advertisement

เกล็ดมังกรย้อนกลับ

โดย กิเลน ประลองเชิง 14 ส.ค. 2556 05:00

ราชวงศ์ถังรุ่งเรืองไพบูลย์ต่อเนื่องสาม–สี่ร้อยปี เพราะถังไท่จง ฮ่องเต้ต้นราชวงศ์ทรงบริหารบ้านเมือง ด้วยการเน้นหนัก ฟังเสียงคัดค้านจากเสนาบดีฝ่ายค้าน

ต่างจากราชวงศ์สุย ราชวงศ์ก่อนหน้า ฮ่องเต้ทรงงานหนัก แบกภาระบ้านเมืองไว้พระองค์เดียว

ส.สุวรรณ เรียบเรียงไว้ในหนังสือ คิดอย่างจีน(พิราบสำนักพิมพ์) ตอนอุ้ยเจิง (เว่ยเจิง) เสนาบดีฝ่ายค้านตาย...ถังไท่จง ทรงกันแสงเสียพระทัย ตรัสว่า

“เอาทองแดงเป็นคันฉ่อง ส่องเห็นการใส่เสื้อสรวมหมวก เอาประวัติศาสตร์โบราณเป็นคันฉ่อง ส่องเห็นความเสื่อมความรุ่งเรืองของอาณาจักร เอาคนเป็นคันฉ่อง ส่องเห็นความสำเร็จความล้มเหลวของคน

ข้าคอยส่องคันฉ่องสามบานนี้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิดพลาด อุ้ยเจิงตาย ทำให้ข้าขาดคันฉ่องไปบานหนึ่ง”

ครั้งหนึ่ง ถังไท่จงถามขุนนาง “จักรพรรดิทำอย่างไรจึงรู้แจ้ง ทำอย่างไรจึงมืดมัว”

“ฟังความหลายด้านย่อมรู้แจ้ง ฟังความข้างเดียวย่อมมืดมัว” อุ้ยเจิงกราบทูล “ฝ่าพระบาททรงปรารภถึงสุยอุ๋นตี้ ทรงไม่เชื่อใจขุนนางนั้น ถูกต้องแล้ว ถ้าหากฟังความหลายฝ่าย ก็ไม่ทรงถูกพวกกังฉินหลอก”

ถังไท่จงตรัสแลกเปลี่ยน “ต้นราชวงศ์สุย สุยอุ๋นตี้ไม่ไว้ใจผู้อื่น เมื่อจักรพรรดิไม่เชื่อใจขุนนาง ขุนนางก็ไม่กล้าออกความเห็น พระองค์จึงต้องพิจารณาตัดสินพระทัยเองทุกเรื่อง จึงทรงลำบากเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน

คนเราจะรู้ไปเสียหมดทุกเรื่องได้อย่างไร แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลอย่างนี้ ประชากรมากมายปานนี้ เรื่องที่จะต้องทำมีหลากหลายสลับซับซ้อน

คนเราถึงจะมีความตั้งใจดี ขยันหมั่นเพียรเพียงไร หากทำอยู่คนเดียว ไม่ยอมให้คนอื่นช่วย ก็ต้องผิดมีพลาดบ้าง ความผิดพลาดสะสมมากขึ้น มากขึ้น”

ปลายราชวงศ์สุย โจรผู้ร้ายเต็มเมือง สุยเอี๋ยงตี้ไม่ฟัง ฟังแต่คำสอพลอพวกกังฉิน ว่ามีโจรผู้ร้ายไม่กี่คน ประชาชนยิ่งเดือดร้อน ลุกฮือก่อกบฏ ขุนศึกตามหัวเมืองตั้งตัวเป็นใหญ่ ต่างชาติยกพวกมารุกราน

แต่สุยเอี๋ยงตี้ก็ยังทรงพระสำราญ หมกมุ่นอบายมุขและกามคุณ จนทหารกบฏบุกถึงวัง แต่กว่าจะรู้ก็สายไป ไม่เพียงตัวเองจะต้องตาย ราชวงศ์ก็พินาศ

เหตุแห่งความล่มสลายของราชวงศ์สุย ในชั่วเวลาเพียงสองรัชกาล ถังไท่จงก็ทรงเข้าพระทัยลึกซึ้งมาก ตรัสว่า

“เขาว่ากันว่า ใต้คอมังกรมีเกล็ดย้อนกลับ ใครไปแตะต้องเข้าจะต้องตาย ขุนนางกังฉินกลัวจะแตะเอาเกล็ดมังกรย้อนกลับ แล้วจะตายเปล่า จึงเลือกกล่าวแต่มธุรสวาจา ยกยอปอปั้นไปวันๆ

ดังนั้น จักรพรรดิจึงไม่ได้ยินคำตรงที่ขัดหู มีความผิดพลาดก็ไม่มีโอกาสแก้ไข ไม่รู้สารทุกข์สุกดิบของประชาชน นี่นับเป็นเรื่องอันตรายมาก

เหตุเพราะความกลัวเกล็ดมังกรย้อนกลับนี้ นับแต่โบราณกาลมา จักรพรรดิที่รู้แจ้งจึงมีน้อย จักรพรรดิที่มืดมัวจึงมีมาก ราชวงศ์จึงได้ล่มสลายไปราชวงศ์แล้วราชวงศ์เล่า”

ถังไท่จงทรงเป็นจักรพรรดิที่รู้แจ้งและโปร่งใส ซึ่งหาได้ยากมากในประวัติศาสตร์จีน ที่ทรงเป็นได้อย่างนี้ เพราะทรงแก้จุดอ่อน ทรงรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ว่าขุนนางผู้ใหญ่หรือขุนนางเล็กๆ จึงมักแก้ไขข้อผิดพลาดได้ทันกาล

ประเด็นผู้นำตั้งใจฟังและเลือกใช้คำคัดค้านของฝ่ายค้าน บ้านเมืองยิ่งเจริญรุ่งเรือง ผมเคยเอามาเขียนไปแล้วหลายครั้ง...แต่เรื่อง “เกล็ดย้อนกลับใต้คอมังกร” เพิ่งมาอ่านเจอ

ผมไม่แน่ใจ สุ้มเสียงที่ช่วยกันโหมประโคม ท่านผู้นำเก่ง สวยสง่า และฉลาด ปัญหาบ้านเมืองมีบ้างก็น้อยเต็มที ยิ่งพูดๆกันออกมา จะเป็นปมสะสมเกล็ดย้อนกลับใต้คอมังกร...หรือเปล่า

แต่โบราณนับพันปี มาถึงวันนี้ มองไปทางไหน ทุกผู้นำล้วนมีเกล็ดมังกรย้อนกลับ...มากบ้างน้อยบ้าง บางบ้านเมือง...เคยมีคนบ้า กล้าแตะแล้ว แต่เขาก็ตายไปแล้ว.

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้