คำสอนสมเด็จโต - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

คำสอนสมเด็จโต

โดย กิเลน ประลองเชิง 11 พ.ค. 2553 05:00
4,554 ครั้ง


แฟนๆคอลัมน์สนามพระวิภาวดี คงจะรู้กันดีว่า พระสมเด็จฯ วัดระฆัง ของสมเด็จพุฒาจารย์โตนั้น วันนี้ เป็นเหมือนอิสราภรณ์ ประดับบารมีพ่อค้าเสนาบดี...เท่านั้น

ข่าวองค์ล่า...ราคา 25 ล้าน ที่นักการเมืองซื้อไว้ พิสูจน์ เรื่องเล่าสมัยที่ขรัวโต ท่านควักจากย่ามแจกชาวบ้าน "เอาไว้

กันหมากัดนะจ๊ะ วันหน้าจะหายาก" ว่า

ยิ่งกว่าหายากจริงๆ

ในจำนวนนักการเมืองผู้มีบารมีที่มีพระสมเด็จวัดระฆัง ก็คงหวังพึ่งคุณพระช่วย ให้แคล้วคลาดจากผองภัย ขอความรุ่งเรืองไพบูลย์

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า คำสอนของสมเด็จท่าน เข้มขลังคุ้มภัย ให้ความสุขสงบเย็นได้มากกว่ามีพระสมเด็จคล้องคอหลายเท่า

คำสอนของสมเด็จฯมีมากมายอยู่ในเรื่องเล่าหลายเรื่อง วันนี้ผมจะลองยกมาเล่าให้ฟังสักเรื่อง

พระอาจารย์เทศ  วัดชนะสงคราม  เล่าให้ญาติโยมของท่านฟังต่อๆกันมา  สมัยหนึ่งท่านเกิดข้อขัดแย้งกับท่านเจ้าคุณอุดมญาณ เจ้าอาวาส

ระดับความทุกข์แรงถึงขั้น ถ้าไม่ย้ายวัดก็ต้องลาสึก

ระหว่างที่เกิดความลังเลสงสัย ก็พยายามไปหาพระผู้ใหญ่เพื่อปรึกษาหาทางออก นึกถึงสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆังได้ ก็ลงเรือข้ามฟาก ไปเล่าเรื่องราวทุกแง่มุมให้ท่านทราบ

"กระผมทุกข์ร้อน  จนเหลือจะระงับแล้วขอรับ"  พระอาจารย์เทศทิ้งท้าย

"ถ้าอยากสบาย ก็เอาอย่างหมาซิจ๊ะ"

คำสอนของสมเด็จฯท่าน ทำเอาพระอาจารย์เทศฉงน สมเด็จฯ ท่านจึงอธิบายต่อไป

"เข้าใจไหม คืออย่างนี้ ธรรมดาหมาเมื่อมันกัดกันแล้ว ถ้าไอ้ตัวแพ้นอนหงายสิ้นท่า ปล่อยให้ไอ้ตัวชนะยืนจังก้าคร่อม ร้องขู่คำรามแฮ่ๆ

ไอ้ตัวชนะ มันก็จะไม่กัดไอ้ตัวแพ้อีก"

สมเด็จโตยกตัวอย่างแค่นี้ พระผู้ใหญ่ระดับพระอาจารย์ เทศ ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ท่านเริ่มทบทวนว่า ส่วนหนึ่งที่ขยายความขัดแย้งให้บานปลายใหญ่โต เพราะตัวท่านเองก็รุนแรงแข็งกร้าวต่อสมภารด้วย

ระดับความเข้าใจของท่านอาจารย์เทศ ถ้าเป็นพระนิกายเซน ใช้คำว่า ซาโตริ ถ้าพระไทย ใช้คำว่า ได้ดวงตาเห็นธรรม

พระอาจารย์เทศก้มกราบสมเด็จฯด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "กระผมจะนำคติของพระเดชพระคุณ ไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดขอรับ"

เมื่อกลับไปวัด นำหลัก "จงเอาอย่างหมา" ของสมเด็จพุฒาจารย์โต ไปใช้ พระอาจารย์เทศก็อยู่เป็นพระลูกวัดชนะสงครามต่อไปได้ด้วยความสงบเย็นเรื่อยมา

ศาสนาพุทธสอนให้รู้จักแพ้ มีคำโบราณพูดกันคุ้นปากมานาน แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร ศาสนาคริสต์ เราคงพอได้ฟังมาบ้าง พระเยซู ท่านสอนว่า เมื่อถูกตบที่แก้มขวา ก็จงเอียงแก้มซ้ายให้เขาตบซ้ำ

หากแพ้แล้วเป็นสุขได้ เราก็จงพร้อมใจเป็นฝ่ายแพ้เถิด บ้านเมืองที่รุ่มร้อนมานาน จะได้มีโอกาส "ผ่อนเย็น" เสียที

เกมการเมืองช่วงนี้ ผมเชื่อว่า ใครที่กล้าแพ้ ก็จะมีโอกาสเป็น ผู้ชนะมากกว่า

ถึงเวลาเลือกตั้งเมื่อไร ฝ่ายที่กล้าแพ้เพราะต้องการให้บ้านเมืองสงบ ก็จะได้ใจชาวบ้าน คะแนนเสียงก็จะไหลมาเทมา...ไม่เชื่อก็ลอง.

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement