advertisement

เทพธิดาแห่งรอยยิ้ม

โดย กิเลน ประลองเชิง 21 มี.ค. 2556 05:00

1 ใน 69 เรื่องเล่าจากทุกมุมโลก สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียงไว้ในหนังสือชื่อ เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือนานมี) ชื่อเรื่อง องค์หญิงผู้ลืมรอยยิ้ม

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ ประเทศไกลโพ้น พระราชามีพระธิดาโฉมงามองค์หนึ่ง นับแต่วันประสูติ องค์หญิงไม่เคยร้องไห้ ทรงมีแต่รอยยิ้ม ผู้คนพลเมืองพลอยมีความสุข ร้องรำทำเพลงเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน

วันเวลาผ่านไป องค์หญิงเจริญวัย รอยยิ้มพระองค์ ทำให้คนมีทุกข์ลืมความทุกข์ ในประเทศนั้น ยามใดใครมีความทุกข์ ก็แค่วิ่งมาได้เห็นองค์หญิง ก็จะมีความสุขกลับบ้าน

ทุกสรรพสิ่งผันแปรได้...ในวันเวลาที่องค์หญิงชันษา 18 ปี ความงามของพระองค์ยิ่งเบ่งบาน รอยยิ้มของพระองค์ยิ่งกระจ่างสดใส ขณะพระราชาและประชาชน กำลังคิดจัดงานฉลองใหญ่ รอยยิ้มขององค์หญิง ก็หายไปเฉยๆ

เมื่อองค์หญิงสูญเสียรอยยิ้ม ราษฎรก็พลอยสูญเสียความสุข นี่คือปัญหาใหญ่ พระราชาประกาศว่า ถ้าใครนำรอยยิ้มมาคืนให้องค์หญิงได้ จะให้รางวัลอย่างงาม

นับแต่วันพระราชาประกาศ ผู้คนทั้งหญิงทั้งชาย ทุกเพศทุกวัย ก็แวะเวียนเข้ามา บางคนเล่าเรื่องตลก บางคนเล่านิทาน แสดงละคร มายากล กายกรรม ฯลฯ หรือร้องรำทำเพลง...แต่ทุกวิธี ก็ไม่มีรอยยิ้มจากองค์หญิงเลย

ในนาทีสิ้นหวัง...พระเอกก็โผล่ขึ้นมา เขาบอกว่าเป็นคนต่ำต้อย เป็นคนต่างถิ่น และไม่มีเรื่องราวที่จะเล่า หรือการแสดงอะไร...เขาเดินไปตรงหน้าองค์หญิง โค้งคำนับและถามว่า “ฝ่าบาท เหตุใดจึงไม่มีความสุขเหมือนก่อน”

ประโยคนี้ไม่มีใครเคยถาม องค์หญิงทรงลังเลครู่หนึ่ง และตรัสว่า

“วันนั้น ข้าเดินเล่นในอุทยาน ผู้หญิงโฉมงามคนหนึ่ง ก็ปรากฏตรงหน้า นางชื่นชมความงามของข้า เหมือนคนอื่นๆ แต่น่าเสียดาย เมื่อเวลาผ่านไป ข้าจะแก่เฒ่าลง ใบหน้าของข้าจะเหี่ยวย่น ไม่เหลือความงามความสวยอีกต่อไป”

“มีวิธีไหนบ้าง” เจ้าหญิงถาม “ที่จะทำให้ข้างามตลอดกาล”

“มี” โฉมงามผู้นั้นตอบ “องค์หญิงต้องไม่ยิ้มอีกต่อไป เพราะยิ่งยิ้ม ริ้วรอยตีนกาก็จะค่อยๆเกิด”

“แต่ถ้าองค์หญิงยอมเอาความสุข ไปแลก...หญิงงามนางนั้น ก็จะให้ข้ามีความสาวและสวยต่อไปตลอดกาล”

ทุกคนที่ได้ฟัง ต่างก็ยอมรับ ความสวยเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผู้หญิงทุกคน ยอมแลกกับทุกอย่าง ยอมอดข้าว ยอมกินของประหลาดๆ ยอมถูกมีดกรีดเฉือน ยอมถูกผ่าตัด ยอมเสี่ยงทุกอย่าง ...กับความสวย และได้แม้กระทั่งรอยยิ้ม

แต่กระนั้น ทุกคนก็ยังกระหายอยากได้ รอยยิ้มจากองค์หญิงคืน

ชายหนุ่มฟังแล้ว กราบทูลพระราชาว่า โฉมงามนางนั้น คือเทพเจ้าแห่งความทุกข์ เทพเจ้าองค์นี้มีหน้าที่กระจายความทุกข์ให้ผู้คน นางรู้ว่า ความสุขขององค์หญิง คุกคามหน้าที่ของนาง จึงใช้เล่ห์เพทุบาย หลอกเอาความสุขจากองค์หญิงไป

ชายหนุ่มทูลต่อ เมื่อประเทศนี้มีแต่ความทุกข์ ก็ไม่ต้องไปหาตัวโฉมงามจำแลงเทพเจ้าแห่งความทุกข์จากที่ไหน เขาชี้ไปในฝูงชน แล้วตะโกนเชื้อเชิญเทพเจ้าแห่งความทุกข์ ให้ปรากฏตัวออกมา และหญิงงาม...ก็ปรากฏโฉมออกมาจริงๆ

สีหน้าเธอเย็นชาแววตาอำมหิต ผู้คนหวาดกลัวจนตัวสั่น ประชาชนตะโกน “เอารอยยิ้มขององค์หญิงคืนมา”

เทพเจ้าแห่งความทุกข์ไม่ยี่หระ บอกว่า ถ้าใครสักคนในที่นี้ ยอมสละชีวิตโดยสมัครใจ ก็จะคืนความสุขให้ทุกคน

แน่นอน...หน้าที่อันสำคัญถึงปานนี้ ต้องเป็นของพระเอก เขาหันไปทูลองค์หญิงว่า “เขาท่องเที่ยวไปเจ็ดย่านน้ำ เพิ่งเจอหญิงงามเท่านี้ ขอเห็นรอยยิ้มองค์หญิงสักครั้ง แม้จะตายก็จะไม่เสียดายแล้ว”

องค์หญิงประทับใจ เผลอยิ้มออกมา อานุภาพรอยยิ้ม ทำให้เทพเจ้าแห่งความทุกข์สลายตัวไป ความสุขของประชาชนก็กลับคืนมา โดยเฉพาะชายหนุ่ม ก็ไม่ต้องสละชีวิต

เทพนิยายเรื่องนี้ ไม่ได้จบแบบชายหนุ่มได้วิวาห์กับองค์หญิง เขาขอลาจากประเทศนั้นไป จนบัดนี้ ก็ไม่มีใครรู้ เขาเป็นผู้ชายสามัญ หรือเป็นเจ้าชายปลอม

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหญิงประเทศนี้ จึงไม่มีคู่ เขาว่ากันว่า เจ้าหญิงไม่อยากพูดนัก...โดยเฉพาะเรื่องสามี  เพราะแค่ยิ้มอย่างเดียว ข้าวก็ถูก หุ้นก็ขึ้นเอาๆ ฯลฯ แค่นี้ คนไทยก็มีความสุขกันดีๆอยู่แล้ว.

 

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้