advertisement

อาเซียนใต้เงา "จีน–สหรัฐฯ"

โดย สายล่อฟ้า 11 ก.ค. 2555 05:00

ขณะที่ประเทศไทยกำลังอบอวลว่าด้วยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งถึงกับกล่าวกันว่าศุกร์ที่ 13 ก.ค. 55 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

จะเป็น “ฝันหวาน-ฝันร้าย” ของบ้านนี้เมืองนี้เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าผลจะออกบวกหรือลบปัญหาความขัดแย้งก็จะต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

เนื่องจากมีการมองกันว่าหากออกมาบวกต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ยังพอทำเนา แต่อีกฝ่ายแม้จะออกตัวว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะยอมรับกันแบบไหนยังไม่มีใครคาดเดาได้

แต่ที่แน่ๆ หากออกมาเป็นลบก็ชัดเจนอยู่ เพราะมีการประกาศชัดเจนแล้วว่าคนเสื้อแดงต้องออกมาเคลื่อนไหวแน่

ก็อย่างที่บอกแล้วไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อยมันก็ยุ่งทั้งนั้นแหละ

อย่างไรก็ดี ระหว่างที่เมืองไทยกำลังรอศุกร์ที่ 13 แต่ประเทศเพื่อนบ้านคือที่กัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียนว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) โดยมีรัฐมนตรีอาเซียนและผู้แทนจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

ที่ขาดไม่ได้ก็คือสหรัฐฯซึ่งส่ง “ฮิลลารี คลินตัน” รัฐมนตรีต่างประเทศมาร่วมประชุมด้วย นั่นทำให้เวทีนี้ไม่ธรรมดาแน่

และไม่ใช่มาคนเดียวแต่ยังหอบหิ้วนักธุรกิจคนสำคัญของสหรัฐฯมาด้วย แถมชวนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทยไปร่วมเสวนาด้วย

การที่สหรัฐฯส่งรัฐมนตรีต่างประเทศและให้นักธุรกิจตามมาด้วยจึงเป็นที่น่าสังเกตว่าน่าจะเป็นการสร้างความแนบเนียนซ้อนเกมได้เพื่อไม่ให้มองว่าสหรัฐฯมุ่งที่จะเข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ แต่ต้องการที่จะเข้ามารับรู้ปัญหาและพานักธุรกิจให้มารู้จักกันเพื่อประโยชน์ในเรื่องการค้า

เพราะจริงๆแล้วหัวข้อประชุมสำคัญก็คือปัญหาความขัดแย้งในข้อพิพาททะเลจีนใต้ระหว่างจีนและสมาชิกอาเซียนบางประเทศรวมถึงญี่ปุ่นด้วย

ฟิลิปปินส์เป็นหัวเร่ียวหัวแรงสำคัญเพื่อผลักดันให้อาเซียนรวมตัวกันเพื่อกดดันให้จีนยอมรับเงื่อนไงการเจรจาต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เมื่อต่างก็อ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ซึ่งเป็นพื้นที่ข้อพิพาททางทะเลขึ้นมาเป็นหัวข้อเจรจา

ที่ผ่านมาเป็นที่รับรู้กันดีว่าข้อพิพาททางทะเลไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นกับจีน อาเซียนกับจีนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งจีนพยายามใช้อิทธิพลเพื่อบีบให้คู่ขัดแย้งยอมรับ มีการส่งเรือรบเข้าไปแสดงอิทธิพลเหนือพื้นที่พิพาทหลายครั้ง

ทำให้คู่ขัดแย้งไม่พอใจและหาทางออกมาตลอด

จนกระทั่งกัมพูชาได้เป็นเจ้าภาพการประชุมก็ไม่ต้องแปลก ใจว่าสหรัฐฯรีบกระโจนเข้ามามีส่วนร่วมทันที เพราะมันเป็นช่างทางที่จะเข้ามามีอิทธิพลในอาเซียนโดยชอบธรรม เมื่ออาเซียนหลายประเทศ ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับจีนเปิดทางให้แล้ว

“สหรัฐฯ” ก็เลยได้จังหวะทำตัวเป็น “คนกลาง” หรือเป็น “ลูกพี่” ให้กลายๆ

การขับเคลื่อนของสหรัฐฯครั้งนี้ นอกจากจะกดดันจีนแล้วยังต้องการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเนื่องจากรู้กันดีว่าสหรัฐฯกำลังมีปัญหาเศรษฐกิจในขณะที่อาเซียนเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตมากกว่าทุกภูมิภาค

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าผลการประชุมครั้งนี้คงจะลงเอยกันได้ยาก ยิ่งสหรัฐฯออกแรงผลักดันมากเท่าใดก็จะยิ่งเห็นปฏิกิริยาจากจีนมากขึ้นเท่านั้น และที่จะเกิดปัญหาตามมาก็คือชาติอาเซียนด้วยกันเองมีสิทธิที่จะแตกคอได้หากไม่ทันเกม

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะในความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ อาเซียนกับจีน แต่ละประเทศต่างก็มีผลประโยชน์ที่ต่างกัน เพราะหลายประเทศที่ฐานะเศรษฐกิจไม่ดีก็ได้รับความช่วยเหลือจากจีน

ทำไปทำมาชาติอาเซียนนี่แหละจะอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก.


สายล่อฟ้า

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement