advertisement

อย่าให้เป็นสภาทาส

โดย 3 ส.ค. 2555 05:00

ศึกชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภาได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างค่อนข้างจะเข้มข้น หลังจากที่ประธานวุฒิสภาคนเดิมต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยรอการลงอาญา ดูเหมือนว่าจะเป็นการชิงกันระหว่าง ส.ว.เลือกตั้งกับ ส.ว.สรรหา ผู้ที่มีชื่อเป็นข่าวว่าจะเป็นผู้ท้าชิงหลายคนถูกมองว่าเป็น “สายตรง” จากนักการเมืองบางคนหรือบางกลุ่ม

ถึงแม้ประธานวุฒิสภาจะไม่ใช่ ตำแหน่งที่ทรงอำนาจและบารมีมากมาย เมื่อเปรียบเทียบกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญในฝ่ายนิติบัญญัติ และอาจมีบทบาททางการเมืองสูง เพราะเป็นผู้คุมเกมการพิจารณาร่างกฎหมายและญัตติต่างๆ และยังเป็นรองประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง เป็นประธานร่วมการประชุมรัฐสภา

ถ้าประธานวุฒิสภาสามารถคุมเกมการประชุมของวุฒิสภาได้ อาจจะมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองมากขึ้น เพราะวุฒิสภามีอำนาจให้ความเห็นชอบในการให้ บุคคลดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ กกต. ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน กรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง และให้อัยการสูงสุดพ้นจากตำแหน่ง ตามติดคณะกรรมการอัยการ

ยิ่งกว่านั้น วุฒิสภายังมีอำนาจในการถอดถอนผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ทั้ง ส.ส.นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ตลอดจนผู้พิพากษา หรือตุลาการ พนักงานอัยการ และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง

อำนาจในการถอดถอนนักการ เมืองของวุฒิสภา (ถ้าปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา) อาจจะศักดิ์สิทธิ์และมีประสิทธิภาพมากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ของสภาผู้แทนราษฎร เพราะ ส.ว.เพียง 90 คน ก็อาจถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้ แต่ถ้า ส.ส.จะถอดถอนนายกรัฐมนตรี จะต้องใช้เสียง ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง คือ 251 คนขึ้นไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้

เนื่องจากวุฒิสภามีอำนาจให้คุณให้โทษทางการเมือง รัฐธรรมนูญจึงบังคับไว้ว่า ห้ามผู้สมัคร ส.ว.เป็นสมาชิกพรรค การเมือง หรือดำรงตำแหน่งในพรรค และพ้นจากการเป็นสมาชิกยังไม่เกิน 5 ปี เพื่อให้ ส.ว.มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นลูกน้องนักการเมืองหรือพรรคใด มิฉะนั้น วุฒิสภาก็จะกลายเป็น “สภาทาส” ที่นักข่าวสายรัฐสภาเคยมอบให้ในบางยุค

อำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระต่างๆ และอำนาจในการถอดถอนนักการเมือง อาจทำให้ฝ่ายการเมืองต้องการเข้าแทรกแซงวุฒิสภา โดยผ่านทางประธานวุฒิสภา ฉะนั้น ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา จึงต้องไม่ผูกพันทางการเมืองกับพรรคหรือนักการเมืองใดๆ มิฉะนั้น วุฒิสภาจะกลายเป็นลูกน้องรัฐบาล ทำลายระบบตรวจสอบและประชาธิปไตย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement