advertisement

คนเกิดวันเนา

โดย กิเลน ประลองเชิง 15 เม.ย. 2556 05:00

วันสงกรานต์ของไทยหรือรามัญ ไม่ได้มีวันเดียว ชาวรามัญจะหุงข้าวสงกรานต์ (ข้าวแช่) ตั้งแต่วันที่ 13 เมษาฯ ถึงวันที่ 15 เมษาฯ

วันที่ 14 เมษาฯ เรียกว่าวันกระหนาบ ภาษารามัญว่ากร๊าบนาม จะเป็นวันปีเก่าก็ไม่ใช่ วันปีใหม่ก็ไม่เชิง เป็นเขตกลางที่ปีใหม่กับปีเก่าจะพบกัน

ไทยเราเรียกว่า “วันเนา”

ส.พลายน้อย เขียนไว้ใน “เล่าเรื่องพม่ารามัญ” (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ) ว่า นับแต่วันออกพรรษา มาถึงสงกรานต์ ชาวรามัญสนุกสนานเพลิดเพลินกับงานบุญ จนถูกคนไทยกระแหนะกระแหนว่า “มอญคลั่ง”

บุญที่ชาวรามัญนิยมทำกัน เริ่มแต่ขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทราย ซึ่งเป็นกุศโลบาย ทำลานวัดให้สะอาด เพราะก่อนจะก่อพระเจดีย์ ก็ต้องช่วยกันถอนหญ้าที่เคยขึ้นรกเรื้อ ให้หมดเสียก่อน

และทรายที่ก่อพระเจดีย์นั้น เสร็จแล้วก็เอาไปใช้ถมลานวัด วัดสมัยก่อนมักเป็นที่ลุ่ม น้ำมากก็ท่วม บุญของชาวบ้านประการหนึ่ง ก็คือช่วยกันถมลานวัดให้สูงพ้นน้ำท่วม

เมื่อจะเดินเข้าไปวัด ก็มักหยิบดินนอกวัดไปทิ้งในเขตวัดก้อนหนึ่ง หรือหยิบมือหนึ่ง

ความเชื่อนี้ เป็นที่มาของชาวบ้านสมัยโบราณ เวลาจะเดินพ้นเขตวัด จะต้องสลัดเท้าให้ดินทรายที่ติดมาจากในเขตวัดให้หล่นจนหมด หากเผลอเอาไปถึงบ้าน ถือว่าเป็นบาป

นอกจากการถมลานวัด ยังมีประเพณีค้ำโพธิ์ ประเพณีปล่อยนกปล่อยปลา

แต่เดิมการปล่อยนกปล่อยปลา จะทำกันปีละกี่ครั้งก็ได้ ส.พลายน้อย บอกว่า ชาวรามัญพระประแดง เพิ่งเอามาทำรวมกันเป็นงานบุญเดียว หลังสงครามโลกครั้งที่สองนี่เอง

งานปล่อยปลา ทำกันเป็นงานใหญ่ มีขบวนแห่ใหญ่ โดยหญิงสาวจำนวนมาก

ก่อนวันงาน จะมีหญิงคนใดคนหนึ่ง ที่เรียกว่า “เพิดวุด” ทำหน้าที่ไปเชิญสาวใน “กวาน” หรือหมู่บ้าน การเชิญจะต้องจัดหมากพลูไปยื่นให้ สาวคนใดรับหมากพลู ก็ถือว่าตกลง

อีกพิธี ก็คือการแห่ “นู่” นู่แปลว่าธง...ลักษณะธง คล้ายธง

ตะขาบ กว้างตั้งแต่ 1-2 เมตร ยาว 10-15 เมตร ทำด้วยผ้าแดง ถือเป็นธงใหญ่

แต่บางคน ก็ทำธงเล็ก รูปชายธง เหมือนธงที่ปักพระเจดีย์ทราย เอาไปปักบูชาพระพุทธรูปตามวัดบ้าง ปักไว้ที่บรรจุอัฐิบรรพบุรุษบ้าง

มีความเชื่อกันอีกว่า ในบรรดางานบุญเหล่านี้ คนที่เกิดในวันเนา มีความจำเป็นต้องทำ...วันเนา วันกลางระหว่างปีเก่าปีใหม่ ปีนี้เป็นวันอาทิตย์

ใครที่เกิดวันอาทิตย์ ปีนี้...ถือว่า “งานเข้า”

ระหว่างวันสงกรานต์ ต้องจัดขบวนแห่ดิน...เอาไปถมถนน ทำทาง

หลังสงกรานต์ งานบุญทั้งปวงทั้งหลายผ่านเลยไปแล้ว แต่คนเกิดวันเนาต้องมีภาระต้องทำ เอาธงตะขาบไปแขวนที่เสาหงส์ในละแวกบ้าน

ธงตามเสาหงส์ ที่ยังเห็นๆกันบ้างในวันนี้ จึงไม่ใช่ธงประดับธรรมดา แต่เป็นธงของคนเกิดวันเนา เขาสะเดาะเคราะห์

เมื่อทำให้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว ท่านว่า เคราะห์ร้าย จะกลายเป็นเคราะห์ดี

ถนนหนทาง กระทั่งลานวัดสมัยโบราณ ถูกสร้างขึ้นมาให้ลูกหลานได้เดินสบายๆ ในวันนี้ เกิดจากความเชื่อเรื่องเคราะห์ร้าย เคราะห์ดี เหล่านี้

นี่คือคุณของเทศกาลสงกรานต์ ที่แฝงไว้ในประเพณีวิถีชีวิตและความสนุกสนานบันเทิง ผู้คนสมัยใหม่...เกือบจะไม่รู้จักกันแล้ว.


กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้