advertisement

ภัยของ "คนเมือง"

โดย สายล่อฟ้า 6 ก.ค. 2555 05:00

ท่อก๊าซรั่วจนเป็นเหตุเกิดระเบิดเปลวเพลิงลุกท่วม ควันโขมง ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจากใจกลางเมืองหลวง เล่นเอา ผู้คนแตกตื่น เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ดีที่ว่าเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟได้ทันโดยใช้เวลาไม่มากนัก

มิฉะนั้นอะไรจะเกิดขึ้นไม่มีใครรู้ได้ เพราะถ้าดับไฟไม่ได้โรงกลั่นแห่งนี้ซึ่งเป็นที่เก็บน้ำมันจำนวนมากพอสมควร หากเกิดไฟลามและไปถึงที่เก็บน้ำมันหลายจุด

หลับตานึกดูเถอะครับว่าจะสร้างความเสียหายแค่ไหน

เมื่อถังน้ำมันระเบิดรุนแรงมีหวังไฟท่วมเมืองแน่ และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นรวมถึงบ้านเรือน อาคารต่างๆ มิเสียหายยับเยินหรือ

เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงเป็นคำถามที่จะต้องมีคำตอบว่า จากนี้ไปจะทำอย่างไร ยิ่งเห็นภาพเด็กนักเรียนที่ต้องแตกตื่นวิ่งหนีออกจากโรงเรียนหลายแห่ง ยิ่งชวนให้ต้องคิดกันต่อไปว่า รัฐบาลจะมีนโยบายกับเรื่องนี้ในลักษณะไหน

เพราะมันเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีจะเกิดเหตุอย่างนี้หรือไม่ แม้โรงกลั่นจะประกาศยืนยันว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีแล้วก็ตาม

มีข้อเสนอมาหลายครั้งหลายปีที่ผ่านมา โรงกลั่นบางจากหรือคลังน้ำมันต่างๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ ผู้คนอาศัยกันอย่างแออัด สมควรหรือไม่ที่จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้รับการขานรับ

ไม่มีการสานต่อแนวคิดนี้แม้แต่น้อย

ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ากรุงเทพฯ นั้นเป็นเมืองที่มีอะไรทุกอย่างคนก็แยะ อาคารก็เยอะ ที่ไม่รู้ว่าตึกไหนให้ความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน แถมยังมีคลังน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานอุตสาหกรรม ผสมผสานเข้าไปด้วย ซึ่งประเทศอื่นหรือเมืองใหญ่ๆเขาไม่ปล่อยให้ อยู่ในสภาพอย่างนี้

เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งชีวิตทรัพย์สินที่เสี่ยง

เกินไปสำหรับอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คลังน้ำมัน โรงกลั่นจึงถูกสร้างให้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ ห่างจากชุมชน ห่างจากตัวเมือง เพื่อป้องกันเหตุเอาไว้ก่อน

หลังเกิดเหตุทางโรงกลั่นยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายไปที่อื่น แต่จะใช้วิธีการแยกชุมชนออกมาประมาณ 200 เมตร และยํ้าว่าโรงกลั่นแห่งนี้สร้างมาแล้ว 55 ปี แต่ชุมชนกลับขยายเข้ามาใกล้โรงกลั่นเอง

แบบว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา

คำตอบแบบนี้แหละครับ...ทำให้รู้สึกเจ็บกระดองใจ

กิจการน้ำมันนั้นแม้ว่าเมืองไทยจะไม่มีบ่อน้ำมัน ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่มันเป็นธุรกิจที่มีรายได้มหาศาล เพราะความต้องการใช้น้ำมันมีมาก

บางจาก ปตท. หรือน้ำมันยี่ห้อไหนก็ตาม ล้วนสร้างผลกำไรมหาศาล ร่ำรวยกันแบบที่ว่าไม่เคยพอ

แม้บริษัทที่รับผิดชอบจะแสดงความห่วงใยสังคมด้วยการบริจาคเงิน การรณรงค์ในเรื่องต่างๆ เช่น ปลูกป่า แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมหรืออะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ด้วยผลพวงแห่งการตอบแทนสังคมก็เป็นเรื่องที่ดีน่าสรรเสริญ

แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะคำนึงถึงเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะย้ายโรงกลั่น ย้ายคลังนั้นต้องใช้เงินมาก โดยไม่มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคม

เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องมีนโยบายอย่างชัดเจนว่า เพื่อความปลอดภัยของประชาชนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายออกไปอยู่สถานที่อื่นทั้งหมด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำในทันทีทันใด

ควรทำอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีวันเวลาเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนว่าภายในกี่ปี นั่นจะทำให้โรงกลั่นหรือเจ้าของคลังน้ำมัน จะได้วางแผนที่จะย้ายรวมถึงการเตรียมแผนการเงินเพื่อใช้จ่าย

นี่แหละคือการตอบแทนสังคมและแสดงความรับผิดชอบที่ดีที่สุด.


“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้