advertisement

คำสาป

โดย กิเลน ประลองเชิง 19 มิ.ย. 2556 05:01


มนต์ขลังหนังสืออยู่ที่เนื้อหา...สิ่งเหนี่ยวนำที่ทำให้ต้องอ่านซ้ำ ก็คือรูปแบบหนังสือแปลกตา...อย่างนิทานโบราณคดี...เล่มบางๆ (บูรพาสาส์น 2542) ที่คุณธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ กัลยาณมิตรจาก “ต้นฉบับ” เพิ่งติดมือมาฝาก

ในนิทานเรื่องของแปลกเมืองชัยปุระในอินเดีย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าเรื่องที่ทรงถูกสาป

ทรงเล่าว่า...เมื่อจะเดินทางในเมืองชัยปุระนั้น เขาให้รถใหญ่เทียมม้าคู่ มีทหารม้าแห่แซงทั้งข้างหน้าข้างหลัง สมเกียรติของเจ้าต่างประเทศ เวลาไปไหนจึงมักมีคนดูทั้งสองข้างถนน

วันหนึ่ง เห็นดาบสตนหนึ่ง เกล้าผมสูง ห่มผ้าย้อมฝาด มีประคำคล้องคอ ยืนอยู่ข้างหน้าแถวคนดู เมื่อรถผ่านถึงตรงหน้า ดาบสยิ้ม ยกมือเป็นทำนองอวยพร ปากอุทานเป็นภาษาสันสกฤต ได้ยินเข้าหูว่า “หริราชา”

สมเด็จกรมดำรงทรงยิ้มรับ...แล้วรถก็ผ่านเลยไป

ท่าทีของดาบสสะดุดตา รถผ่านไปเล็กน้อย ก็ทรงเหลียวกลับไปดู เห็นหน้าตาดาบสถมึงทึง ยกไม้ยกมือกวัดแกว่ง ปากก็พร่ำภาวนายืดยาว...ระยะห่างพอได้ยินเสียง แต่จับความไม่ได้ ก็ทรงรู้ว่าเป็นกิริยาโกรธ

จึงเพิ่งนึกขึ้นได้...ดาบสตนนั้น ยิ้มแย้มให้พรตอนแรก เห็นจะขอทาน ครั้นไม่ได้เงินก็โกรธขึ้น ออกปาก “คำสาป”

ทรงหันไปถามขุนนางอังกฤษที่ไปด้วยในรถ เป็นเช่นที่ทรงคิดหรือไม่ เขาไม่ได้ตอบตรงๆ เป็นแต่บอกเล่าประเพณีประเทศราชในอินเดีย เวลามหาราชจะเสด็จไปไหน มีขบวนแห่ ก็ย่อมโปรยเงินเป็นทานแก่ราษฎรที่มาอยู่ข้างราชวิถี

พวกนั้นเคยได้เงิน เมื่อเจอขบวนแห่เจ้า...ก็อยากได้อีก

ฟังคำอธิบายจากขุนนางอังกฤษ สมเด็จกรมดำรงทรงได้ความรู้

เพิ่มขึ้น ประเพณีพระเจ้าแผ่นดิน โปรยเงินพระราชทานราษฎรนั้น...ไม่ใช่จะมีแต่ในอินเดีย ในเมืองไทย เวลาแห่เสด็จโดยขบวนพยุหยาตรา เช่นเลียบพระนคร

หรือแม้เสด็จไปทอดพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตรา ก็ทรงโปรยเงิน

“ฉันเคยเห็น เมื่อเป็นราชองครักษ์แห่เสด็จหลายครั้ง ถ้าทรงพระยานมาศเสด็จไปทางบก มีกรวยปักไว้ข้างที่ประทับ ในกรวยมีขันทองลงยาใส่เงินสลึงเงินเฟื้อง ทรงหยิบโปรยพระราชทานราษฎรทั้งสองข้างทาง

ถ้าเสด็จไปทางเรือ ทำเป็นลูกไม้กลมใส่เงินปลีกไว้ เมื่อทรงโปรย ลูกไม้ก็ลอยน้ำอยู่ให้ราษฎรมาเก็บ”

เป็นประเพณีไทย เราได้มาจากอินเดีย แต่ดึกดำบรรพ์อย่างหนึ่ง

ทรงเคยรู้มาก่อน การสาปซึ่งผู้มีฤทธิ์เดชกระทำร้ายแก่ผู้อื่นลอบภาวนากันในที่ลับ อย่างที่เรียกว่า “ทำกฤตยาคม” หรือปั้นรูปเสกแช่งแล้วเอาไปฝังไว้ ทรงรู้เพิ่มว่าวิธีสาปนั้น ออกปากตะโกนสาปแช่งซึ่งหน้าก็ได้

สมเด็จกรมดำรงไม่ได้ทรงกลัวคำสาป ไม่ได้ทรงเขียนทรงคิดอย่างไร แต่ได้ทรงเขียนถึงเรื่องแปลกในอินเดียต่อไปหลายเรื่อง เช่นเรื่อง ลอยบาปในแม่น้ำคงคา และเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของเมืองพาราณสี

การลอยบาป คือการอาบน้ำในแม่น้ำคงคง พร้อมๆไปกับกระบวนการเผาศพ ทิ้งศพลงแม่น้ำ ท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ สมัยที่ทรงไป ชื่อท่ามณีกรรณิกา เผาแล้วได้ไปเทวโลกแน่ ผู้คนแย่งกันจองก่อนตาย มีนายทะเบียนรับจดแจ้งไว้ล่วงหน้า

เป็นความเชื่อเดียวกับการได้อาบน้ำลอยบาป ในแม่น้ำคงคา...

ซึ่งเชื่อกันว่าบาปเคราะห์ (หรือคำสาป) จะลอยหายไปกับสายน้ำ

นี่เป็นเรื่องของความเชื่อ ในอินเดีย...ในเมืองไทย พุทธศาสนาสอนว่า กรรมดีกรรมชั่ว เกิดแต่ตัวทำเอง...และต้องรับผลกรรมเอง... จะเสกคาถาสาปให้เกิดบาป แล้วจะใช้วิธีลอยบาป...ให้บาปหาย...ไม่ได้

ผลกรรม...ทางการเมือง เรื่องล่า...เขตดอนเมือง ที่คุณเก่ง การุณ พรรคเพื่อไทย ผูกขาดมานับสิบปี...วันนี้แพ้ คุณแทนคุณ...ประชาธิปัตย์ ไปสองพันคะแนนกว่าๆ ก็น่าจะสะท้อน “ผลกรรม” เรื่องโกงจำนำข้าวได้ในระดับหนึ่ง

คนกรุงเทพฯไม่มีฤทธิ์เดชเหมือนดาบสอินเดีย สาปแช่งใครไม่ได้...ทางออกเดียวที่มี ก็ตอนเลือกตั้ง

ผมไม่ได้อยู่เขตดอนเมือง จึงมีความหวังตั้งตารอ...เลือกตั้งใหญ่... แต่เพราะไม่รักสองพรรคมานานเกินไป ก็คงลงช่อง “ไม่ประสงค์เลือกใคร” ต่อไป

นี่เป็นคำสาปหนึ่งของคนไทยกลุ่มน้อย...ซึ่งดูเหมือนพรรคการเมืองใหญ่...ไม่หนาวไม่ร้อน.


กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement