advertisement

ไม่มีผู้กุมอำนาจเด็ดขาด

โดย 11 มิ.ย. 2555 05:01

ถึงแม้ประธานรัฐสภาจะเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายทั้งวัน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่ารัฐสภาจะยอมถอยหลัง เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือจะชนศาลตามเสียงเชียร์ของกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ด้วยการเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ต่อไป ประธานรัฐสภาจึงต้องเลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 12 มิถุนายน และขอเวลาในการตัดสินใจ

ในการอภิปรายเกี่ยวกับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้ก่อน สมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างยืนยันในจุดยืนของตน และตีความกฎหมายเข้าข้างตนเอง บางคนโต้เถียงด้วยเหตุด้วยผลตามหลักกฎหมาย แต่บางฝ่ายพร้อมที่จะสนับสนุนหรือคัดค้านโดยไม่ต้องฟังเหตุผล แกนนำคนเสื้อแดงบางคนขู่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบศาลรัฐธรรมนูญ

ในความขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการครั้งนี้ บางฝ่ายมองว่าได้บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับอัยการสูงสุด เนื่องจากสำนัก งานอัยการสูงสุดชี้แจงว่า คำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้ ไม่เข้าข่ายกระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 คือการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย  จึงมีมติไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย บางฝ่ายมองว่าหักล้างศาล

เรื่องนี้ไม่ควรมองว่าเป็นความขัดแย้ง ระหว่างอัยการสูงสุดกับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่าการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการกับศาลต่างกัน อัยการต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน จึงจะใช้ดุลพินิจว่าจะฟ้องศาลหรือไม่ ส่วนศาลรับคำร้องให้เป็นคดีก่อน จึงจะพิจารณาหลักฐานทุกฝ่าย

คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาในขณะนี้ เนื่องจากมีปัญหาให้ตีความด้านกฎหมาย ทั้งยังต้องตีความหลักภาษาไทย  เพราะข้อความที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ไม่ชัดแจ้ง สามารถเห็นต่างกันได้ จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการ ถ้าต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตนเป็นฝ่ายถูก และไม่มีใครชี้ขาด การเมืองก็จะก้าวสู่ทางตัน

มีคำถามว่าความขัดแย้งระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐสภา ใครจะเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาด เรื่องนี้มี ส.ว.ท่านหนึ่งอภิปรายในสภาว่า อาจใช้หลักประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 คือให้ศาลชี้ขาด ถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจลามไปเป็นการยุบพรรค การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคบางพรรค หรือแม้แต่การดำเนินคดีอาญาบางคน

ผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นนักประชาธิปไตย จะต้องยึดมั่นในระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ ไม่ถือว่ารัฐสภามีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สามารถออกกฎหมายอย่างไรก็ได้ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องถูกตรวจสอบจากอำนาจตุลาการ วุฒิสภา องค์กรอิสระและประชาชน การเข้าชื่อถอดถอนตุลาการซึ่งเป็นบุคคลอาจทำได้ แต่ถ้าลุแก่อำนาจขู่ยุบศาล คนมีสติคงจะขัดขวาง.

โหวตข่าวนี้