advertisement

เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ

โดย กิเลน ประลองเชิง 19 พ.ย. 2555 05:00

ผมถาม “หวงอี้” ในวงอาหารมื้อค่ำ ก่อนวันเปิดตัวนิยายเหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ (สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์) ใช้ความจริงจากเรื่องราว ของพระนางบูเช็กเทียน จักรพรรดินี สมัยราชวงศ์ถัง ในนิยายเรื่องใหม่...มากน้อย

ก็ขนาดสามก๊ก ที่หลอกว้านจงเขียน ยัง “จริง 7 เท็จ 3” นี่นา

คำตอบ คือ...ใช้ความจริงในประวัติศาสตร์เป็นแกนหลัก แล้วต่อเติมตัวละคร และบทบาทในจินตนาการปนเปกันไป

คำ...สิบทิศ ท้ายชื่อเรื่อง ผู้รู้ภาษาจีน...สงสัย จีนรู้จักแค่ 8 ทิศ อีก 2 ทิศมาจากไหน แต่คนไทยเราคุ้นผู้ชนะสิบทิศกันมานาน  จึงไม่มีข้อแปลกใจอย่างใดเลย

10 ทิศให้ความรู้สึก เกรียงไกรไร้เทียมทาน กว่า 8 ทิศ พะเรอเกวียน

นับแต่เจาะเวลาหาจิ๋นซี ที่สร้างชื่อ หวงอี้ ขึ้นเป็น “เทพอักษราแห่งบูรพา” จนมาถึงเรื่อง...ล่า 5 ปี หวงอี้ ว่างเว้นการเขียน วันเวลายาวนานเขาใช้มันกับการนอนอยู่ในบ้าน อยู่กับการท่องเที่ยว พักผ่อนต่างประเทศ

เขาเลี้ยงหมาหลายตัวไว้ เมื่อมันยังหนุ่มแน่น มันก็ตะกายขึ้นบันไดจากชั้นล่าง ไปทักทายเขาบนชั้นที่ 3 ระยะหลัง หมาหลายตัวเริ่มแก่ แก่มากถึงขนาดเดินขึ้นบันไดไม่ไหว

ระหว่างการเขียนหนังสือ หวงอี้ เดินลงมาทักทายคลุกคลีตีโมง กับพวกมัน

วันหนึ่งหมาแก่ตัวหนึ่ง...ตาย เขารักมันมาก ที่จริงเขารักมันเท่ากันทุกตัว เหมือนรักนิยายทุกเล่มที่เขียน...เขาเศร้ามาก

หวงอี้เคยบอกนิยายหลายเรื่อง เรื่องที่เขียนยาวๆ อย่างจอมคนแผ่นดินเดือด เขาเขียนตอนป่วย ซึ่งอาจหมายถึงความเหงา ความเศร้า เขาจึงต้องเขียนหนังสือ

เขาป่วยอยู่กับนิยายเรื่อง จอมคนแผ่นดินเดือด เป็นเวลาถึง 5 ปี

เป็นเช่นในครั้งนี้...เขาเริ่มเขียน เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ หลังความตายของหมา เขาว่า การเขียนหนังสือ ไม่เพียงทำให้อาการป่วยบรรเทา เขายังได้ช่วงเวลาพักผ่อน...ที่สุนทรีย์ กับการใช้ปากกา (ลูกลื่น) เขียนเรื่อง

หวงอี้และภรรยาเสียเงินเสียเวลากับการเรียนวิชาวาดภาพ...หมดเวลากับจอคอมพิวเตอร์ เมื่อละหน้าจอก็คว้าปากกา เขียน เขียนเหมือนเขียนภาพ ซึ่งมันเท่ากับการได้พักกายพักใจ

ความสุข สงบ ของมนุษย์คนหนึ่ง แบบหวงอี้ น่าจะอยู่ที่ช่วงเวลานี้เอง

ความสำเร็จของหลายเรื่อง มักมีเรื่องเซ็กซ์ปะปน นิยายหวงอี้มีคนอ่านในฮ่องกง ไต้หวัน จีน และไทย บ้านเมืองที่ผู้คนรับได้ก็มีส่วนนี้มาก แต่บางบ้านเมืองมีข้อจำกัด สัดส่วนของเรื่องเซ็กซ์ ก็อาจถูกตัดออก

กับคำทักถามฉากอีโรติก หวงอี้ว่า “เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตจริงๆ ของคนเรา มิใช่หรือ”

ในความซับซ้อน ซ่อนปม ชิงรัก หักอำนาจ นิยายในชีวิตของบูเช็กเทียน...สำหรับผู้อ่าน อาจเลือกฝังใจฉากบู๊ ฉากรัก หลายฉาก หลายตอน แต่สำหรับหวงอี้ ฉากประทับใจ คือต่อไปนี้

วัยเด็กบูเช็กเทียน ฝังใจกับหิมะตกวันแรก ทุกห้องประทับจะมีภาพเหล่านี้ วันหนึ่ง ขณะที่สนทนากับตัวเอกของเรื่องในห้อง พระนางมองเห็นหิมะเริ่มโปรย...พระนางชวน เขาคนนั้น ลงเรือพาย ล่องในทะเลสาบ

บทสนทนาแผ่วเบาและแสนสั้น พระนางตรัสว่า “ชีวิตคนเรา ก็เหมือนอยู่ในเรือ วนเวียนไปในวัฏฏะสงสาร”

คำจีน...วัฏฏะสงสาร เป็นคำธรรมะขั้นลึก ล่ามไม่เข้าใจ น. นพรัตน์ อธิบายว่า วัฏฏะสงสาร คนไทยเข้าใจดี นี่คือการเวียนวาย ตายเกิด ซึ่งน่าจะหมายถึง วนเวียนอยู่ในวังวนความทุกข์

ในทัศนะหวงอี้ การหลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารนี้ได้  มีก็แต่ “ความตาย” เท่านั้น

ฉากปรัชญาชีวิต สะท้อนความเข้าถึงลึกซึ้งของชีวิต ฉากที่อ่านแล้ว จืดชืด ไร้รสชาตินี้...มีเพียงมนุษย์ ที่หลุดพ้นไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะเข้าใจ

เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศเรื่องนี้ หวงอี้ไม่ยืนยันจะเขียนกี่เล่มจบ... เขาจะเขียนต่อไป ตราบเท่าที่เขายังป่วย ยังเหงา

ผมคาใจมาแสนนาน พระนางบูเช็กเทียน เป็นจักรพรรดินี ผู้ไม่มีอักษรจารึกเหนือหลุมพระศพ บางทีเราอาจมีคำจารึกให้ นางพญา ผู้ ชนะ ผู้อยู่เหนืออำนาจการเมือง...หลังอ่านเหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ...จบ

คำจารึก คงมีอยู่สองประโยค ประโยคแรก พระนางคือผู้กล้าอาสาปราบยุคเข็ญ และทางต่อมา พระนางคือทรราชผู้โค่นล้มชิงอำนาจ.

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement