advertisement

นักเลงถ้ำเสือ

โดย กิเลน ประลองเชิง 22 ก.ย. 2555 05:00

ทั้งฝ่ายเพื่อไทย ทั้งฝ่ายประชาธิปัตย์ ต่างมีวิทยายุทธ์ในการใช้ม็อบ อยู่ในขั้นบรรลุ

ตอนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ประกาศชักชวนเพื่อนพ้องตำรวจไปชุมนุมประท้วงที่พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็นึกในใจ ตำรวจ นายนี้ เล่นได้ครบทุกรส สดทุกเรื่อง

แต่ถึงวันนัดหมาย...มีตำรวจไปจริง แต่คุณคำรณวิทย์ไม่ไป เพราะประชาธิปัตย์จัดม็อบแม่ยก...เอาไว้ปะทะ

ม็อบตำรวจ เจอม็อบแม่ยก ผมเดาเอาตำรวจกระเจิง จะรุนแรงอะไรกับผู้หญิงก็ไม่ถนัด คุณคำรณวิทย์หนีหน้า ก็คงกลัวว่าจะเสียมวย

ผมเริ่มคุ้นชื่อคำรณวิทย์ตอนไปเป็นมือปราบอยู่นราธิวาส มารู้จักมาก ขึ้น ก็ตอนที่กระโดดเข้ามาคลุกวงการพระเครื่อง

ก่อนหน้านั้น นานถึงยี่สิบสามสิบปี มีข่าวพระถ้ำเสือแตกกรุที่เขาดีสลัก อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวนพระที่พบคราวนี้ ว่ากันว่าเป็นหมื่น

พระถ้ำเสือทะลักเข้าตลาดพระ จำนวนพระมาก ผิวพระที่ดู เหมือนสดใหม่ เพราะเพิ่งได้จากถ้ำ ก็มีเสียงทักว่า น่าจะเป็นพระปลอม มีชื่อ...คนปลอม ปลอมเมื่อไหร่ ขายกันยังไง

แต่เมื่อ “เซียนใหญ่” เขารับรองเล่นหา ราคาซื้อขาย พระสภาพปานกลาง ก็วิ่งไปถึงองค์ละใกล้หมื่น

ตอนนี้เกิดมีนักเลงดี เขียนโจมตีขึ้นปกนิตยสารพระเครื่องดัง... ว่า  “ปลอมทั้งเพ” คนตลาดพระมีธรรมชาติอ่อนไหว ขี้ตกใจ อ่านเรื่องนี้ ก็เข้าคิวขอคืนพระ แบบไม่สนใจชื่อชั้นของเซียน

ผมรักและชอบพระเครื่องมาตั้งแต่รุ่น...แต่เล่นแบบเกาะข้างสนาม กล้าแต่ซื้อแต่ไม่กล้าขาย เปิดอ่านคัมภีร์ พระเมืองสุพรรณ (พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2524) ครูมนัส โอภากุล ให้ความรู้พื้นฐานว่า

พระถ้ำเสือกรุเก่า ชาวบ้านเนินพลับพลาพบในถ้ำหมกอยู่กับกองขี้ค้างคาว เมื่อปี 2487 ถ้ำที่พบพระครั้งแรก ผู้รู้บอกว่า เป็นถ้ำเขาคอก ไม่ใช่ถ้ำในเขาเสือ แต่บางท่านก็บอกว่า เขาถ้ำเสือก็มี เพียงแต่ไม่เคยมีใครเจอพระ...ก็ว่ากันไป

แต่ต่อมา ก็พบพระจำนวนมหาศาล คลุกอยู่ในขี้ค้างคาวจากถ้ำน้อยใหญ่ในละแวกเดียวกัน  แต่ชื่อพระถ้ำเสือ ก็ยังเป็นหมุดหมายสำคัญ เรียนขานกันอยู่

ผมไปหาคุณมนัสถึงบ้านในตลาดสุพรรณฯ ท่านก็ตั้งอกตั้งใจ นำ พระหลายองค์มาเทียบเคียงให้ดู และบอกว่า เค้าลางของศิลปะพระถ้ำเสือ ซึ่งท่านเคยเขียนว่า ศิลปะแค่สมัยอยุธยา แต่หน้าตาปากคิ้วคาง ไปกันได้กับศิลปะทวารวดียุคปลาย

เรื่องเก๊แท้ เราไม่คุยกัน นักเลงเก่ากับนักเลงรุ่นกลางอย่างผม เห็นตรงกัน เป็นพระแท้...แน่นอน

แต่กระแสพระถ้ำเสือกรุใหม่ปลอม...ก็ยังแรง ต่อมามีข่าวคุณบรรหาร ศิลปอาชา กรมศิลปากร และครูมนัส ได้ร่วมกระบวนการพิสูจน์ และยืนยันว่า พระถ้ำเสือแท้ถึงยุคถึงสมัย จังหวัดสุพรรณฯให้เช่าเป็นทางการ องค์ละห้า-หกพัน

พระถ้ำเสือมาดังเปรี้ยงปร้างอีกที ก็เพราะตำรวจที่ชื่อคำรณวิทย์ คนนี้ ตอนนั้นเป็นผู้การอยู่เมืองสุพรรณฯ ใช้วิชาสืบสวนค้นหาและพิสูจน์พระ รวบรวมพระได้มากอักโข ขนาดเช่าบ้านหลังหนึ่งเก็บเอาไว้

พระชุดคุณคำรณวิทย์ มีภาพพร้อมบัตรรับประกัน ถึงเวลานั้น เซียนน้อยเซียนใหญ่ก็พยักหน้าเล่นตาม แต่ราคาพระก็ไม่พุ่งแรง...อาจเป็นด้วยเพราะจำนวนยังมีมากเกินไป

รักชอบพระเครื่องทางเดียวกัน ผมก็นับถือน้ำใจคุณคำรณวิทย์ มาตั้งแต่นั้น

มาถึงกรณีโชว์ภาพคุณทักษิณติดยศ มีเสียงโจมตี เป็นตำรวจแทนที่จับ แต่เหตุไฉนไปให้คนหนีคดีประดับยศ

แกนนำประชาธิปัตย์ เจอคนอย่างคุณธาริต เพ็งดิษฐ์ มาก่อนตอน อยู่ ศอฉ.ด้วยกันก็ว่า ผู้ชุมนุมเป็นผู้ก่อการร้าย แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลก็ เปลี่ยนข้าง เปลี่ยนคำ...แจ้งข้อหา “สั่งฆ่าประชาชน” ให้คุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพหน้าตาเฉย

นี่เป็นบทเรียน ที่นักการเมืองประชาธิปัตย์จะต้องทบทวน เอาคุณธาริตเป็นต้นแบบ...แล้วหันไปมองคุณคำรณวิทย์ ตำรวจคนนี้ เปิดเผย จริงใจ เป็นคุณสมบัติที่คนเป็นนายต้องเรียกใช้ คนเป็นเพื่อนก็อยากคบหา

ที่เจอๆกันมา ก็เจอแต่ตำรวจแทงกั๊ก พรรคไหนใหญ่ก็หาทางวิ่งเข้าหา วิชา “จิ้งจกเปลี่ยนสี” ทำให้หลายคนเป็นใหญ่ ประชาธิปัตย์เอาชนะเพื่อไทยไม่ได้ ก็เพราะอ่านคนไม่ขาด ใช้คนไม่เป็น.

 

กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้