากรัฐบาลเกิดปัญหาหรือต้องล้มไปต่อหน้าต่อตาทั้งๆที่มีอำนาจเต็มๆ แต่ไม่สามารถรักษาอำนาจไว้ได้ ย่อมเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

แม้มั่นใจว่าหากเลือกตั้งอีกครั้งพรรคเพื่อไทยก็จะชนะเลือกตั้งอีกอย่างที่คุยโม้เอาไว้ แต่ขั้นตอนและกระบวนการต่างๆในการดำเนินการเพื่อให้กลับมาเป็นรัฐบาลและมีอำนาจอีกครั้งนั้นมันต้องใช้เวลาโดยไม่มีความจำเป็น

แต่มันเท่ากับว่า “นายใหญ่” จะได้กลับบ้านหรือไม่ หรือจะต้องล่าช้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด ความจำเป็นที่จะต้องรักษารัฐบาลเอาไว้จึงมีความสำคัญกว่าเรื่องอื่นๆ

เหนืออื่นใดดังที่เกริ่นเอาไว้แต่แรกว่าการเปิดประชุมสภาครั้งนี้ยังมีเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งประชาธิปัตย์นั้นเอาแน่ เนื่องจากเป็นช่องทางที่จะเล่นงานรัฐบาลได้อย่างเต็มๆหมัด อยู่ที่ว่าจะซักฟอกเป็นรายบุคคล ทั้งคณะ หรือเฉพาะนายกฯเพียงคนเดียว

ดูจากเกมการเมืองแล้วน่าจะมุ่งที่ “นายกฯปู” มากกว่า

เนื่องจากสามารถที่จะควบคุมเกมเพื่อให้นายกฯตอบ ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงให้รัฐมนตรีคนอื่นตอบแทนได้

อย่างไรก็ดี เพื่อไทยย่อมอ่านเกมออกว่าประชาธิปัตย์จะมาไม้ไหน จึงต้องมีการเตรียมการรับมือเอาไว้หลายเรื่องเพื่อตอบโต้กลับหรือจะเรียกว่ารัฐบาลซักฟอกฝ่ายค้านก็ว่าได้

ขุนพลสำคัญของประชาธิปัตย์ 2 คน คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ น่าจะเป็นเป้าสำคัญอย่างแน่นอน

หลังจากที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีกลาโหมออกมาเปิดประเด็น “หนีทหาร” ของนายอภิสิทธิ์ ด้วยการนำทีมงานออกมาแฉข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ยืนยันว่าได้กระทำผิดจริง แม้นายอภิสิทธิ์จะยืนยันในข้อมูลเดิมว่าไม่ได้หนีทหารและเรื่องนี้ได้จบไปนานแล้ว

แต่ในมุมมองทางการเมืองแล้วแม้จะยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน แต่ก็ทำให้สามารถลดเครดิตและความน่าเชื่อถือลงไปไม่น้อย

เมื่อเปิดสภาก็คงจะมีการนำเรื่องนี้ออกมาแฉกันเป็นชุดๆ ซึ่งจะทำให้การอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ที่จะเล่นงานรัฐบาลขาดน้ำหนักหรือไม่สามารถซักฟอกได้อย่างที่เคยกระทำได้เป็นอย่างดีมาทุกครั้งที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

สำหรับนายสุเทพนั้นที่เคยเป็นเป้าในเหตุการณ์ราชประสงค์แล้วยังถูก ป.ป.ช.ชี้ว่ามีความผิดที่ใส่ชื่อ ส.ส.ประชาธิปัตย์ให้ไปช่วยราชการที่ วธ. และกำลังรอวุฒิสภาที่จะพิจารณาถอดถอนด้วยมติ 3 ต่อ 5 แล้ว

ฟังเสียงของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ให้ดี ที่แม้จะยังไม่ระบุชื่อแต่ก็ได้ปล่อยร่องรอยออกมาแล้ว ทั้งเรื่องเขาแพงและหุ้นนอกตลาดของนักการเมืองใหญ่ซึ่งก็รู้กันแล้วว่าเป็นใคร

“สุเทพ เทือกสุบรรณ”...นั่นแหละคือเป้าหมายใหญ่.

“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement