advertisement

การสื่อสารกับประชาชน

โดย 3 พ.ย. 2554 05:00

ความสามารถในการสื่อสารกับประชาชน เป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพราะจะต้องสื่อสารกับประชาชนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากระบอบประชาธิปไตยถือว่าประชาชนเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริง ประชาชนมีสิทธิที่จะรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นสาธารณะ และเป็นความจริง อย่างที่พูดกันว่ารัฐบาลรู้แค่ไหนประชาชนต้องรู้เท่านั้น

ตรงกันข้ามกับระบอบเผด็จการถือว่าผู้นำเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงที่สุด ส่วนประชาชนไม่มีสิทธิที่จะรู้ รัฐบาลจะให้ประชาชนรู้ข่าวสารแต่เฉพาะเรื่องที่ต้องการให้รู้ รัฐบาลมีสิทธิที่จะโกหกประชาชน เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ผู้เผด็จการบางคนชอบโกหกคำโตๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้น เร้าใจ และสร้างความยิ่งใหญ่ของผู้นำ ถ้าประชาชนคนใดกล้าหือจะถูกปิดปากด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งสั่งขังคุก

บทความ ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหา-วิทยาลัยเกริก ระบุว่า ยิ่งในภาวะวิกฤติยิ่งต้อง สื่อสาร เพราะคนขาดความมั่นใจจึงต้องการข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อประกอบการดำรงชีวิตและการตัดสินใจ เป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง เช่น ในขณะที่ประสบภาวะน้ำท่วม คน กทม.อยากรู้ว่าน้ำจะท่วมมากน้อยแค่ไหน? ท่วมในพื้นที่ใดบ้าง และนานแค่ไหน? จะต้องอพยพหนีภัยหรือไม่?

ในภาวะวิกฤติอันเกิดจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ รัฐบาลพลาดบ่อยครั้งในการสื่อสารกับประชาชน ไม่ได้ล้มเหลวแต่เฉพาะการป้อง กันและแก้ไขน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลที่สับสน และบางครั้งถูกมองว่ารัฐบาลปิดบังประ-ชาชน จนกระทั่งนายปลอดประสพ สุรัสวดีรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เรียกร้องให้ รัฐบาลบอกความจริงแก่ประชาชน และฟันธงว่า น้ำท่วม กทม.ทั้งหมดแน่นอน ประชาชนจึงได้ตาสว่าง

ในที่สุดมวลน้ำมหึมามหาศาลก็ไหลทะลักเข้าท่วม กทม. หลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และ กทม. ยืนยันมาโดยตลอดว่า “เอาอยู่” รับรองน้ำไม่ท่วม กทม.แน่นอน และถึงแม้น้ำจะไหลทะลักเข้าท่วมดอนเมืองและหลักสี่แล้ว แต่นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าจะไม่ย้าย  ศปภ. ไปไหน แต่ในที่สุดก็ต้องย้ายไปอยู่ที่กระทรวงพลังงาน ศปภ. จึงกลาย เป็นผู้ประสบภัย และเป็นผู้อพยพเช่นเดียวกับ ประชาชน

สาเหตุที่รัฐบาลไม่ยอมบอกความจริงแก่ประชาชนเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้เตรียมรับมือได้ทันกาลอาจเป็นเพราะกลัวประชาชนแตกตื่นโกลาหล แต่สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลเองก็ไม่รู้ความจริงทั้งหมด เพราะมีหลายหน่วยงาน มีหลายนักวิชาการเป็นผู้ให้ข้อมูล ซึ่งอาจจะขัดกัน จนสร้างความสับสน
ทั้งในคณะรัฐบาลและประชาชนทั่วไป

รัฐบาลยังจะต้องสื่อสารกับประชาชนต่อไปในเรื่องน้ำท่วม จึงน่าจะพิจารณาข้อเสนอของ ดร. นันทนา ให้รัฐบาลให้โทรทัศน์ช่อง 11 เป็นสถานีเฉพาะกิจรายงานข่าวน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง รายงานข่าวต้องรวดเร็วทันเหตุการณ์และเป็นจริง ให้นายกรัฐมนตรีสื่อสารกับประชาชนโดยตรง และโฆษก ศปภ. ควรจะมีเพียงคนเดียว ไม่มากหมอมากความให้ประชาชนสับสน และขอเสริมอีกนิดว่าอย่ามุ่งเชียร์นายกรัฐมนตรีจนเกินไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement