advertisement

ปมร้อนซ้อน "ปรองดอง"

โดย สายล่อฟ้า 6 มิ.ย. 2555 05:00

ขณะที่ พ.ร.บ.ปรองดองต้องเลื่อนยาวออกไป เนื่องจากปัญหาความขัดแย้ง แต่ก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องที่ให้ตีความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำลังรอการพิจารณาในวาระ 3 ว่าขัดรัฐธรรมนูญเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

จึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ชะลอการลงมติในวาระ 3 เอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ออกมาว่าผลจะเป็นอย่างไร

นั่นทำให้การลงมติในวาระ 3 ซึ่งกำหนดเอาไว้วันที่ 5 มิ.ย.55 ต้องเลื่อนออกไป แต่ปรากฏว่าได้เกิดปัญหาขัดแย้งกันขึ้นมาอีก

เมื่อมีเสียงคัดค้านว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนั้นมีผลผูกพันต่อรัฐสภาหรือไม่ เพราะเป็นการก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ

พูดง่ายๆว่า ไม่ยอมรับ หรือฝืนคำสั่งศาล...ว่างั้นเถอะ

แรงไปกว่านั้นมีการระบุว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้เท่ากับว่าเป็นการปล้นสิทธิของประชาชน เป็นการรัฐประหารโดยตุลาการภิวัฒน์ เพราะเกิดการร่วมกันของกระบวนการหนึ่งที่เคยโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

โดยให้เหตุผลว่าการที่ศาลมีมติรับไต่สวน ม.68 ของรัฐธรรมนูญและมีคำสั่งชะลอการลงมติวาระ 3 เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญให้อำนาจการบัญญัติกฎหมายและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีอำนาจ แม้แต่การวินิจฉัย

อีกด้านหนึ่ง ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เพราะมีผู้ร้องขอให้ศาลดำเนินการตาม ม.68 ก็ต้องไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่าการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองตามที่มีการกล่าวหาหรือไม่ หากเห็นว่ายังไม่มีพฤติการณ์ก็ยกคำร้อง ทุกอย่างก็จบ

ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบ “ถ่วงดุล”

นอกจากนั้น ยังปฏิเสธว่าไม่มี “ใบสั่ง” หรือ “รับงาน” จากใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น “ป๋าเปรม” หรือใครทั้งนั้น

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ทำท่าว่าจะบานปลาย เนื่องจากจะมีการส่งเรื่องให้ประธานรัฐสภาพิจารณาว่าจะดำเนินการลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ต่อไปหรือไม่ อีกทั้งจะมีการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 8 ท่าน

เว้นแต่นายชัช ชลวร เพียงคนเดียว เนื่องจากเป็นเสียงเดียวที่ เห็นว่าไม่ควรรับคำร้องที่ให้มีการตีความ

เหนืออื่นใด ประเด็นนี้ด้านหนึ่งก็ต้องว่ากันในข้อกฎหมายว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจที่จะพิจารณาหรือไม่ และการยื่นคำร้องดังกล่าวดำเนินการถูกต้องหรือไม่

อีกด้านหนึ่งแน่นอนว่าเป็นประเด็นการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้เว้นแต่นายชัชจะถูกมองว่าเป็นองค์กรที่เชื่อมโยงกับฝ่ายอำมาตย์ ซึ่งเป็นกลไกในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม

การไม่ยอมรับองค์กรอิสระนี้เกิดขึ้นมาตลอด ยิ่งมีการวินิจฉัยที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเข้าข้างอีกฝ่าย ทำลายอีกฝ่าย ล่าสุดกรณีวินิจฉัยให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. ยิ่งก่อเชื้อความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น

จนกระทั่งมาถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นปมประเด็นใหญ่และกำลังจะผ่านขั้นตอนสุดท้ายคือการลงมติในวาระ 3 จึงเกิดปฏิกิริยาไม่พอใจที่ขยายวงกว้าง และจะไม่ยอมรับคำตัดสินชี้ขาดอีกต่อไป

อย่างไรก็ดี ความพยายามที่จะล้มองค์กรอิสระนั้นมีมาอย่าง ต่อเนื่อง แม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้จะยังไม่มีเนื้อหาสาระออกมาแต่ก็มีแนวคิดนี้ รวมถึง พ.ร.บ.ปรองดองนั่นก็ชัดเจนอยู่แล้ว

และจะส่งผลกระเทือนต่อสถาบันตุลาการอย่างแน่นอน.

 

“สายล่อฟ้า”

โหวตข่าวนี้