สัมโมทนียกถา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สัมโมทนียกถา

โดย กิเลน ประลองเชิง 30 มี.ค. 2553 05:00
7,102 ครั้ง


การเจรจาระหว่างนายกฯกับตัวแทนกลุ่มเสื้อแดง ดูท่วงท่าลีลาที่นุ่มนวลชวนประทับใจ ทำให้ผมนึกถึงคำวัด...สัมโมทนียกถา ครับ

พจนานุกรม เพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ของท่านพระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) บอกคำแปลว่า...ถ้อยคำอันเป็นที่บันเทิงใจ หรือคำพูดที่ทำให้ประทับใจ

ที่จริงก็ความหมายเดียวกับอนุโมทนากถา ที่เราฟังกันคุ้นหู ยถา สัพพี เพียงแต่สัมโมทนียกถา พระผู้ใหญ่ที่ถูกมอบหมายให้พูดอยู่คนเดียว

สัมโมทนียกถา  ใช้ในงานที่ทายกทายิกา  ถวายอาหาร  สร้างกุฏิ สร้างหอระฆัง มุ่งหมายเมื่อพูดแล้ว ผู้ทำบุญจะเกิดความแช่มชื่นเบิกบาน เกิดความอิ่มใจในผลบุญที่ทำ ปรารถนาจะทำบุญเพิ่มพูนอีก

ก่อนหน้านี้สักสองวัน คนใกล้ตัวผมคุยให้ฟัง ท่าน ว.วชิรเมธี กรุณาลัดคิวมาบรรยายในหัวข้อ โยนิโสมนสิการ...นี่เป็น "คำวัด" อีกคำ ที่คนวัดเข้าใจ แต่คนบ้าน ต้องอธิบาย...หลายคำ

โยนิโสมนสิการ แปลว่า การทำไว้ในใจโดยแยบคาย การพิจารณาโดยแยบคาย คนที่มีโยนิโสมนสิการ คือคนที่ฉลาดในการคิด คิดอย่างถูกวิธี ถูกระบบ พิจารณาไตร่ตรอง สาวไปจนถึงสาเหตุ หรือต้นตอของเรื่องที่กำลังคิด

คือคิดถึงรากถึงโคน

แล้วประมวลความคิดรอบด้าน จนกระทั่งสรุปออกมาได้ว่า สิ่งนั้นควร หรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี

ท่านเจ้าคุณพระธรรมกิตติวงศ์ ท่านสรุปว่า โยนิโสมนสิการ เป็นวิถีทางแห่งปัญญา เป็นธรรมสำหรับกลั่นกรอง หรือแยกแยะข้อมูลหรือแหล่งข่าวอีกชั้นหนึ่ง

เป็นบ่อเกิดแห่งสัมมาทิฐิ ทำให้มีเหตุผล ไม่งมงาย

ผมลองใช้โยนิโสมนสิการ กับเนื้อหาการเจรจาความเมือง... บ้าง น่าเสียดายที่ทั้งสองฝ่าย ยังใช้เวลาส่วนใหญ่กับการพูดในทำนอง เอาดีใส่ตัว ผลักชั่วให้คนอื่น

เมื่อมีการจิกตี มีโอกาสที่อีกฝ่ายก็ต้องแก้ จิกกันไปแก้กันไป ความคิดที่ว่า นี่คือการพูดแบบสัมโมทนียกถา ก็เปลี่ยนไป การเจรจาจึงจบลงตรงไม่คืบหน้าอะไร จบลงด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

แต่เบื้องหลังรอยยิ้มอาจพูดได้ ดูเหมือน 2 ฝ่ายต่าง

ก็ซ่อนดาบในรอยยิ้ม

กลศึกสามก๊ก ตอนขงเบ้งตั้งทัพที่เขากิสาน ขงเบ้งพยายาม

ยั่วให้สุมาอี้ยกทัพออกมาสู้ แต่ยั่วเท่าไหร่ สุมาอี้ก็ไม่สู้ ขงเบ้งส่งผ้าซับในผู้หญิงใส่หีบส่งไป แล้วเขียนหนังสือใส่ไปด้วยว่า

"เป็นถึงขุนนางผู้ใหญ่ อุตส่าห์ยกทัพมารบ แต่เหตุไฉนจึงไม่นำทัพออกรบ อันธรรมดาชาติทหารแล้วมิได้ออกจากค่าย ก็เหมือนหนึ่งผ้าซับในกางเกงผู้หญิง"

สุมาอี้รับผ้าซับในและจดหมายพยายามทำใจไม่โกรธ เพราะรู้ว่า ถ้าออกรบก็แพ้ โอกาสในการเอาชนะขงเบ้งมีทางเดียวคือนิ่งไว้

ปล่อยให้ขงเบ้งเฉา (เพราะขาดเสบียงอาหาร) ไปเอง

สุมาอี้ทำศึกกับขงเบ้งที่เขากิสาน  หนนี้เป็นเรื่องที่ล่อ

กวนตง แต่งเติมครับ จดหมายเหตุสามก๊กระบุว่า ช่วงเวลานี้

สุมาอี้ไปทำศึกอยู่ทางเหนือ

แต่ล่อกวนตง ก็แต่งสามก๊กให้งิ้วเล่นตอนนี้ได้สนุกสะใจ คนดู ก็ฝังใจว่า  สุมาอี้ชนะเพราะใช้กลยุทธ์ไม่สู้ เหมือนกับนักการเมืองบางฝ่าย ชนะอยู่แล้ว ยั่วแค่ไหน ก็ไม่อยากแพ้ในสนามเลือกตั้ง

ลองใช้โยนิโสมนสิการกันดู ปรับใจทุกสีทุกฝ่ายให้ยอมรับกฎกติกา การยุบสภา เลือกตั้ง ยอมรับรัฐบาลใหม่...เป็นทางเดียวที่น่าจะยุติปัญหาทั้งปวงในบ้านเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement